กว่าจะเป็นปฏิบัติการ ตามหาภรรยาหาย GONE GIRL หนังใหม่ที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน บรรยากาศชวนสงสัย ตามสไตล์เดวิด ฟินเชอร์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

David-Fincher-Rosamund-Pike“ผมอยากทำหนังพบรักนัดสาว ที่ผลลัพธ์จบลงตรงที่การหย่าร้างมูลค่า 15 ล้านเหรียญ” เดวิด ฟินเชอร์ พูดพร้อมกับแสยะยิ้ม ผู้กำกับวัย 51 ปีเจ้าของเคราที่มีสีเทาหร๋อมแหร๋ม สวมแว่นสองแบบ ยืนนิ่งอยู่ในโรงถ่าย เรด สตูดิโอ, ฮอลลีวูด ซึ่งเป็นภาพที่เห็นกันเจนตาเมื่อเดือนธันวาคม 2013 ที่ผ่านมา นี่คือเจ้าของผลงานขึ้นจอในเอ็มทีวี ที่มีลักษณะเฉพาะตัว ก่อนที่จะจับหัวกวิเน็ธ พัลโทรว์หั่นใส่กล่อง ที่วันนี้ยังคงเป็นผู้กำกับจอมป่วน ที่สนุกกับการทำให้ใครๆ ต้องอึ้งอยู่เสมอๆ “ผมไม่ใช่พวกที่มีความขัดแย้งเหมือนอย่างที่เคยเป็น” เขาเอ่ยขึ้น “ผมไม่รู้ว่างานของตัวเอง จะมีปฏิกริยาต่ออะไรได้อีกแล้ว มันก็แค่… คุณคงพอจะเดาได้นี่ ‘หนังอะไรที่ผมอยากดู แล้วยังไม่มีใครสร้าง?’”

กับความสำเร็จของหนังสือ ใครบางคน หรือที่ไหนสักแห่ง น่าจะทำให้ Gone Girl ได้ขึ้นจอ ถึงแม้ว่าเป็นไปได้ว่า พวกเขาจะไม่เก็บกิลเลียน ฟลินน์เอาไว้ดัดแปลงนิยายของตัวเอง หรือทำให้วัตถุดิบที่ดูร้ายกาจกลายเป็นงานที่เต็มไปด้วยปัญหา นี่คืองานระทึกขวัญที่โดนใจ และทำให้วาบไปได้จนถึงสันหลัง

“ถ้าคุณถามฉันว่า ใครน่าจะกำกับ Gone Girl มันคงต้องเป็นเดวิด” ฟลินน์ ที่ทำงานให้นิตยสารเอนเตอร์เมนท์ วีคลี ก่อนจะแจ้งเกิดในฐานะนักเขียนนิยายกล่าว ตอนพบกันเป็นหนแรก ฟินเชอร์อ่านบทแรกๆ ของเธอเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งคู่ไม่ได้ถกกันในเรื่องโครงสร้างของเรื่อง หรือว่าพล็อต “มันเป็นธรรมชาติของตัวละครมากกว่า เขาเป็นใคร ธรรมชาติของการแต่งงาน สิ่งหนึ่งที่เราสะกิดใจทันทีในเรื่องนี้ก็คือ อารมณ์ขันแบบหม่นๆ ฉันคิดว่าผู้กำกับหลายๆ คน น่าจะกังวลในเรื่องการพยายามเก็บอารมณ์ตรงนั้นไว้ ฉันรู้จากงานเรื่องอื่นๆ ที่เขาทำ เขาไม่เคยกลัวที่จะปล่อยอารมณ์ขันแสบๆ, หม่นๆ, ร้ายๆ เข้าไปในหนัง” Gone Girl เป็นงานที่สนุกแบบร้ายๆ ถึงแม้ว่ามันเองจะถูกเย้ยหยันว่า จะมีสักกี่คนที่เข้าใจมุข? ซึ่งก็เหมือนว่า มีใครบ้างที่เข้าถึง Fight Club ว่าเป็นหนังเบาสมอง?

reese-witherspoon-gone-girl-gillian-flynn-thr-feature-01-e1365087084740หลายเดือนต่อมา ฟินเชอร์เผยถึงเรื่องการพยายามกำหนดโทนของหนัง และการที่ติดหนึบอยู่กับอัลบั้มซาวนด์แทร็คของหนัง National Lampoon เมื่อปี 1977 ได้ยังไง “นั่นไม่ใช่เรื่องสนุกนะ นั่นคืออาการป่วย” – “เราพยายามที่จะเดินไปตามลู่ตามทาง ผมอยากทำหนังเรื่องนี้ ให้มันดูเหมือนงานทีเล่นทีจริง แล้วยังมีเรื่องการตีตัวออกห่างจากศีลธรรม”

