กว่าจะเป็นภาคต่อของเทพอสนีบาต THOR: THE DARK WORLD

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ความตาย, ความพินาศ และตัวเลขในอันดับหนังทำเงิน นี่คือการกลับมาพร้อมกับเดิมพันที่สูงลิบ ด้วยนักแสดงชุดเดิม และผู้กำกับคนใหม่ของ Thor: The Dark World เทพสายฟ้า

thor filming 110912ย้อนไปถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2012 ที่โรงถ่ายภาพยนตร์เชพเพอร์ตัน ในวันที่อากาศด้านนอกเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ ลมพัดแรง เสียงสายลมหวิวหวีดรอบๆ โรงถ่าย ที่บางคนอาจจะคิดว่าเป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้สภาพอากาศมันดูเลวร้ายยิ่งขึ้น เป็นเพียงเทคนิคพิเศษ แต่มันสมจริงจนน่าประหลาดใจ แถมยังทำให้ฉากต่างๆ ที่เหมือนเมืองโบราณมีชีวิตชีวามากขึ้น ซึ่งเหมาะเจาะกับสิ่งที่ทางมาร์เวล และผู้กำกับคนใหม่ของหนัง อลัน เทย์เลอร์ วางแผนที่จะให้การผจญภัยครั้งล่าสุดของธอร์ ออกมาเป็น “The Empire Strikes Back ของพวกเรา ที่ดิบกว่า หยาบกว่า” ตามที่ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร เครก ไคล์ บอกเอาไว้

นับตั้งแต่เทพแห่งสายฟ้า ธอร์ เปิดตัวในปี 2011 หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างหลังจากนั้นก็เปลี่ยนแปลงไป เพื่อนร่วมก๊วนอเวนเจอร์อย่าง กัปตัน อเมริกา ก็เริ่มต้นเรื่องราวของตัวเอง แล้วก็เป็น Avengers Assembly กับ Iron Man 3 ที่ดาหน้ามาถล่มสถิติในอันดับหนังทำเงิน แถมพ่อสาลิกาลิ้นเงินอย่างโลกิ ที่รับบทโดยทอม ฮัดเดิลสตัน ก็กลายมาเป็นขวัญใจอีกคนของแฟนๆ จักรวาลของมาร์เวลกำลังขยายตัวออกไป แฟนๆ จะได้พบการมาถึงของ Guardians of the Galaxy และ Captain America: The Winter Soldier ในปี 2014 ตามด้วยThe Avengers: The Age of Ultron ในปี 2015 ซึ่งไม่แน่ว่าในปีนั้น คนดูอาจได้ต้อนรับการมาถึงของ Ant Man อีกราย แถมยังมีแผนปล่อยหนังยาวเป็นหางว่าวไปจนถึงปี 2021 ด้วยเหตุนี้บนสองบ่ากว้างๆ ของ Thor: The Dark World จึงมาพร้อมกับความคาดหวัง และความรับผิดชอบ

“มันก็เป็นความกดดันเหมือนๆ กับเวลาที่คุณเล่นหนังเรื่องอื่นนั่นแหละ” คริส เฮมสเวิร์ธ ตอบออกมาพร้อมกับยักไหล่ แสดงทีท่าไม่ยี่หระ “คุณต้องทำงานให้ดีที่สุด แล้วทำหนังที่คนอยากไปดู แล้วหวังว่าพวกเขาจะรู้สึกสนุกกับมัน The Avengers ช่วยเราได้ในบางส่วน มันได้รับการตอบรับอย่างดี และมีคนจำนวนมากได้ชม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเขาจะกลับมาชมหนังของเราด้วย” นักแสดงชาวออสซีวัย 30 ปีคนนี้ รู้ดีถึงความคาดหวัง นับตั้งแต่ถูกเลือกมารับบทเป็นตัวละครที่มีคนรักมากที่สุดตัวหนึ่งของมาร์เวล “ก่อนหน้า Thor จะออกฉาย มีการคาดการณ์มากมายเกิดขึ้น คุณกำลังจะเล่นเป็นตัวละครที่อยู่บนโลกใบนี้มายาวนานกว่าคุณ เพราะงั้นถึงมีคนที่รู้เกี่ยวกับเขามากกว่าคุณ! มันเป็นงานที่ไม่ง่าย แต่คุณก็ต้องสร้างมันขึ้นมาในแบบของคุณเองให้ได้”

