กว่าจะเป็น 13 อัลบั้มใหม่ในรอบ 18 ปีของแบล็ค แซ็บบาธ

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

black-sabbath-13ปี 2013 ได้ชื่อว่าเป็น “ปีแห่งการกลับมา” ด้วยเหตุที่ว่าในปีนี้ บรรดาศิลปินรุ่นใหญ่ ศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ ที่ห่างหายการออกอัลบั้มไปนานๆ ล้วนกลับมาออกอัลบั้มกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเดี่ยวอย่าง เดวิด โบวี่, ร็อด สจวร์ท หรือว่า จัสติน ทิมเบอร์เลค แต่ที่ถือว่าเป็น การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ ก็คงไม่พ้นอัลบั้ม 13 ที่เป็นการกลับมาอีกครั้งของแบล็ค แซ็บบาธ

เพราะ13 ไม่ใช่เป็นแค่อัลบั้มชุดที่ 19 ของแบล็ค แซ็บบาธ วงเฮฟวี่ เมทัลรุ่นบุกเบิกจากเกาะอังกฤษ แต่ยังเป็นอัลบั้มชุดแรกของวงนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นอัลบั้มชุดแรกของวงที่มีการทำงานร่วมกันกับออซซี่ ออสบอร์น นักร้องนำ และกีเซอร์ บัทเลอร์ มือเบส นับตั้งแต่อัลบั้มแสดงสดชุด Reunion เมื่อปี 1998 แต่ถ้านับกันที่สตูดิโอ อัลบั้ม 13 จะเป็นอัลบั้มแรกของวงที่มีออซซี่ ออสบอร์น นับตั้งแต่ Never Say Die! ในปี 1978 และอัลบั้มสุดท้ายที่มีบัทเลอร์ ก็คือ Cross Purposes เมื่อปี 1994

จริงๆ แล้วแบล็ค แซ็บบาธ เริ่มทำอัลบั้มชุดที่ว่าจะเป็นการกลับมาของพวกเขา ตั้งแต่ปี 2001 กับโปรดิวเซอร์ ริค รูบิน แต่การทำงานต้องหยุดไป เพราะออซซี่ต้องไปปิดงานอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 9 ของตัวเอง ทำให้สมาชิกที่เหลือของวงแยกกันไปทำงานโปรเจ็คท์ส่วนตัว และทุกอย่างก็จบลง

จนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2011 ทางวงก็ประกาศเริ่มต้นการทำงานร่วมกันใหม่อีกครั้ง โดยยังใช้บริการของรูบินเหมือนเดิม แต่จะว่าไป 13 ก็ไม่ใช่การรียูเนี่ยนแบบครบองค์ประชุม เพราะมือกลอง บิลล์ วอร์ด ไม่ได้มาร่วมงานด้วย ทำให้สมาชิกที่เหลือดึงเอา แบรด วิล์ค มือกลองของเรจ อะเกนสท์ เดอะ แมชีน มาร่วมงานแทน

การกลับมาทำงานร่วมกันในครั้งนี้ของ ออซซี่ ออสบอร์น – นักร้องนำ, โทนี่ ไอออมมี่ – กีตาร์ และ กีเซอร์ บัทเลอร์ – เบส มีทั้งส่วนที่ดีเหมือนอัลบั้มอย่างParanoid เมื่อปี 1970 หรือ Sabotage เมื่อปี 1975 แต่ก็มีส่วนที่แย่ๆ เหมือนที่ได้ยินจาก Forbidden เมื่อปี 1995 อยู่เหมือนกัน แต่กับการทำงานกว่า 40 ปีของพวกเขา ที่นำเสนองานเพลงอึกทึก ครึกโครม และหม่นมืด ในสายตานักวิจารณ์ส่วนใหญ่ 13 มีส่วนที่ก้าวหน้ามากกว่าถอยหลัง และกับความสำเร็จที่ได้รับ 13 สามารถเปิดตัวด้วยอันดับ 1 ในชาร์ทบิลล์บอร์ด ซึ่งเป็นหนที่ 2 ในชีวิตของพวกเขา ที่สามารถเปิดตัวในสิบอันดับแรกของชาร์ทได้สำเร็จ โดยอัลบั้มแรกของพวกเขาที่ทำได้ก็คือ Master of Reality ในอันดับ 8 เมื่อปี 1971 และเป็นอัลบั้มที่ขึ้นอันดับสูงที่สุดในอเมริกาของแบล็ค แซ็บบาธอีกด้วย

13 ออกวางจำหน่ายในวันที่ 11 มิถุนายน และขายไปเกือบๆ 155,000 ก็อปปี้ในสัปดาห์แรก ซึ่งมากกว่า Random Access Memories ของดาฟท์ พังค์ถึง 1 แสนก็อปปี้ นอกจากนี้อัลบั้ม 13 ยังขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษ, เดนมาร์ค, เยอรมันนี, นิว ซีแลนด์ และสวิทเซอร์แลนด์

“เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆ เราไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้เลย” ไอออมมี่ มือกีตาร์ของวงกล่าว “พวกเรามีแฟนที่เจ๋งเป้งที่สุด” ขณะที่ออสบอร์นบอกว่า “มีไฮไลท์ที่น่าทึ่งมากมายในชีวิตของพวกเรา และในท้ายที่สุด พวกเราก็มีอัลบั้มอันดับ 1 ชุดแรกในอเมริกา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์สำหรับแบล็ค แซ็บบาธ”

ก่อนกลับมาทำอัลบั้ม 13 หลังออซซี่แยกไปทำงานเดี่ยว จนโปรเจ็คท์รียูเนียนทำอัลบั้มล้ม กลางปี 2004 แบล็ค แซ็บบาธกลับมาขึ้นเวทีร่วมกันอีกครั้ง ในงาน ออซเฟสท์ ก่อนที่จะขึ้นเวทีเดียวกันนี้ในปีถัดมาอีกครั้ง และช่วงปลายปี 2005 แบล็ค แซ็บบาธก็ถูกบันทึกชื่อในหอประกาศเกียรติคุณของอังกฤษ ตามด้วยของอเมริกาในเดือนมีนาคม 2006

แต่เค้าลางของการทำงานร่วมกันอีกครั้งของวงก็ยังไม่ปรากฏ จนถึงปี 2011 ข่าวเรื่องแบล็ค แซ็บบาธ ยุคดั้งเดิมจะกลับมาเริ่มหนาหูมากขึ้น และในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2011 แบล็ค แซ็บบาธก็ประกาศว่า จะกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการ โดยนอกจากจะเล่นคอนเสิร์ตร่วมกันแล้ว ก็จะมีอัลบั้มชุดใหม่ออกมาด้วย โดยพวกเขาจะทำงานร่วมกับริค รูบิน โปรดิวเซอร์ชื่อดังของวงการ

black sabbathแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะในช่วงต้นปี 2012 โทนี่ ไอออมมี่ มือกีตาร์มีอาการป่วย ทำให้การทำงานต้องโยกจากแอลเอ มาเป็นที่บ้านของไอออมมี่ที่อังกฤษ ตามด้วยการที่บิลล์ วอร์ด มือกลองออกมาแถลงว่า จะไม่กลับมาทำงานกับเพื่อนๆ ถ้าไม่มีการเซ็นสัญญา และทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ตัดสินใจเดินหน้าต่อ โดยที่ไม่มีเขา ขณะที่ทางออสบอร์นบอกกับนิตยสารเอ็นเอ็มอีในเดือนมิถุนายนว่า ทางวงแต่งเพลงไปแล้ว “ราวๆ 15 เพลง” พร้อมทั้งบอกว่า 2013 เป็นชื่อที่ดีสำหรับอัลบั้ม

หลังจากขึ้นเวทีในงาน ลอลลาพาลูซา และดาวน์โหลด เฟสติวัล ในช่วงต้น-กลางปี 2012 แบล็ค แซ็บบาธ กลับมาสานงานที่ทำเอาไว้ต่อในเดือนสิงหาคม ระหว่างนั้น พวกเขาก็ออกมาให้ข่าวกับสื่อ ถึงความเคลื่อนไหวในการทำงานโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นชื่อเพลงในอัลบั้ม ตามด้วยข่าวใหญ่ ชื่ออัลบั้ม ที่พวกเขาตกลงใช้ชื่อว่า 13 พร้อมทั้งเปิดตัวแบรด วิลค์ มือกลองของเรจ อะเกนสท์ เดอะ แมชีน ที่มาทำหน้าที่ตีกลองให้พวกเขาในอัลบั้มชุดนี้

และเมื่อออกวางจำหน่าย เมื่อ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา 13 ก็กลายเป็นอัลบั้มชุดแรกของแบล็ค แซ็บบาธ ที่ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกา และกับคำวิจารณ์ 13 ได้รับวิจารณ์ที่ดีเป็นส่วนใหญ่ แม้จะไม่ได้ถูกมองว่าเยี่ยมยอดกว่างาน 6 อัลบั้มแรกของวง แต่ก็ดีกว่างานที่ออกตามมาหลังจากนั้น รวมไปถึงเป็นงานที่ดีเกินคาดจากคนดนตรีระดับตำนาน 3 คน ที่พิสูจน์ตัวเองไปแล้วเรียบร้อยเมื่อ 40 กว่าปีก่อน โดยนักวิจารณ์จากนิตยสาร คลาสสิค ร็อค ถึงกับยำ้ด้วยว่า หาก 13 จะเป็นอัลบั้มชุดสุดท้ายของวงก็จะถือว่าเป็นการปิดจบวัฏจักรของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว

จากเรื่อง กว่าจะเป็น 13 อัลบั้มใหม่ในรอบ 18 ปีของแบล็ค แซ็บบาธ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ 9-10 กรกฎาคม 2556


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.