กว่าจะเป็น Chappie หนังหุ่นนักเลงใจดี ผลงานใหม่งานไซ-ไฟเรียกน้ำตาจากนีล บลอมแคมป์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

อีกครั้งกับงานไซ-ไฟ ฝีมือนีล บลอมแคมป์ ที่หนนี้จะมาบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหุ่นใสซื่อที่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว จนกลายเป็นเป้าในการทำลายล้างจากทางการ

sadaos chappie story 08

นีล บลอมแคมป์

มองจากระยะไกล ที่พักในแวนคูเวอร์ของนีล บลอมแคมป์ก็ไม่ต่างไปจากของคนอื่นๆ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะ “เมื่อคุณมาถึงบ้านหลังที่มีตัวตุ๊กตุ่นสูงขนาด 12 นิ้วแขวนอยู่ตรงประตูบ้าน แล้วก็ซุกอยู่ตามหลังต้นไม้ พวกมันพร้อมจะยิงใส่คุณอยู่แล้วล่ะ!” ชาร์ลโต คอปลีย์ นักแสดงเจ้าประจำของผู้กำกับหนังไซ-ไฟกล่าวติดตลก โดยเจ้าหน้าที่ภาคทัณฑ์แอนดรอยด์รายนี้ เคยเล่นแม็ทท์ เดมอนซะแทบคลั่งใน Elysium มาแล้ว นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับมุขของตัวเอง “เขาสร้างชีวิตชีวาให้กับมื้อค่ำแบบครอบครัวน่ะ” เทอร์รี แททเชลล์ กล่าวพร้อมกับเสียงหัวเราะ เธอเป็นภรรยาของบลอมแคมป์ และบางครั้งก็เป็นคู่หูในการเขียนบท “ฉันมีรูปแม่ฉันกอดเขาแน่นเชียวตอนงานวันขอบคุณพระเจ้า” มองไปรอบๆ ห้อง สิ่งที่จะเห็นก็คือ กล้องเทเลสโคป, ตัวตุ๊กตุ่นของฮ็อท ทอยส์, หัวของเอเลียน ยังมีนกแก้วชื่อริปลีย์ที่ถูกเลี้ยงไว้อย่างดี และเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยรีโมทขนาดเบ้อเริ่มอีก 2 ลำ ในปี 2009 บลอมแคมป์เคยบอกว่าเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ “ผมมีลำเล็กๆ เยอะแล้ว” เขากล่าว “แต่นี่เป็นเครื่องใบพัดที่ทำรอบได้ถึง 5,000 รอบต่อนาที แล้วใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องบินเจ็ท ซึ่งผมก็ไม่ได้เอามันขึ้นบินหรอก เพราะกลัวจะทำมันตก”

นี่คือบ้านของคนที่สมองเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อย่างบ้าคลั่ง, ลุ่มหลงในเทคโนโลยี และทำงานไม่ได้หยุดหย่อน และที่ชั้นบนของบ้าน ตอนตี 3 ในคืนรำลึกถึงการกลับมาของพระเยซู บลอมแคมป์ก็ของขึ้น “ฉันตื่นมาก่อน ตอนตี 1” แททเชลล์ เล่า “เขาตื่นเต้นมากๆ จนไม่สามารถลงมาชั้นล่างได้ ถ้าไม่ได้บอกถึงความคิดที่พลุ่งพล่านของเขาให้ฉันรู้ แล้วเขาก็ยื่นตัวออกมาเหนือราวระเบียง พูดลงมาถึงเรื่องของแชปปี”

Chappie เป็นชื่อที่ตั้งตามยี่ห้อหมากฝรั่งของแอฟริกาใต้ และถูกใช้เป็นชื่อของหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง ที่มีประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้น

และคืนนั้นมีองค์ประกอบสำคัญ 2 อย่างที่แตกต่าง และมาอยู่ร่วมกันในความคิดของบลอมแคมป์ เขาแตกบทในหนังที่ว่าด้วยการหลบหนีเข้าเมืองอย่าง Elysium ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยเฉพาะฉากที่เกี่ยวข้องกับตำรวจหุ่นยนต์ แล้วในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้ยินเสียงเพลงจากศิลปินแร็ปสายฮาร์ด คอร์ชาวแอฟริกาใต้ วงได แอนท์เวิร์ด ดังสนั่น “ทันใดนั้นผมก็คิดได้ว่า จะเป็นยังไงถ้าวงดนตรีวงนี้ เลี้ยงหุ่นยนต์ที่เหมือนกับผ้าขาวราวกับว่าเป็นลูกชายของพวกเขา?” เขาเล่า “แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า หุ่นตัวนี้กำลังกำจัดสิ่งที่ต่างๆ ที่คนเลี้ยงมันกำลังทำ ผมคิดว่าไอเดียนี้มันย้อนแยงดี”