Thor 2 Second Trailerเป็นคำพูดที่ชาญฉลาดสำหรับการทำงานเป็นทีม หลังจากที่ Thor ออกฉาย รวมไปถึงเหตุการณ์สารพัดใน Avengers Assembly (เหตุการณ์ใน Thor: The Dark World จะเริ่มต้นหลังโลกิไปสำแดงฤทธิ์ ในแมนฮัทตัน 1 ปี) หลังจากเจอกับสถานการณ์แบบปลาแปลกนำ้ และเรื่องราวแบบก้าวพ้นวัย ที่มีในหนังภาคแรก ซึ่งธอร์ผู้ห้าวหาญถูกเทพโอดิน ผู้เป็นพ่อเนรเทศมาอยู่บนโลกมนุษย์ แล้วไปตกหลุมรักนักวิทยาศาสตร์สาว เจน ฟอสเตอร์ ก่อนจะพบว่าโลกิ น้องชายบุญธรรมเป็นตัวร้ายที่แสบเข้าขั้น จากนั้นก็ได้เรียนรู้เรื่องของการนอบน้อมถ่อมตน ขณะที่ทำการปกป้องอาณาจักรของตัวเอง มาร์เวลตัดสินใจเพิ่มเงินเดิมพัน ด้วยการให้เขาต้องต่อสู้กับน้องชาย ร่วมกับกัปตันอเมริกา, มนุษย์จอมพลัง, ไอออน แมน, แบล็ค วิโดว์ และฮอว์คอาย ในหนังเรื่องถัดมา

แล้วธอร์ก็กลับคืนสู่แอสการ์ด และเผชิญหน้ากับตัวร้ายที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า ขณะที่เคนเน็ธ บรานาก์หเดินหน้า ไปกับหนังภาคต่อเรื่องใหม่ Jack Ryan ทำให้ต้องมีการหาตัวผู้กำกับคนใหม่ ที่จะรับงานนำพาเทพสายฟ้าเดินทางไปสู่โลกที่มืดสนิท แล้วกับคนที่ทำงานหนังจอเล็กที่ว่าด้วยเลือด ความตาย ความแค้น และความสกปรก โสมมเป็นประจำทุกสัปดาห์ จะเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ได้ไหม?

Thor2 Features 01“ผมอยู่ที่เบลฟาสท์ กำลังถ่ายทำ Game of Thrones ตอนที่ได้รับโทรศัพท์” อลัน เทย์เลอร์ เล่าถึงอดีต ขณะที่นั่งอยู่ในโรงถ่ายเชพเพอร์ตัน “ผมคิดว่าพวกเขาโทรมาผิดเบอร์ซะอีก หรือไม่ก็จำผิดคน กลายเป็นว่าการทำงานใน Game of Thrones คือใบเบิกทางสำหรับหนังเรื่องนี้” กับประสบการณ์การทำงานจากซีรี่ส์อย่าง The Sopranos, Mad Men และ Game of Thrones เทย์เลอร์ตื่นเต้นเป็นพิเศษกับ Thor รวมไปถึงเป็นการทำงานที่พาเขาเข้าไปสู่ความเสี่ยง เช่นเดียวกับแสดงให้โลกได้รู้จักตัวเขาอย่างแท้จริง