หนังสือของฟลินน์ แทบจะกระหน่ำคนอ่านด้วยการหักมุม และความตึงเครียดแบบไม่รู้จักหยุดหย่อน หากกระตุ้นเรื่องราวของความสัมพันธ์ และภาพลักษณ์ที่เรานำเสนอต่อคนแปลกหน้า, เพื่อนฝูง หรือกระทั่งตัวเราเองได้อย่างชาญฉลาด คนจำนานมากเข้าใจมัน เมื่อดูว่า หนังสือขายไปถึง 2 ล้านกว่าเล่ม เธอจัดการเรื่องข้อตกลงสำหรับกระบวนการดัดแปลงบทได้อย่างชาญฉลาด เมื่อเธอกลายเป็นผู้เขียนบท แล้วทุกอย่างก็ยังอยู่ในเส้นทาง “ฉันคิดว่าเขาน่าจะเคารพ ให้เกียรตินักเขียนนะ และเขาก็มาจากนักเขียน” เธอกล่าว โดยพาดพิงกลายๆ ถึงแจ็ค พ่อที่เสียชีวิตไปแล้วของฟินเชอร์ ซึ่งเป็นนักข่าว และนักเขียน แล้วมันก็ช่วยได้ เธอมีทักษะด้านการเป็นนักข่าวอย่างไม่ต้องสงสัย ต้องทำงานแบบมีเส้นตาย ตัดต่อ และอย่าไปมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่สร้างขึ้นมา “เธอโคตรพร้อมเลย สำหรับการชำแหละคนที่เธอรัก” ฟินเชอร์ชม “มันน่าทึ่งมาก”

จริงๆ แล้วความตายอย่างช้าๆ สำหรับทัศนคติแบบนักข่าว ก็คือส่วนหนึ่งของเรื่อง และทั้งคู่ก็นำสิ่งที่เคยอยู่ในนิตยสาร จากนิว ยอร์ค ไปอยู่ในตอนกลางของอเมริกา

gone-girl-01_1485x612ตัวหนังจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวพันกับโชคชะตา 2 เหตุการณ์ เรื่องหนึ่ง… เอมี ดันน์ (โรซามุนด์ ไพค์) สาวสวยผู้สดใส และงดงาม จู่ๆ ก็หายไประหว่างฉลองครบรอบ 5 ปี การแต่งงานระหว่างเธอกับสามี – นิค (เบน อัฟเฟล็ค) ที่กลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมภรรยาตัวเอง ขณะที่โดนสื่อรุมกระหน่ำอย่างหนัก นิคก็ต้องรับมือกับความเกรี้ยวกราดของผู้คน ซึ่งรวมไปถึงครอบครัวของเขาเองด้วย จากนั้นหนังก็จะพาคนดูไปพบกับอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวแต่หนหลัง ที่แสดงให้เห็นว่า ทั้งคู่พบกันอย่างสวยสดยังไง แล้วก็แยกทางกัน บทบาทที่เป็นคนที่ต้องการผู้ชายสักคน และใครบางคนที่ดูเปราะบาง

ไพค์ กลายเป็นนักแสดงที่อยู่ในสายตาผู้ชม นับตั้งแต่ Die Another Day เมื่อปี 2002 แต่ก็น่าแปลกที่เธอยังคงไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ขณะที่เจ้าตัวก็ดูจะเหนื่อยหน่ายกับการถูกนำไปเปรียบเทียบกับเจ้าหญิงเกรซ เคลลี ฟินเชอร์เห็นเธอใน Pride & Prejudice, An Education และ Jack Reacher ซึ่งในหนังเหล่านั้น เขาไม่สามารถเจาะจงอายุอานาม หรือว่าธรรมชาติของเธอได้ เขาตัดสินใจเลือกเธอเพราะ “ความคลุมเครือ” รวมไปถึงความต้องการสำหรับบทเอมี ที่ต้อง มีความ “ลึก” ในตัว

