กว่าจะเป็นหนังย้อนเวลาเพื่อช่วยอนาคต X-Men: Days of Future Past

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ความเป็นมาของหนังชุด X-Men ก็มีความแปลกประหลาดไม่แพ้บรรดาตัวละครในเรื่อง แถมบางทีเนื้อหาของหนังอาจจะสับสนน้อยกว่าการเล่นเก้าอี้ดนตรีของผู้กำกับหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ไบรอัน ซิงเกอร์ ผู้กำกับหนังตอนล่าสุด Days of Future Past เข้ามาแทนที่แมทธิว วอห์น ขณะที่วอห์นก็เข้ามาเสียบแทนซิงเกอร์ในหนังตอนก่อนหน้า X-Men: First Class แล้วตัวซิงเกอร์เองก็เคยถูกแทนที่มาแล้วก่อนนี้ โดยเบร็ทท์ แรทเนอร์ ในหนัง X-Men เรื่องที่สาม The Last Stand ที่มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับเป็นหนแรก

X_Men_Days_Future_Past 5แต่มันก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมกันดี กับการที่หนังจะได้ซิงเกอร์ ผู้กำกับหนัง X-Men ต้นฉบับและ X2 กลับมาทำหนัง X-Men ตอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด “เรื่องราวจะเกิดในอนาคต และอดีต แล้วก็ช่วงเวลาต่อจากนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก จากรัสเซียไปจีน แล้วก็เป็นฝรั่งเศส และวอชิงตัน, นิว ยอร์ค” เขาเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง “มันก็มีขอบเขต และขอบเขตส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในวงของเรื่อง”

เรื่องราวของหนังได้รับแรงบันดาลใจมาจาก นิยายภาพสุดคลาสสิคของคริส แคลร์มองท์ กับจอห์น เบิร์น ซึ่งเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต บรรดามนุษย์กลายพันธุ์ ถูกกวาดจนเกือบเกลี้ยงโลกโดยหุ่นยนต์ที่ชื่อ เซนติเนลส์ กลุ่มผู้อพยพพันธุ์เอ็กซ์ ที่แยกตัวออกมา โดยมี วูลฟ์เวอรีน กับสตอร์มเป็นหัวหอก พยายามที่จะปกป้องอนาคตด้วยการเดินทางไปเปลี่ยนอดีต นั่นหมายความว่า จะต้องมีการส่งพวกเขาบางคน ย้อนเวลากลับไปหาเอ็กซ์-เม็นยุคแรกๆ แต่ตัวหนังจะไม่ใช่การดัดแปลงแบบตรงๆ เป๊ะๆ “มันจะมีเรื่องราวของมันเอง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายภาพอีกที” ซิงเกอร์ยืนยัน สำหรับนิยายภาพตอน Days of Future Past นั้น ไม่มีทั้งศาสตราจาย์เอ็กซ์ และแมกนีโต แต่กับหนังใหญ่ เรื่องราวจะสานต่อทั้งจาก X-Men: First Class และหนัง X-Men ฉบับดั้งเดิม “ผมจะไม่พูดว่ามันเป็นภาคต่อของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง” ซิงเกอร์ เผย “มันเป็น ‘ตอนระหว่าง’ นั่นคือที่ผมเรียก เพราะไม่มีคำไหนที่ดีกว่านี้แล้ว เหตุการณ์จะเกิดขึ้นหลังจากหนัง X-Men 3 ราวๆ 10 ปี และในอดีต จะห่างจากเหตุการณ์ใน First Class 10 ปี”

X_Men_Days_Future_Past 7นั่นหมายความว่า หนังจะมาพร้อม ศาตราจารย์เอ็กซ์ และแมกนีโต ที่รับบทโดยนักแสดง 2 ชุด แพทริค สจวร์ท-เอียน แมคเคลเลน สำหรับยุคคลาสสิค และเจมส์ แม็คอะวอย-ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ที่เป็นรุ่นหนุ่ม “โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกัน” ซิงเกอร์อธิบายต่อ “ชาร์ลส์อยู่ในหลุมที่มืดมิด เมื่อพวกเราไปพบกับเขา และเอริคก็กำลังหาทางรวบรวมพลัง”

“มันเป็นบทที่ยากที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานมาเลย” ไซมอน คินเบิร์ก ที่ต้องมารับหน้าเสื่อพาบรรดามนุษย์กลายพันธุ์ของมาร์เวล กลับมาขึ้นจออีกครั้งกล่าว