“มันตอบตกลงได้ง่ายมากๆ เพราะทีมนักแสดงมันมหัศจรรย์มากๆ แต่ความแตกต่างหลักๆ ที่ผมต้องสร้างขึ้นมาให้ต่างไปจากของบรานาก์หก็คือ ภาพและโทนของหนัง มันจะดูสกปรกมากขึ้น หนัง Thor ภาคแรกมันดูสุกสกาว และชัดเจน เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดมากๆ แต่เมื่อผมก้าวมาจับงานนี้ ผมอยากให้มันมีความรู้สึกในแบบเรื่องเล่าขานของนอร์เวย์โบราณมากกว่าเดิม มีความเป็นเรื่องแบบไวกิงมากขึ้น ทั้งความซับซ้อนและน้ำหนักของเรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เขาเป็นซูเปอร์ฮีโรคนหนึ่ง และมีชีวิตอยู่มาเป็นพันๆ ปีแล้ว พ่อของเขาเป็นเทพ เพราะฉะนั้นมันต้องมีของที่แสดงให้เห็นอะไรแบบนั้น”

กับการเป็นคนพูดจาเรียบๆ คิดอะไรลึกซึ้ง และไม่หลับหูหลับตาเชียร์สินค้าแบบสุดลิ่มทิ่มประตู “บางครั้งผมก็รู้สึกว่ามันเป็นอุปสรรคนะ” เขายอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ในเรื่องกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ “และบางครั้งผมก็รู้สึกถึงการผลิดอกออกผล รวมไปถึงการทำงานของมัน” เทย์เลอร์รู้ว่า การมารับงาน Thor ยังเป็นการพาตัวเองเข้ามาสู่เรื่องราวที่กว้างใหญ่ไพศาลของมาร์เวลไปพร้อมๆ กัน “ผมได้คุยกับผู้กำกับคนอื่นๆ ในโลกของมาร์เวล เชน แบล็ค, จอสส์ วีดอน และจอน แฟฟโรว์ ทุกคนบอกว่ากระบวนการทำงานในหนังทุกเรื่องจะคล้ายๆ กัน สิ่งที่ดีก็คือ มันเป็นสถานที่น่าสนใจสำหรับการทำงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่ ที่ถูกครอบโดยบริษัทที่ใหญ่กว่าอีกที มันจะเริ่มต้นด้วยกระบวนการที่คุ้นเคย โดยเบสิคๆ ก็คือ ผู้กำกับและเควิน ไฟก์ ประธานของมาร์เวลจะอยู่ในห้องประชุม แล้วก็มีการงัดข้อกัน แต่อย่างน้อยคุณก็มองตาของคนที่กำลังงัดข้อกับคุณได้” การงัดข้อนี่นะเหรอ? ไม่หรอก ความจริงก็คือ เต็มไปด้วยการรายงานต่างๆ ตลอดเวลา “ไม่ ไม่มีความจริงเลย!!!” ยกเว้นในเรื่องของการจ้างคนทำงานดนตรีประกอบ “ผมอยากทำงานกับคาร์เตอร์ เบอร์เวลล์มาโดยตลอด แต่ทางมาร์เวลมีความเห็นที่แตกต่างไป นั่นคือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด ที่เราเจอกันในเรื่องความแตกต่างทางความคิดสร้างสรรค์”

thor 2 Features 03ขณะที่ผู้กำกับหนังโทรทัศน์ มันจะถ่ายทำตามสคริปท์ที่กำหนดไว้ตายตัว แต่งานนี้หมายถึงการปรับตัว การร่วมงาน และกระบวนการเปลี่ยนแปลง “ตอนผมเริ่มทำงาน Avengers Assembly ยังไม่ออกฉาย และ Iron Man 3 ก็ยังไม่ได้ทำเงินเป็นพันๆ ล้านเหรียญ แต่แล้วจักรวาลของมาร์เวลก็เปลี่ยนแปลงไป เมื่อพวกเราค่อยๆ เสริมตัวเองเข้าไป ซึ่งในบางมุมมันก็เป็นเรื่องน่ากังวลใจ แต่ก็น่าตื่นเต้นกับแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้น หลังการถ่ายทำผ่านไปครึ่งทาง คนที่ดิสนีย์เพิ่งเสนอชื่อ The Dark World มาให้เคาะ และนั่นก็เหมือนกับการยืนยันว่าหนังที่เราทำมีตัวตน จะมีชื่อ และมีโทนของมัน เราคือบทที่ดำมืด แต่ผมคิดว่าเรากำลังสร้างสมดุลย์ที่เหมาะสมให่้กับตัวละครที่มีอยู่ในโลกของมาร์เวล หนังเรื่องนี้จะต้องพาเรื่องของตัวละครไปข้างหน้า แต่ก็ต้องไม่หลุดไปไหน เพราะทุกๆ 2-3 ปี ตัวละครทุกตัวก็จะมารวมกันในหนัง Avengers”

