กระแสหนังซอมบีเกาหลี คลื่นลูกใหม่ของภาพยนตร์สยองขวัญ

SHARE THIS
  • 61
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    61
    Shares

ด้วยการแทรกเรื่องเสียดสีที่เป็นแง่มุมทางสังคม และแง่มุมทางการเมืองเข้ามาในเรื่อง อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้ ไม่ได้เพียงแค่นำสัตว์ประหลาดจากหนังสยองขวัญตะวันตกมาใช้อย่างได้ผล แต่พวกเขากำลังจะกลายเป็นผู้นำเหล่าซากศพกระหายเลือดเดินทางไปทั่วโลก ผ่านหนังสยองขวัญที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง

 

และเจมส์ บัลมอนท์ จาก The Face ได้วิเคราะห์ถึงการเดินทางของซอมบีในครั้งนี้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ

จากภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติที่แปรปรวนในหนัง Night of the Living Dead ของจอร์จ เอ. โรเมโร มาถึงความกลัวที่เกิดขึ้นในยุคหลังโรคเอดส์ ที่เป็นฉากหลังของเกมสยองขวัญในยุค 90s อย่าง Resident Evil เหล่าซากศพเดินได้และกระหายเลือดที่เรียกว่าซอมบี มักจะถูกใช้เปรียบเปรยกับความวิตกกังวลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมตะวันตก และไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ สำหรับในยุคการระบาดของโคโรนาไวรัส ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหรือนึกถึงหนังซอมบีอีกครั้ง

เมื่อภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยความอ้างว้าง อัตราการเสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นเรื่องๆ และทฤษฎีสมคบคิดว่าที่ด้วยการใช้สัญญาณ 5จี มาควบคุมสมองผู้คน ไม่ยากเลยที่จะคิดไปถึงงานที่เปรียบได้กับฝันร้ายของผู้ชม ที่ว่าด้วยโรคหลังหายนะอย่าง 28 Days Later ของแดนนี บอยล์

เดือนมีนาคม 2020 กูเกิลรายงานว่า มีการค้นหาภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ ซึ่งนั่นเป็นช่วงก่อนจะมีมาตรการล็อคดาวน์เกิดขึ้นบนเกาะอังกฤษ

แต่การที่ซีรีส์สูตรสำเร็จของหนังซอมบีอย่าง The Walking Dead กำลังอ่อนล้าเต็มทีหลังออกอากาศมาแล้วถึง 10 ฤดูฉาย และหนังอินดีรวมดาวของจิม จาร์มุช The Dead Don’t Die ไปได้ไม่สวยในบ็อกซ์ ออฟฟิศเมื่อปี 2019 ดูเหมือนว่าหนังซอมบีกำลังแห้งตาย แล้วหากจะกลับมาได้ มันก็ต้องอาศัยความน่าสนใจใหม่ๆ

ฮอลลีวูดไม่จำเป็นต้องมองไปไหนไกลกว่าเกาหลีใต้เพื่อหาแรงบันดาลใจ การคว้ารางวัลออสการ์แบบสะเทือนวงการของบอง จุน-โฮ จาก Parasite กลายเป็นการสร้างจุดสุดยอดให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี หลังใช้เวลาฟื้นฟูกันกว่าสองทศวรรษ ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ แล้วกับการที่ประเทศสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วจากการระบาดของโคโรนาไวรัส ความสำเร็จที่ก่อนขึ้นก่อนหน้าย่อมได้รับการสานต่อ

ตามคอนเส็ปท์ของตะวันตก ซอมบีมีความเกี่ยวพันกับเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีปีศาจในประเทศต่างๆ ที่มีก่อนหน้าน้อยมาก แล้วการแทรกเรื่องเสียดสีที่เป็นแง่มุมทางสังคม และแง่มุมทางการเมืองเข้ามา อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้ ไม่ได้แค่นำตัวประหลาดจากหนังสยองขวัญตะวันตกมาใช้อย่างได้ผล แต่พวกเขากำลังจะกลายเป็นผู้นำเหล่าซากศพกระหายเลือดเดินทางไปทั่วโลก ผ่านหนังสยองขวัญที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง

การแกะรอยหนังซอมบีเกาหลี สามารถย้อนกลับไปได้จนถึงปี 1981 จากงานของผู้กำกับ กัง บีออม-กู เรื่อง Goeshi ที่อาจจะไม่มีใครรู้จักนัก และหนังเหล่านั้นก็ไม่เคยสร้างปรากฏการณ์ทางสังคมใดๆ ให้เกิดขึ้นเลย จนกระทั่งการมาถึงของเยียน ซัง-โฮ พร้อมกับหนังสุดเร้าอารมณ์ Train to Busan เมื่อเดือนพฤษภาคม 2016

การอาละวาดที่ค่อยรวมกันจนกลายเป็นเหตุโกลาหลบนรถไฟความเร็วสูง ที่หนีออกจากจุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัส ถูกตีความว่าเป็นการวิพากษ์การตอบสนองต่อการระบาดของไข้หวัดเมอร์สเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้าที่หนังจะฉาย รวมทั้งเป็นงานส่งนักแสดงอย่าง ชอย วู-ชิค ที่ต่อมาได้รับบท เควิน ติวเตอร์กำมะลอใน Parasite และมา ดอง-ซอค เจ้าของบทที่ไม่ต่างไปจากฮีโรรากหญ้าที่ช่วยนำเสนอแง่มุมเกี่ยวกับชนชั้นให้กับหนัง โดยอดีตเทรนเนอร์บุคลิกภาพรายนี้ กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์เกาหลี เมื่อหนังเรื่อง The Eternals ออกฉายในปี 2021 การรับบทกิลกาเมของเขาทำให้มา กลายเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่ได้รับบทซูเปอร์ฮีโรของมาร์เวลในหนังจอใหญ่

ด้วยยอดขายตั๋วกว่า 11.5 ล้านใบเฉพาะในเกาหลีใต้ Train To Busan กลายเป็นหนังทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในประเทศเกาหลีอันดับที่ 11 ก่อนจะมีการปล่อยแอนิเมชันตอนก่อนของหนัง Seoul Station ตามมาอย่างรวดเร็วในปีเดียวกัน ขณะที่เอ็ดการ์ ไรท์ ผู้กำกับของ Shaun of the Dead กล่าวชมงานระทึกขวัญคนแสดงต้นฉบับ ว่าเป็น “หนังซอมบีที่ดีที่สุดที่ผมเคยชมชั่วนิรันดร์” Train To Busan ยังถูกหยิบมาพูดถึงด้วยว่าเป็นหนังโรคระบาดที่ดีที่สุดที่ออกฉายในเกาหลีใต้

The Wailing หนังสยองขวัญผีสิง ที่ค่อยๆ เร้าอารมณ์ผู้ชมอย่างช้าๆ ด้วยทีท่าคล้ายๆ กันของนา ฮอง-จิน ที่ว่าด้วยเรื่องของการติดเชื้อที่คล้ายๆ กับซอมบีในเมืองที่ดูซึมเซาแถบชานเมือง ได้สัญญาการจัดจำหน่ายในต่างประเทศกับเน็ทฟลิกซ์ หลังคว้ารางวัลจากงานภาพยนตร์ในแถบตะวันออกมามากมาย หนังได้คะแนนที่ดีจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมทั่วโลก โดยที่เว็บมะเขือเน่าหนังได้ค่าความสดถึง 99% พร้อมคำชื่นชมถึงบรรยากาศที่ดูลึกลับกับการวางเรื่องราวดรามาแบบหนังตำรวจไว้ที่ด้านหลัง โดยมีนักวิจารณ์บางคนเปรียบเทียบหนังเรื่องนี้กับงานสยองขวัญคลาสสิกของอังกฤษอย่าง The Wicker Man