“สาเหตุที่เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้มันโดดเด่นก็คือ เพราะมันแต้มสีสันของโลกอนาคต ให้เป็นเหมือนโลกของความพ่ายแพ้” ผู้กำกับซิงเกอร์ พูดขึ้น “แล้วก็ตั้งคำถาม ‘คุณหาทางล้างบาปได้ยังไงในโลกแห่งความพ่ายแพ้?’ “ จากนั้นซิงเกอร์ก็อ้างถึงปกหนังสือเรื่องนี้ฉบับที่ 141 ที่ชวนให้ช็อค “ภาพของมนุษย์กลายพันธุ์ที่ตาย หายสาปสูญ และที่กลายเป็นที่ต้องการตัว… ตัวละครโปรดของพวกเราทั้งนั้น แล้วคุณก็เปิดมาหน้าต่อไป และได้เห็นหลุมศพของพวกเขา!!! มันทำให้คุณโพล่งออกมาในทันที ‘มันเกิดขึ้นได้ยังไงเนี่ย?’”

นิยายภาพชุด Uncanny X-Men Comic ที่ออกเมื่อปี 1980 ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่ยัดใส่อยู่ในเรื่องเดียวกัน “คุณมีเรื่องการเดินทางข้ามเวลา คุณมีหุ่นยนต์ แล้วก็มีตัวละครหลักๆ ตั้ง 10 หรือ 12 ตัว ที่เล่นโดยนักแสดงรางวัลออสการ์ หรือเอ็มมี หรือรางวัลโทนี” คินเบิร์กพูด ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ่นต่อ “ทุกคนล้วนอยากมีฉากดรามาดีๆ ให้เล่น และคิดไปถึงว่า ตัวละครเด่นๆ บางตัวยังสามารถตามต่อได้ในเรื่องราวที่แผ่ขยายออกไปอีก บางทีนี่คือความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ มากกว่าเรื่องเดินทางข้ามเวลาซะอีก”

กับเรื่องราวที่โดดไปมาระหว่างยุคปัจจุบันที่เสื่อมทรามและไม่เป็นมิตรกับพวกกลายพันธุ์ และปี 1973 Days of Future Past เป็นทางเดินข้างๆ เส้นใหญ่ สำหรับให้หนังชุดนี้ได้ก้าวเดิน “หลังจากเสร็จหนัง First Class ผมกับแมทธิว วอห์น ใช้เวลาเยอะมากพยายามคิดให้ออกว่า เราอยากจะให้ภาคต่อไปเป็นยังไง” คินเบิร์ก เผย “มีความคิดหนึ่งที่มาจากฟ็อกซ์ ถามเราว่าอยากให้เอียน และแพทริค ที่ในตอต้นเป็นแค่ ซาเวียร์เฒ่า และแมกนีโตแก่ ปรากฏตัวในตอนต้นเรื่อง และท้ายเรื่อง โดยไม่ต้องให้พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดไหม

X_Men_Days_Future_Past 2“มันเป็นสิ่งที่ โดยธีมแล้วมีความน่าสนใจสำหรับเรา แต่ในการเล่าเรื่อง เราไม่รู้เลยว่าจะเล่าเรื่องออกมายังไงดี เราคิดถึงหนังไว้ว่าเป็นภาคต่อของ First Class อย่างเดียว ยังเป็นหนังย้อนยุค กับทีมนักแสดงชุดเดิม ขณะที่เรากำลังพูดถึงความเป็นไปได้ ที่จะเอาเอียนกับแพทริคเข้ามารับบทเล็กๆ ผมเอาหนังสือ Days of Future Past มาให้แมทธิว บอกตามตรงเลย ตอนนั้นผมไม่รู้สึกเลยว่า มันมีความเป็นไปได้ที่จะทำเป็นภาพยนตร์ แต่เขาชอบความคิดของหนังสือ และผมก็บอกว่า เราน่าจะเก็บอะไรจากมันได้ ใครบางคนถูกส่งมายังอดีต เพื่อปกป้องพวกกลายพันธุ์ในอนาคตจากเซนทิเนลส์”

และใครบางคน คนนั้นก็คือ วูลฟ์เวอรีน – ฮิวจ์ แจ็คแมน กลับมาเข้ากองอีกครั้งหลังเสร็จหนังเรื่องเดี่ยวของตัวเองในบทมนุษย์เจ้าอารมณ์เจ้าของกรงเล็บอาดาแมนเทียมมาหมาดๆ “เราต้องตัดสินใจกันด้วยเหตุผลที่หลากหลาย บ้างก็ชัดเจนมากๆ บ้างก็แทบมีความแตกต่างกันเยอะมาก เพื่อที่จะนำวูลฟ์เวอรีนย้อนเวลากลับไป” คินเบิร์ก เล่าต่อ “เหตุผลหนึ่งก็คือ เขาเป็นตัวละครสำคัญของหนังชุดนี้ และบางทีก็เป็นตัวละครที่มีคนดูทั่วๆ ไปรักมากที่สุด บางทีเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เมื่อเราเริ่มคิดถึงเรื่องความสมจริง ในการเดินทางย้อนเวลาด้วยจิตสำนึกของคิตตี ไปหาตัวเธอที่เยาว์วัยกว่า มีลักษณะตรงข้ามกับคนที่ส่งไป มันเป็นไปไม่ได้เลย…”