ถ้านี่เป็นบทที่ดำมืดแล้ว… นอกเหนือไปจากการปรับแต่งเสื้อผ้า ฉาก เพื่อทำให้มันดูเสื่อมโทรม และเหมือนจริงมากขึ้น ก็ยังมีการถ่ายทำในสถานที่จริง ท่ามกลางแสงที่เป็นธรรมชาติ อย่าง ไอซ์แลนด์, กรีนิช และบอร์น วูด เพื่อสร้างความสมจริงให้กับแว่นแคว้นทั้งเก้า และวางโทนหนังให้ดู “มหัศจรรย์แต่จับต้องได้”

เครก ไคล์ จัดการให้มี ห้องสงคราม ในที่ทำงานของแผนกโปรดัคชั่น ซึ่งจะได้ดูภาพคร่าวๆ และคอนเซ็ปท์อาร์ตต่างๆ ของหนัง ไม่ว่าจะเป็นคุกของโลกิ, การต่อสู้ในบ่อโคลน หรือกองทัพไร้หน้า วิธีการที่ทำให้ธอร์ต้องเจอกับเรื่องเจ็บปวดในใจ มีทั้งหมด 3 ส่วน เร่ิมจาก พลังจากภายนอก ที่มาจาก มาเลคิธ (รับบทโดย คริสโตเฟอร์ เอคเคิลสตัน) ผู้นำของพวกเอลฟ์มืด ซึ่งถูกเนรเทศโดยปู่ของธอร์เมื่อ 5,000 ปีก่อน แล้วก็เป็นจากคนใกล้ชิดภายในบ้าน เมื่อธอร์ถูกบีบให้จับมือเป็นพันธมิตรกับโลกิ น้องชายตัวแสบต่างมารดา สุดท้ายคือจากหญิงสาว เมื่อเจน (นาทาลี พอร์ทแมน) กลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกครั้ง และอยากรู้ว่า เขาหายไปไหน

“โลกของธอร์กำลังปะทะกับโลก มันเลยเกิดความสนุกขึ้นกับเรื่องที่ว่า แล้วความรับผิดชอบของเขาจะไปอยู่ตรงไหน” เฮมสเวิร์ธ พูดถึงวิบากกรรมของเทพในภาคนี้ “แต่เรื่องราวจะนำไปสู่จักรวาลที่กว้างใหญ่กว่าเดิม นอกเหนือไปจากที่เกิดขึ้นบนโลกใน Avengers”

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ Avengers เมื่อโลกิรวบรวมกองทัพได้ และกลายเป็นสาเหตุแห่งความวุ่นวาย โกลาหล และเป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในตัวละครผู้ร้ายที่ใครๆ ก็รักมากที่สุดคนหนึ่งของมาร์เวล “ตอนที่ผมเจออลัน เขาถามผมว่า ผมคิดว่าจะสามารถเล่นเป็นโลกิอีกครั้ง โดยที่ไม่ซ้ำกับที่ตัวเองเคยเล่นได้ยังไง” ทอม ฮิดเดิลสตัน เล่าถึงช่วงแรกๆ ในการทำงานของ Thor: The Dark World “แล้วผมก็จำตอนที่คุยกับเควิน ไฟก์ สมัยที่ไปออกทัวร์โปรโมทหนัง Avengers ได้ ผมบอกว่า ‘โอเค… คุณได้เห็นธอร์กับโลกิเป็นศัตรูกันมาสองเรื่องละ มันคงน่าทึ่งดีนะถ้าได้เห็นเขาร่วมสู้เคียงบ่า เคียงไหล่กัน ผมเป็นตัวร้ายมาสองดอกละ เพราะงั้นไม่ควรจะเป็นอีก หรือในอีกทางหนึ่ง ผมก็ไม่ควรมีบทในหนังเรื่องนี้เลย เพราะงั้นเราถึงต้องหาบทบาทใหม่ๆ ให้ผมได้เล่น”