die antwoord

วง ได แอนท์เวิร์ด

กับหนังเรื่องนี้ ที่เป็นงานชิ้นที่ 3 ของเขา ต้องมีการวางเดิมพันที่สูงขึ้น เมื่อ Elysium แม้จะทำเงินทั่วโลกแบบน่าพอใจ 286 ล้านเหรียญ แต่กลับได้รับการต้อนรับที่เย็นชากว่า District 9 หนังเรื่องแรกของบลอมแคมป์ กับเวลา 2 ปีที่ผ่านไป เขายอมรับว่ารู้สึกผิดหวังกับผลลัพธ์ที่ออกมา “มันเป็นบทที่เขียนขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง เป็นบทที่ตั้งใจให้โดนเต็มที่” เขาเล่า “ผมทำทุกอย่างได้เป๊ะหมด การออกแบบก็โคตรเจ๋ง เอฟเฟ็คท์ก็น่าทึ่ง แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุด การมีเรื่องราวที่เล่าได้มากพอให้คนดูได้กัดกิน ผมทำพลาด”

Chappie เป็นโอกาสของเขาที่จะกลับมาคำรามดังๆ ได้อีกหน เหมือนๆ กับ District 9 หนังเรื่องนี้ดูล้ำ, สนุก และเหตุการณ์เกิดขึ้นในโลกที่วุ่นวายของกรุงโยฮันเนสเบิร์ก บ้านเกิดของเขา แล้วยังเป็นหนังหุ่นยนต์วัยละอ่อนที่มาพร้อมกับเรท-อาร์ ซึ่งไม่ใช่งานที่น่าจะขายได้ง่ายๆ แต่งานนี้ตัวผู้กำกับมั่นใจเต็มเปี่ยม “ผมไม่รู้นะว่าคนดูจะตอบรับมันยังไง แต่ผมภูมิใจกับมัน นี่คือหนังที่ผมรู้สึกว่าผมมาถูกทางละ”

ตอนที่เขียนบทร่วมกันใน District 9 บลอมแคมป์กับแททเชลล์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาบทดั้งเดิมยอดเยี่ยม หลังจากนั้นทั้งคู่ตกลงว่า จะไม่เขียนบทร่วมกันอีก “เราตัดสินใจด้วยความคิดที่ว่า ชีวิตที่บ้านน่าจะดีขึ้น ถ้าปราศจากการทำงานร่วมกัน” แททเชลล์ ที่เพิ่งซื้อหุ่นยนต์ตัวต่อเลโกให้กับสามีเป็นของขวัญวันคริสต์มาสเล่า “แต่พอเขาบอกฉันเรื่อง Chappie ฉันตกหลุมรักมันในแทบจะทันที ตอนที่ฉันบอกไปว่า ‘ได้โปรดให้ฉันทำงานเรื่องนี้กับคุณนะ!’ เขายังไม่ได้เดินลงบันไดมาด้วยซ้ำ”

ขณะที่บลอมแคมป์ฉีดยาที่ว่าด้วยวิทยาศาสตร์เข้าไปในบท แททเชลล์ ก็จะจัดการกับเรื่องหัวจิต หัวใจ และเป็นเธอนี่แหละที่ยืนยันว่าจะต้องมีเจ้าเอเลียนตัวน้อย ลิตเติล ซีเจ อยู่ในหนังเรื่อง District 9 ถึงแม้ว่าในตอนแรกสามีของเธอจะค้านหัวชนฝา เพราะจะทำให้งบสร้างเพิ่มมากขึ้นไปอีก “เรามีมุขเรื่องที่บางครั้ง ฉันจะผูกตัวเองติดกับรางรถไฟเพื่อเอาชนะสิ่งต่างๆ” เธอเล่า “แล้วนักจากนั้น เขาก็รู้ว่าต้องทำงานกับฉันอย่างจริงจัง ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ควรทำงานใน District 9 ซึ่งเริ่มด้วยการสาดกระสุนใส่กัน ถ้าเราไม่เอาองค์ประกอบอย่างที่ฉันต้องการใส่ลงไป บางทีนีลอาจจะกลอกตาไปมา ฟังฉันพูดว่าเขากำลังสร้างเทพนิยาย แต่สำหรับฉัน สิ่งที่ District 9 และ Chappie เป็นก็คือ เทพนิยายไซ-ไฟ เรท-อาร์”