“เธอเป็นคนที่ช่วยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้สะดวกขึ้น พลังของเธอทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้” ซิงเกอร์เผย

X_Men_Days_Future_Past 6“ในหนังสือบอกเอาไว้ชัดว่า เป็นคิตตี ที่ถูกส่งกลับไป แต่… เพราะเราเลือกเอลเลน เพจ มาเล่นในX-Men: The Last Stand คุณก็ต้องมาคุยกันว่าจะเอานักแสดงคนไหนมาเล่นบทนี้ ในยุคของไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ และเจมส์ แม็คอะวอย เธอจะต้องเป็นคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี เราก็เลยต้องคิดใหม่ ปฏิกริยาตอบสนองแรก ที่แสดงออกมาก็คือ ต้องเป็นตัวละครที่ไม่มีอายุ และวูลฟ์เวอรีนเป็นเพียงคนเดียวที่ในปี 1973 ก็ดูเหมือนกับที่เห็นในอนาคต”

“แต่วูลฟ์เวอรีนเป็นเพียงคนเดียวที่มีความแข็งแกร่ง และความแข็งแรงมากพอที่จะสามารถกลับไปสู่การเดินทางครั้งนี้” ซิงเกอร์ เสริม ซึ่งนั่นก็หมายความว่า แจ็คแมนจะได้ใช้เวลากับฟาสส์เบนเดอร์ และแม็คอะวอยมากกว่าที่เห็นในหนัง First Class ที่เป็นบทแบบไม่มีเครดิต

แล้วพล็อตก็ถูกตบแต่งเจียระนัยกันไป ทีมเขียนบทของ Days of Future Past ยังมี เจน โกลด์แมน ที่เขียนบท First Class ด้วยอีกคน ซึ่งจะต้องจัดการเรื่องการเดินทางข้ามเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง วุ่นวายให้ออกมาเรียบร้อย “นั่นคือหนึ่งในแรงสนับสนุนแรกให้ไบรอัน ซิงเกอร์กลับมา” คินเบิร์ก เผย “ทีแรกในฐานะผู้อำนวยการสร้างของหนัง แล้วจากนั้นก็ในฐานะผู้กำกับ เขาพิถีพิถันมากๆ กับการทำให้ตรรกะในเรื่องการเดินทางข้ามเวลามันสมจริง

“ไบรอันเข้ามาพร้อมกับกฎในการเดินทางข้ามเวลา ที่ว่าขณะที่คนอื่นๆ ถูกส่งไปในอดีต แล้วส่งกลับมา อะไรก็ตามที่พวกเขาทำจะไม่กระทบถึงอนาคต มันมีเรื่องการเดินของนาฬิกามาเกี่ยวข้อง แต่กับวูลฟ์เวอรีน เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในอนาคต เขาจะพบว่า อะไรก็ตามที่เขาทำในอดีตจะยังมีผลอยู่ ความคิดแบบนี้ทำให้เราไม่ต้องกังวลกับทุกๆ ครั้งที่ผีเสื้อตัวเล็กๆ ในปี 1973 ขยับปีก ว่าจะก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ในอนาคต”