thor 2 malekithทางแก้ปัญหาก็คือ เติมตัวร้ายตัวใหม่ ที่ร้ายกว่าเข้ามาผสม เติมความสกปรกให้กับน้ำแห่งศีลธรรม ซึ่งโลกิกลายเป็นผู้สำนึกผิด หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองไปแล้ว เติมความอันตราย และสิ่งที่เอคเคิลสตันเรียกว่า ความสด ให้กับเรื่อง ตอนแรกเทย์เลอร์เลือก แมดส์ มิคเคลเซ่น มารับบทมาเลคิธผู้คั่งแค้น แต่ปัญหาเรื่องตารางงาน กับความชัดเจนของบทว่า ตกลงมาเลคิธจะเป็นตัวรอง เพราะมีอัลกริม/ เคิร์ส อยู่ในเรื่องด้วยไหม ก็ยังไม่สรุป ทำให้เขาเลือกที่จะไปรับบทใน Hannibal แทน แต่จากตรงนี้ก็ใช้เวลาไม่นาน กับการได้นักแสดงจาก Doctor Who เอคเคิลสตัน ที่เทย์เลอร์หวังจะได้ร่วมงานกันมานาน มาสวมแทน

“การหาวิธีเล่นเป็นตัวร้ายในหนังแบบนี้ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ลูกเล่น” เทย์เลอร์ ยอมรับ “คริสเป็นคนที่เหมาะสมมากๆ และทำงานออกมาอย่างได้ผล สามารถเชื่อมทุกอย่าง มีการแสดงแบบอัตโนมัติที่ทำได้ง่ายๆ อย่างแค่แค่นยิ้ม แล้วก็หัวเราะ! ผมคิดว่าเราทำงานกันเยอะมากเพื่อทำให้มาเลคิธกลายเป็นตัวละครที่มี 3 มิติ เป็นคนที่มีเรื่องราวแต่หนหลังที่เข้าใจได้ และมีแรงขับสำหรับสิ่งที่เขาทำ” ซึ่งก็รวมไปถึงการออกแบบหน้าตาของมาเลคิธด้วย “เราจะไม่ยึดติดกับสิ่งที่คนดูเห็นมาแล้วจากในการ์ตูน ที่ดูเหมือนตัวตลกจากร็อค โอเปรา ช่วงปี 1972” และ สร้างภาษาสำหรับเผ่าพันธุ์เอลฟ์ของพวกเขาขึ้นมา “เป็นผลงานของคนที่มีพรสวรรค์มากๆ” เอคเคิลสตัน พูดแบบขำๆ ขึ้นมา “แต่ผมไม่แน่ใจนะว่า เขาเป็นคนรู้จักภาษาที่ต้องพูดดีหรือเปล่า! การนำมันมาใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็เลยทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นมาได้ แต่ผมคิดว่านั่นคือ ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามขั้นสุดยอดของเทย์เลอร์ ที่อยากให้นักแสดงของเขามีความสมจริง และในอีกทางหนึ่ง มันทำให้เหล่าร้ายพวกนี้มีความน่าเห็นอกเห็นใจ บางทีมันคือการสร้างความเป็นมนุษย์ให้กับพวกมัน”