บลอมแคมป์สรุปถึง Chappie ง่ายๆ ว่า เป็น “E.T. ถ้าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นที่ดีทรอยต์” ขณะที่แททเชลล์มองว่าเป็นงานที่คล้ายคลึงกับ Pinocchio มากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นในมุมมองไหน มันก็คือเรื่องเล่าของความบริสุทธิ์ที่พยายามคงความดีงามเอาไว้ให้ได้ในโลกที่แสนเลวร้าย “คุณจะได้เห็นกระบวนการเร่งการเจริญเติบโตแบบสุดๆ” ไซมอน คินเบิร์ก ผู้อำนวยการสร้าง เผย “จากเด็กทารกที่ไม่สามารถพูดอะไรได้แม้แต่คำเดียว ไปเป็นสิ่งที่มีพัฒนาการมากกว่ามนุษย์คนใดในหนังเรื่องนี้ เขากลายเป็นคนที่มีมิติล้ำลึก, อารมณ์ที่หลากหลาย และความซับซ้อนมากมายในที่สุด”

sadaos chappie story 06และส่วนหนึ่งของกระบวนการ แชปปีมีความผูกพันกับสุนัข เรียนรู้ที่จะวาดภาพและสนุกไปกับการ์ตูนเรื่อง He-Man “ตอนที่ผมยังเด็กๆ He-Man มีผลมากๆ กับผม” บลอมแคมป์อธิบาย “ผมไปที่ร้านวิดีโอ ดูแถวของวิดีโอ He-Man นับร้อยเรื่องเรียงราย มันเป็นประสบการณ์ที่แสนสุขจริงๆ” และการขอใช้ภาพความยาวเพียงแค่ 10 วินาทีของหนัง Masters of the Universe ก็ไม่ใช่ของราคาถูก “โดยส่วนตัวผมคิดว่า มันโคตรจะแพงเลย กับราคาที่พวกเขาเรียกมา” คอปลีย์ โวย “แต่เขาก็แบบ… ‘เพื่อน ฉันรักมันมากนะ ฉันต้องยอมจ่าย!’”

ขณะที่เอเลียนใน District 9 ถูกเรียกว่าไอ้กุ้ง หุ่นยนต์ใน Chappie จะคล้ายๆ กับกระต่าย ซึ่งเป็นการออกแบบที่ต้องย้อนไปจนถึงหนังสั้นความยาว 80 วินาที ในปี 2003 Tetra Vaal ของบลอมแคมป์ ซึ่งเป็นหนังสารคดีหลอกๆ เกี่ยวกับตำรวจจักรกลที่ทำหน้าที่ตรวจตราไปรอบๆ เมืองโยฮันเนสเบิร์ก “ผมอยากให้ตัวหุ่นยนต์มันดูสมจริง ทำงานได้ และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ” ผู้กำกับ อธิบาย “แล้วผมก็เอาหูกระต่ายเพี้ยนๆ ไปติดให้มัน ตอนนั้นผมกำลังอินกับพวกอะนิเมะและมังงะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง Masamune Shirow หูของแชปปีเป็นการยกย่องเจ้าไบรอารีออส จากเรื่อง Appleseed”

หนึ่งทศวรรษผ่านไป ขณะที่เขาปลุกชีพและอัพเกรดความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ บรรดาหูกระต่ายรูปร่างพิลึกก็กลายเป็นกุญแจสำคัญได้อย่างไม่น่าเชื่อ “การสรุปถึงการออกแบบเป็นเรื่องที่ยากมากๆ” บลอมแคมป์ กล่าว “คุณต้องหาทางสร้างใบหน้าของหุ่นยนต์ ที่ไม่ได้มีลักษณะของมนุษย์ และสามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้ และกับการทำงานที่เดาสุ่มไปเรื่อยๆ เราก็เจอมันแบบฟลุ้คๆ หูนั่นน่ะช่วยเราไว้ มันจะพลิกไปข้างหลังเมื่อรู้สึกกลัว และพลิกมาข้างหน้าเมื่อโกรธ มันเป็นสิ่งที่สร้างอารมณ์มากมายมหาศาล”