ความสำเร็จของหนังในบริการสตรีมิงทิ้งมรดกตกทอดสำคัญเอาไว้ นั่นก็คือการแผ้วถางทางให้งานที่ได้ชื่อว่าเป็นซีรีส์เกาหลีเน็ทฟลิกซ์สร้างเรื่องแรกที่ออกอากาศทางผู้ให้บริการสตรีมิงรายนี้ Kingdom เมื่อปี 2019 ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์โซชอน องค์ชายรัชทายาทลี ชาง พยายามค้นหาความจริงว่าพระบิดาที่เป็นฮ่องเต้ กลับไม่เสด็จสวรรคต และมีชีวิตอยู่โดยไม่เป็นไปตามธรรมชาติหลังจากประชวรอยู่นาน ขณะที่เกมกลทางการเมืองค่อยๆ ถูกเปิดเผย ร่างของคนตายก็กลับลุกขึ้นมาทำร้ายบรรดาผู้คนที่ยังมีชีวิต ซีรีส์เรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นคำตอบของเกาหลีต่อ Game of Thrones แต่นอกเหนือไปจากธีมของเรื่องที่คล้ายคลึงกัน Kingdom ยังมาพร้อมกับพล็อตที่แน่นปึ้ก งานด้านภาพที่น่าตื่นตา และแฝงเรื่องราวเกี่ยวกับชนชั้นสูง, เรื่องการเมือง และสังคม

ตอนที่ซีรีส์ฤดูฉายที่สองปิดฉากลงพร้อมกับเสียงวิจารณ์ชื่นชม บรรดาผู้ชมต่างก็ส่งเสียงตอบรับการประกาศสร้างปีที่สามด้วยความยินดี

ท่ามกลางกระแสการระบาดของโคโรนาไวรัสทั่วโลกในปี 2020 เกาหลีใต้ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากวิธีการที่ใช้ควบคุมและจำกัดวงของไวรัสภายในประเทศ แล้วในตอนนี้ ขณะที่ประชากรในประเทศกำลังเฝ้าดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศตะวันตก วงการภาพยนตร์ของเกาหลียังคงถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่ปล่อยออกมาเป็นสายในปี 2020 ที่ดูเหมือนเป็นการสะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ที่อยู่แถวหน้าก็คืองานที่หลายๆ คนเฝ้ารอ Peninsula หนังภาคต่อทุนสูงของ Train to Busan ที่กลายเป็นงานแอ็คชันที่มอบความมันส์ในระดับเดียวกับ Mad Max เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในโลกอันรกร้างแต่เต็มไปด้วยบรรดาซอมบี และ #ALIVE ที่ได้ยู อาห์-อิน นักแสดงหัวแถวของเกาหลี จากหนังซ่อนเงื่อนที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำเมื่อปี 2018 Burning มารับบทนำ เป็นเจ้าหนุ่มจูน-วู ที่รอดตายจากการติดเชื้อที่เกิดการระบาดในกรุงโซล แต่เขาก็ต้องเผชิญกับกลุ่มซากศพกระหายเลือดจำนวนมาก โดยตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวในอพาร์ทเมนท์ เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสถานการณ์ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนของหนัง มีตัวช่วยจากการที่หนังเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีใกล้ตัวมาใช้เอาตัวรอด ขณะที่จูน-วูและบรรดาเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ต้องกักตัวเองอยู่ในอพาร์ทเมนท์พยายามประวิงเวลาเอาไว้ให้วิกฤติการณ์สงบ โดยไม่มีทั้งสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท

ที่กลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อก็คือ การที่ #ALIVE เริ่มถ่ายทำกันก่อนหน้าที่จะมีรายงานการค้นพบไวรัสโควิด-19 อยู่หลายเดือน ราวกับหยั่งรู้ล่วงหน้า แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลีใต้ที่เพิ่งเกิดขึ้น และจุดสุดยอดของการสร้างสรรค์ที่ต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ

ระหว่างที่มีสารพัดเหตุการณ์ที่โลกโยนใส่เราในปี 2020 ดูเหมือนอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าต่อไป ซึ่งหมายความยังมีอะไรมากกว่านี้จะถูกปล่อยออกมาให้เห็น ขณะที่โลกตะวันตกยังถูกล็อคกับชีวิตที่ต้องต่อสู้กับตัวเองต่อไป…

โดย ฉัตรเกล้า เรื่อง กระแสหนังซอมบีเกาหลี คลื่นลูกใหม่ของภาพยนตร์สยองขวัญ คอลัมน์ Special Scoop นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1309 ปักษ์แรกสิงหาคม 2563


SHARE THIS
  • 61
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    61
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On