กับการที่ต้องใช้เวลานานนับชั่วโมงในชุดที่ออกแบบขึ้นมาใหม่ อยู่ในฉากที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บของดินแดนอันรกร้างห่างไกลในไอซ์แลนด์ แถมยังมีภาษาใหม่ที่ต้องเรียนรู้ เอคเคิลสตันน่าจะเป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในกลุ่มของนักแสดง “มีหลายๆ ส่วนในการทำงานหนังพวกนี้ทุกเรื่อง ที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามันน่าขัน ‘ผมต้องใส่ชุดยาง และต้องพูดภาษาเอลฟ์!’ แต่ถ้าคุณทำมันอย่างเชื่อมั่น หวังว่าสามารถสวมบทบาทมันได้อย่างเต็มที่ และเขาก็ให้ทุกอย่างที่เขามีออกมา” เทย์เลอร์ เล่า

ขณะที่มาเลคิธเป็นตัวแสบ ที่แสบสันต์ แฟนๆ ก็ยังอยากเห็นโลกิ อยากเห็นเขาท้าทายธอร์ “โลกิมีอะไรที่ต้องตอบมากมาย ทั้งจาก และก่อนเรื่องราวใน Avengers” เครก ไคล์ เผย “เขาถูกขังในคุกที่แอสการ์ด ไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีก เขาเป็นนักโทษ และมีเรื่องต้องทำที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและธอร์ เขาเจอกำแพงเข้าอย่างจัง และมันไม่มีจุดที่จะย้อนกลับไปอีกแล้ว”

“สัมพันธภาพของธอร์/ โลกิ มันน่าสนใจนะ” ฮิดเดิลสตัน บอก “และมาร์เวลก็ตัดสินใจว่าจะมีเรื่องราวในส่วนนี้มากขึ้น มันมีอะไรให้เล่นอีกเยอะ มีอะไรมากมายให้ขยับขยายต่อ และมีอีกเพียบที่จะลงลึกไปอีก หม่นมืดมากขึ้นอีก และสนุกกว่าเดิม ผมเป็นเทพแห่งความวุ่นวาย ยังคงเป็นตัวป่วน ยังคงเป็นพวกเจ้าเล่ห์ เพทุบาย”

ก่อนที่การถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น มีข่าวลือบางอย่างเล็ดลอดออกมา ซึ่งบางทีอาจจะเป็นการสปอยล์ หรือเผยตอนจบของหนัง ว่า บทฉบับดั้งเดิม ให้โลกิต้องตาย แต่ความชื่นชอบที่แฟนๆ มีต่อตัวละครตัวนี้ ทำให้ต้องมีการคิดใหม่ และตัดสินใจเพิ่มเวลาบนจอให้กับเขา “มีเอ่อ… ความขัดแย้งครั้งใหญ่… เอ่อ… ผมอยากจะบอกนะ แต่ผมก็ต้องมั่นใจก่อนว่า ผมจะถูกจ้างเล่นหนังตอนหน้าด้วย!!” เฮมสเวิร์ธ เฉลย (?)

thor 2 features 04การระบุออกมาอย่างชัดเจนอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่แน่ๆ ทุกคนล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะมีการตายเกิดขึ้นในแอสการ์ด “เอ่อ… ผมใช้เวลาในการฆ่าคนที่ใครๆ ก็รักเยอะมาก” เทย์เลอร์ พูดพร้อมเสียงหัวเราะ “ผมไม่เคยสนใจผลลัพธ์ที่ตามมาจากสิ่งต่างๆ ที่ผมเคยทำ เพื่อสังหาร เน็ด สตาร์ค (ใน Game of Thrones) ก่อนหน้านั้นผมก็เคยฆ่าจูเลียส ซีซาร์มาแล้วใน Rome รวมไปถึง คริสโตเฟอร์ มอลทิแซนติใน The Sopranos มันน่าทึ่งดีนะ ที่ได้เห็นระดับความผูกพันที่คนดูให้กับตัวละครเหล่านั้น มันเป็นความเจ็บปวดที่หอมหวาน ถ้าคุณทำ เพราะพวกเขาจะเกลียดชังการถูกบีบคั้นอารมณ์ในแบบนั้น ในกรณีของเรา พวกเรามีตัวละครบางตัวที่คนดูรัก และมันจะรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้เห็นพวกเขาทนทุกข์ และตายไป”