คอปลีย์ เป็นนักแสดงคนเดียวที่แจ้งเกิดได้จาก District 9 กับบทฮีโรจำเป็น วิกัส แล้วบทตัวร้ายที่ชื่อครูเกอร์ของเขาใน Elysium ก็เป็นไฮไลท์สำคัญของหนัง กระทั่งบลอมแคมป์ยังฝันไว้ว่า ตัวเองจะมีโอกาสสร้างหนังตอนแยกของเขาออกมา เพื่อ “ที่คนดูจะได้ติดตามตัวร้ายรายนี้ เหมือนๆ กับตอนที่เล่นเกม Grand Theft Auto” เพราะฉะนั้นเมื่อผู้กำกับต้องการใครสักคนมาทำให้หุ่นแชปปีมีชีวิตขึ้นมาได้ ผ่านการแสดงแบบเพอร์-แคป เขาก็รู้ดีว่าต้องไปหาใคร

sadaos chappie story 09

ชาร์ลโต คอปลีย์

“พระเจ้า มันเป็นสิ่งที่ผมโคตรอยากทำเลย หลังจากได้เล่นเป็นตัวร้ายไปแล้ว” คอปลีย์ เผย “ความท้าทายสุดๆ ก็คือ การที่ได้รู้ว่าแชปปีน่ะเข้าไปอยู่ในแก๊งมาเฟีย ซึ่งสำหรับผม เสื้อผ้าคือกุญแจสำคัญ ที่ผมห่วงก็คือไอ้เจ้าชุดแนบเนื้อนี่จะไปมีผลกับสไตล์แบบแก๊งสเตอร์! เพราะงั้นผมเลยไปซื้อกางเกงขาสั้นทรงแบ็กกี เพื่อที่ผมจะได้ใส่กางเกงแบบหลุดๆ เอวลงมาได้ราวๆ ครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่มีมันนะ พระเจ้าเอ๊ย มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะเล่นออกมาได้”

บลอมแคมป์ คิดถึงเรื่องนี้ในมุมที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย “ตอนที่ทำ District 9 เจสัน คอปคนนี้แหละที่เล่นเป็นเอเลียนแทบทุกๆ ตัว และบางอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในตัวเขาก็ต้องหลุดออกมาบ้าง นั่นก็เพราะความคับแน่นของชุดลีโอตาร์ด แล้วยังมีตัวที่เป็นการเลียนแบบจากผมและชาร์ลโตอีก อีก 5 ปีต่อมา ผมพบว่ามันน่าสนใจมากๆ เมื่อชาร์ลโตอยากใส่ชุดของตัวเอง เขาขอกางเกงขาสั้นมาแทบจะทันที เขาบอกว่า ‘มันเป็นเรื่องการเข้าถึงตัวละคร!’ และผมก็ ‘ใช่เลยเพื่อน นั่นคือสิ่งที่มันต้องเป็น’”

มาถึงการทำงานในตอนนี้ แททเชลล์จะกันตัวเองออกไป แต่เธอก็ชื่นชมกับสิ่งที่คอปลีย์ทำเต็มที่ “การเคลื่อนไหวของชาร์ลโต ทำให้แชปปีมีทั้งความเปราะบาง และสมจริง แล้วก็มีตัวตน” เธอกล่าว “มีช่วงเวลาที่แสนมหัศจรรย์มากๆ อยู่ช่วงหนึ่ง ที่เขาต้องเล่นกับตุ๊กตาบาร์บี้ และเพียงแค่เขาก้มหัวลงมา คุณก็สามารถมองเห็นถึงกระบวนการทางความคิดได้ละ ชาร์ลโตแสดงทุกๆ ข้อความออกมาได้ดีกว่าที่เขียนเอาไว้ในบทซะอีก”

ย้อนกลับไปในปี 2003 บลอมแคมป์สร้างความน่าทึ่งให้กับ Tetra Vall ได้ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, โปรแกรม 3 มิติที่ชื่อ Boujou และงบที่มากพอๆ กับขนาดของกุ้ง เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่หนังอย่าง Chappie ที่โซนีเป็นผู้ลงทุนจะออกมาดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ “ถ้าผมสามารถย้อนกลับไป และบอกตัวเองตอนอายุ 23 ว่าในอีกสิบปีข้างหน้า ผมจะทำหนังทุนสร้าง 50 เหรียญเกี่ยวกับหุ่นยนต์ตัวนั้น” ผู้กำกับพูดด้วยน้ำเสียงลิงโลด “สมองของผมตอนนั้นคงระเบิดออกมา”