X_Men_Days_Future_Past 3Days of Future Past มาพร้อมทีมนักแสดงชุดใหญ่ ทีมของ First Class จะนำมาโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ในบทมิสทีค กับนิโคลาส โฮลท์ที่มาสวมบทบาทยักษ์ใหญ่ผู้น่าทึ่ง บีสท์ อีกครั้ง ขณะที่ทีมนักแสดงจากหนังชุดแรก จะมีฮัลลี เบอร์รี ในบทสตอร์ม, ชอว์น แอชมอร์ในบท ไอซ์แมน และ เอลเลน เพจที่เป็น ชาโดว์แค็ท ซึ่งไปๆ มาๆ บททดสอบที่แท้จริงของหนัง ไม่ใช่เรื่องรายละเอียดของการเดินทางข้ามเวลา แต่เป็นเรื่องของการเขียนบทให้กับนักแสดง เหมือนที่คินเบิร์กบอกเอาไว้ข้างต้น “ตรรกะของหนัง กับโครงสร้างทางอารมณ์ของมัน มันน่าจะพอสำหรับตัวละครหลักให้รู้สึกว่า พวกเขามีพัฒนาการ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาในหนัง และเชื่อมต่อเข้า-ออกซึ่งกันและกัน” คินเบิร์กอธิบาย “หนึ่งในเรื่องที่เราพูดกันบ่อยๆ ในตอนที่เริ่มต้นทำงานก็คือ ตกลงว่า ใครเป็นเจ้าของหนังเรื่องนี้? เพราะว่าในหนังรวมดาวที่มีแต่ตัวละครหลักๆ แบบนี้ มันต้องมีมุมมองตั้งต้น หรือแกนหลักที่คุณสามารถเดินตามไปได้ตลอดการเล่าเรื่อง

“สำหรับพวกเรา แรกๆ เลย เราลงความเห็นกันว่า เป็นหนังของชาร์ลส์ วัยหนุ่ม และนั่นก็คือเรื่องราวที่เป็นอารมณ์ของหนัง การได้ดูเขาเปลี่ยนจากผู้ชายคนหนึ่งที่เสียขาทั้งสองข้าง, เสียเพื่อน, เสียน้องสาว และในบางส่วนก็สูญเสียสภาพจิตใจ กลายมาเป็นศาสตราจารย์ ชาร์ลส์ ซาเวียร์ ผู้เปี่ยมเมตตาและทรงพลัง ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นเรื่อง แม็คอะวอยจะห่างไกลจากที่คนอย่างแพทริค สจวร์ทเป็นมาก นั่นคือสิ่งที่เราได้รับรู้จาก X-1 และเราก็ได้ดูเขาเดินก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ ตรงไปเป็นเจ้าของรถเข็น และกลายเป็นผู้นำ”

X_Men_Days_Future_Past 4แต่ขณะที่ Days of Future Past จะยกระดับโทนของหนังจาก ยุค 60s ที่ร่าเริงสดใสของ First Class ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะต้องดูหม่น และสิ้นหวัง ยิ่งไปกว่านั้นหุ่นยนต์ยักษ์ และการพลิกผันของเวลา ได้ทิ้งช่องว่างเอาไว้มากมายสำหรับให้ได้เล่นอะไรสนุกๆ อีกตั้งเยอะแยะ “อีกส่วนหนึ่งของบท จะเป็นเรื่องการตัดกันระหว่างสองโลก และจะถูกนำเสนอออกมาในแบบที่จะไม่ทำให้เสียจังหวะในการเล่าเรื่อง สำหรับแต่ละโลก แล้วยังสามารถเล่นกับการเปรียบเทียบแบบเหนือจริง ระหว่างยุค 70s กับยานอวกาศของโลกอนาคต” คินเบิร์กเล่า “พวกเรามีตำนานของยุค 70s เพียบ เรามีลูกบอลดิสโก มีนิกซัน มีคู่ของกางเกงขากระดิ่ง เอวต่ำ กับเสื้อเชิร์ทตัวโคร่ง เรื่องอื่นๆ ที่เราเริ่มทำในหนัง First Class ก็คือการเล่นกับความลับที่เป็นประวัติศาสตร์ แล้วกับเรื่องนี้ ก็จะมีฉากอย่าง การเจรจายุติสงครามเวียทนาม ที่เรียกว่า ปารีส พีซ แอคคอร์ด และมีฉากหนึ่งในไซง่่อน ที่บรรดาทหารกำลังถอนทัพ มันสนุกดีที่ได้หยิบนี่ใส่เข่้า จับโน่นดึงออกจากเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ มันทำให้หนังมีพื้นทางทางความรู้สึกอยู่กับความเป็นจริง ที่บางทีหนังซูเปอร์ฮีโร หรือหนังวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ ไม่มีหรอก”

และกับการทำงาน ที่เต็มไปด้วยนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ยุ่บยั่บเต็มกองถ่าย “การได้เห็นพวกเขาอยู่ร่วมกันในกองถ่ายมันสนุกชะมัด” ซิงเกอร์ กล่าว “มีหลายช่วงเวลาที่เราใช้การด้นสด เมื่อตัวละครมาปะทะกัน ซึ่งมันทั้งน่าประหลาดใจและน่าตื่นเต้น”

จากเรื่อง ย้อนเวลาเพื่อช่วยอนาคต X-Men: Days of Future Past โดย ฉัตรเกล้า นิตยสาร เอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1158 ปักษ์หลัง เมษายน 2557


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.