“มีการวางเดิมพันที่สูงขึ้น และนั่นคือจุดที่ความเป็นดราม่าถูกวางเอาไว้” ฮิดเดิลสตัน ยอมรับ ซึ่งพอร์ทแมนก็เห็นไม่ต่างกัน “เห็นได้ชัดว่า หนังเรื่องนี้หม่นขึ้น และมีเดิมพันที่สูงขึ้น ก็เหมือนกับชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ มีสิ่งใหม่ๆ และอะไรที่น่าตื่นตระหนกเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ”

แต่ก็ไม่ได้น่าตื่นตระหนกจนห่างเหินจากคนดูวัยเยาว์ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของธอร์ “ผมหวังว่า น่าจะพาลูกๆ วัย 5 และ 7 ขวบ เข้าไปดูได้ ผมชอบความคิดที่ว่า มันมีมารยาททางสังคมที่ดี แต่มันก็มีความหมายหลายๆ อย่างกับผม ที่รู้สึกว่า สงครามเป็นเรื่องสกปรก, ดุดัน และยิ่งใหญ่” เทย์เลอร์ กล่าว “ลูกเล่นหนึ่งที่เราเรียนรู้กันจากการทำงานก็คือ ถ้าคุณไม่มีเลือดสีแดง คุณสามารถสร้างขึ้นมาได้ และโลกิก็มาจากดินแดนที่เรียกว่า โจตันไฮม์ ซึ่งทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ ได้ เพราะถ้าคุณกำลังฆ่าเอเลียน คุณสามารถทำอะไรก็ได้”

thor2มีคำพูดที่ว่า ค่ำคืนอันมิดมิด มาก่อนแสงสว่าง และที่ตามความมืดมิดมาติดๆ สำหรับหนังของมาร์เวลก็คือความสนุกสนาน แน่นอนว่า Thor: The Dark World จะไม่มีแค่ฉากต่อสู้ และความหม่นหมอง “ในหนังทุกเรื่องของมาร์เวล จะมีอารมณ์ขันมากมายเสมอ” พอร์ทแมน เผย “มันมีได้ทั้งความมืด ความเลวร้าย แต่ก็จะมีสัมผัสของแสงสว่าง”

และแสงสว่างนั้นก็มาจากความสัมพันธ์ของตัวละครที่เธอเล่นกับธอร์ ที่ฉากสุดท้ายใน Thor เขาสัญญาว่าจะกลับมาเพื่อเธอ แต่เรื่องโรมานซ์ของเธอและเขาไม่ได้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ขณะที่เธอทำงานของตัวเองและรอคอย เขาก็มีภาระเต็มมือ “เขายุ่งมาก” เฮมสเวิร์ธ โวย “เขากำลังทำงานปกป้องจักรวาล” เมื่อทั้งคู่มาเจอกัน ก็บังเกิดความตึงเครียดที่สนุกสนาน “มันไม่ได้กลายเป็นเรื่องที่หม่นมืด หรือเป็นดราม่าที่พลิกผัน ‘ทำไมคุณไม่โทรหาฉัน? คุณอยู่ที่ไหน? ฉันหลงทางเมื่อขาดคุณ’ เราจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทาง และจัดการมันให้เรียบร้อย” ซึ่งหมายความว่า เจนได้มีโอกาสทัวร์แอสการ์ด และได้พูดแทนคนดู เมื่อได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่น่าทึ่ง “ว้าว!!”

และนั่นคือสิ่งที่คนดูจะพูดออกมา เมื่อได้ชมเรื่องราวทั้งหมดของเทพแห่งสายฟ้า Thor: The Dark World

จากเรื่อง กว่าจะเป็นภาคต่อของเทพอสนีบาต THOR: THE DARK WORLD โดย ฉัตรเกล้า นิตยสาร เอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1147 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On