ในเรื่องนี้เป็นอีกครั้งที่เขาทำงานร่วมกับ อิเมจ เอนจิน สตูดิโอทำเทคนิคพิเศษที่ตั้งอยู่ในแวนคูเวอร์ แน่นอนว่า บลอมแคมป์เป็นผู้กำกับอีกคนที่จู้จี้จุกจิก แต่ก็ไม่ได้อยู่เหนือการเข้าถึง และไม่ใช่พวกที่ชอบรื้ออะไรไปมา กับผลลัพธ์ที่ออกมา ถือว่าเหนือความคาดหมายของเขา “มันน่าทึ่งมากๆ กับสิ่งที่พวกเขาทำ ในระดับภาพเต็มจอใหญ่ๆ คุณจะได้เห็นหุ่นยนต์ปรากฏตัวราวกับเป็นภาพที่ถูกถ่าย ผมกำลังจะบอกว่า มันเหมือนกับใช้กล้องถ่ายออกมา 100% เต็มๆ” คอปลีย์ที่มีแบ็คกราวนด์ในเรื่องสเปเชียล เอฟเฟ็คท์ ไม่ต่างไปจากบลอมแคมป์ กะไว้ว่า ตอนที่ออกทัวร์โปรโมทหนังเขาจะใส่เสื้อยืดที่พิมพ์ชื่อคนทำงานเอฟเฟ็คท์ทุกคนเอาไว้ “กับการได้ดูหนังครั้งแล้วครั้งเล่า มันทำให้ผมอึ้งไปเลย” เขากล่าว “‘นั่นเป็นโมเดลใช่ไหม? ไม่ ไม่ มันคือผม’ ซีจีไอที่สร้างเจ้าหุ่นตัวนี้ขึ้นมามันโคตรจะเหลือเชื่อจริงๆ”

1251623 - Chappie

เดฟ พาเทล (ล่าง) ผู้สร้าง แชปปี และฮิวจ์ แจ็คแมน นักวิทยาศาสตร์ตัวร้ายของเรื่อง

เหตุการณ์ในหนังที่เกิดขึ้นในปี 2016 ทำให้ Chappie มีความความเป็นหนังไซ-ไฟล้วนๆ น้อยกว่า District 9 หรือ Elysium เราจะไม่ได้เห็นยานอวกาศ หรือว่าปืนจากโลกอนาคต แต่ฮีโรผู้เปราะบางของเรา จะต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามที่น่าพรั่นพรึง ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวร้าย วินเซนท์ (ฮิวจ์ แจ็คแมน) และหุ่น อีดี-209 “จะมีฉากแอ็คชัน ฉากใหญ่ในองก์ที่สามของหนัง” คินเบิร์กให้สัญญา “อะไรที่ใหม่ๆ ล้ำๆ จะถูกปล่อยออกมา”

กับการถูกลักพาตัวจากผู้ให้กำเนิด – ดีออน (เดฟ พาเทล) โดยพวกแก๊งข้างถนนที่ชื่อ นินจาและโยแลนดี (ซึ่งเล่นเป็นตัวเองโดยวง ได แอนท์วูด) แชปปีต้องอยู่ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อจิตวิญญานของตัวเอง “เขาเป็นตัวละครที่น่ารัก แตมีหลายๆ ครั้งในหนัง ที่เขาต้องทำในสิ่งผิดกฏหมาย” คินเบิร์ก เล่า “เขาอยู่ในโลกของพวกอาชญากร”

ร่างกายที่ถูกตบแต่งด้วยรอยสักแบบกราฟิตี และห้อยเหรียญอันใหญ่ๆ ใส่โซ่เส้นโตๆ รวมไปถึงตัวอักษร $ แชปปีทำให้หุ่นอัลตรอนใน Avengers: Age of Ultron ดูจืดไปเลย “ผมอยากให้เขาโดนของพวกนั้นห่อหุ้มเอาไว้” บลอมแคมป์พูดพร้อมกับเสียงหัวเราะ เขาขอให้นินจา ออกแบบรอยสักของแชปปีด้วย “เขามีชื่อมากนะในเรื่องการวาดสัญลักษณต่างๆ แบบกราฟิตี ที่ดูคลั่งๆ ผมเลยให้เขาออกแบบรอยสักให้กับแชปปี โดยบอกว่า ‘วาดอะไรก็ได้ ที่คุณต้องการลงไปตรงนี้’ มันทำให้ฝ่ายศิลป์ของผมปรี๊ดแตกอยู่พักหนึ่งเลย”

เจ้าแชปปีอาจจะทำลายความเลวร้ายได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำไม่ได้ก็คือ เคี้ยวหมากฝรั่ง “มาคิดถึงเรื่องนี้ เราไม่มีฉากไหนที่เห็นหมากฝรั่งแชปปีในหนังเลย” แททเชลล์ เผย “ลูกสาวเรากำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น เพราะฉะนั้น ออกไปห่างๆ บ้านเราด้วยรู้ไหม”

แต่ถ้าใครอยากรู้จักเจ้าแชปปี… ต้องไปดูในโรง จำไว้

จากเรื่อง หุ่นนักเลงใจดี Chappie ผลงานใหม่งานไซ-ไฟเรียกน้ำตาจากนีล บลอมแคมป์ โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1178 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On