75สำหรับเธอ การทำงานกับฟินเชอร์ เป็นแรงดึงดูดสำคัญ แล้วก็ยังมีธีมของหนังอีก “การแต่งงานก็เหมือนการพนัน หรืออะไรทำนองนั้น” เธอกล่าว “ความคิดที่ว่า เราแสดงเป็นคนในอุดมคติของตัวเราเอง ซึ่งเป็นตัวตนที่คนอื่นๆ ต้องการ บางทีเราก็ต้องละทิ้งธรรมชาติที่แท้จริงในตัว เพื่อที่จะเล่นไปตามอุดมคตินั้น” ไพค์มีบางสิ่งที่เป็นหญิงสาวในวัยราวๆ ยี่สิบ ซึ่งเธอเองก็รู้ “เป็นคนพวกยุคเฟซบุ๊ค” เธอดูสนุกกับคนรุ่นนั้นมากกว่าที่คนในวัยของเธอจริงๆ เป็น (วัยที่ดูคลุมเครือของเธอ โดยแท้ที่จริงก็คือเป็นสาวปี 1979) “เวลาคุณพูดกับคนอายุสามสิบ พวกเขาจะเจอปัญหายุบยิบมากขึ้น”

แล้วเจ้าความคลุมเครือนี่แหละ กลายเป็นที่มาในการพูดคุยกับฟินเชอร์ หลายต่อหลายครั้ง “เดวิดกับฉัน คุยกับบ่อยๆ ถึงการใช้ชีวิตในยุคที่ผู้คนหลงตัวเองกันอย่างรุนแรง แล้วเขาก็ชี้ไปที่ทุกๆ คน คนนั้นเป็นแค่นักแสดง คนนั้นไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่อยู่ในสายตาของคนทั่วไป นักการเมือง อะไรทำนองนั้น กระทั่งกับนักการเมือง ลองดูวิธีที่พวกเขาอัพตัวเองเพื่อเข้ากล้อง และพยายามเข้าใจการแสดงซิ”

การทำความเข้าใจกับภาพลักษณ์ และเป็นยังไงกับการที่ต้องอยู่ในสายตาประชาชน เป็นเส่วนหนึ่งที่ทำให้เบน อัฟเฟล็คเหมาะกับส่วนที่เหลือของหนัง เช่นเดียวกับการเป็นคนที่มีลักษณะน่าชื่นชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อย่างที่ฟลินน์บอก “เหมือนกับว่า… ‘ฉันยินดีที่จะนั่งดื่มเบียร์กับเขา เขาอาจจะเป็นคนที่ฆ่าเมียตัวเองนะ แต่… คุณก็รู้นี่… ผู้ชายคนนี้…’” ที่สำคัญต้องนึกถึงส่วนที่มีความน่าสนใจสำหรับตัวฟินเชอร์ด้วย อย่าง การเอาตัวผู้ชายที่ดูเป็นมิตรอย่างอัฟเฟล็คมาทึ้ง “ผมชอบความคิดที่ว่า คนดูมาดูหนัง แล้วคิดกัน… ‘ฉันรู้ว่าเรื่องนี้เป็นยังไง’ แล้วจากนั้นมันก็ออกนอกลู่นอกทางอย่างน่าสยดสยอง สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง”

GONEผู้กำกับพูดบ้าง “ผมคิดว่า นั่นคือสิ่งที่ทำให้คนดูล็อคตัวเอง ก้าวเดินไปพร้อมกับตัวละครหลัก แตกต่างไปจาก The Game (หนังเรื่องที่ 3 ของฟินเชอร์) ที่คนดูไม่มีโอกาสเดินนำหน้าตัวละครเลย ผมคิดว่านั่นคือข้อผิดพลาด ความสนุกของหนังเรื่องนั้น เป็นความสนุกของคนทำ ไม่ใช่สำหรับคนดู ผมคิดว่าความสนุกของหนังสักเรื่องก็คือ ‘เออ… ฉันเข้าใจล่ะ…’ – ‘เขาดูน่าชื่นชอบนะ’ – ‘เขาไม่น่าจะมี…’ จากนั้นคนดูก็ตามลงไปในโพรงกระต่าย แล้วก็ตระหนักได้ว่า หนังเรื่องนี้พูดในสิ่งที่แตกต่างมากๆ สิ่งสำคัญก็คือความคิดที่ว่า เราสร้างกลลวงเหล่านี้เพื่อคนแบบไหน และปลดปล่อยมันออกมายังไง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเขาจะสนุกไปกับมัน”

จากเรื่อง ตามหาภรรยาหาย GONE GIRL หนังใหม่ที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน บรรยากาศชวนสงสัย ตามสไตล์เดวิด ฟินเชอร์ โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1168 วันที่ 16 กันยายน 2557

สนับสนุน ให้กำลังใจเรา ด้วยการคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On