การกลับมาของสรรพเสียงแห่งดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ที่นุ่มนวลละเมียดละไมของ Jamie Woon กับอัลบั้มใหม่ ‘Making Time’

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หนุ่มเลือดผสม มาเลย์เซียน-จีน ที่ได้จากพ่อ และสก็อตติชจากแม่ เจมี วูน สร้างชื่อให้กับตัวเองในวงการเพลงจากซิงเกิลฮิต ‘Night Air’ เมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นงานเพลงที่ได้รับคำชื่นชมว่ามีเสน่ห์อย่างยิ่ง จากการผสมผสานเสียงร้องที่ดึงดูดความสนใจ เข้ากับงานบีทและสรรพเสียงของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างลงตัวกลมกลืน ซึ่งเจ้าตัวเอง ให้นิยามงานเพลงของตัวเองเอาไว้ว่า เป็น “ดนตรีอาร์แอนด์บี ที่มีเสียงร้องนำเสียงดนตรี”

jamie woon - making time -dl

ด้วยความโดดเด่นของผลงานที่ทำออกมา ทำให้วูนได้รับการโหวให้ติดอันดับที่ 4 ในโพลล์ของ the BBC’s Sound of 2011 ก่อนที่จะตามมาด้วยการออกอัลบั้มชุดแรกกับค่ายเพลงใหญ่อย่าง โพลีดอร์ ที่ชื่อชุดว่า Mirrorwriting ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย และหลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอคอยงานชุดใหม่มายาวนานถึงเกือบๆ 4 ปี เจมี วูนก็กลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ Making Time โดยมีซิงเกิลเปิดอัลบั้มคือเพลง Sharpness งานอาร์แอนด์บี – อิเล็กทรอนิกส์ในแบบของวูน ที่ดนตรีละเมียด นุ่มนวล บีทดนตรีละมุนราวกับแพรไหม และเสียงร้องที่ฟังเซ็กซี ซึ่งเติมความเป็นป็อปเข้าไปในเพลงได้อย่างลงตัว

“แต่ละโปรเจ็คท์ ต้องใช้เวลาในการทำงาน” เจมีเล่า “มันเป็นเรื่องปกติสำหรับผมนะ ที่จะเริ่มทำเพลงสักเพลง แล้วก็นั่งลง ให้เวลาหมดไปสัก 2 ปีก่อนหน้าที่จบมันลง ผมเคยรู้สึกผิดกับการที่ใช้เลาเนิ่นนานไปกับมันเหมือนกันนะ แต่ผมทำใจกับมันได้ละ ส่วนหนึ่งที่ทำให้งานชุดนี้ต้องใช้เวลานาน ก็เพราะผมอยากให้ตัวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนหม่ ที่กำลังจะปล่อยงานใหม่เอี่ยมอ่องออกมา”

ช่วงเวลาหลังจากที่แจ้งเกิดกระหึ่มด้วยอัลบั้ม Mirrorwriting เจมีก็ไม่ได้หยุดนิ่งเฉยๆ เขาไปร่วมงานกับ Disclosure ในอัลบั้มเปิดตัวของฝ่ายหลัง Settle เมื่อปี 2013 แล้วก็ไปเล่นในเทศกาลดนตรีต่างๆ ในยุโรป และระหว่างช่วงเวลาในการทำงานเหล่านี้ที่มีอยู่น้อยนิดนี่เอง ที่เจมีใช้สำหรับการเขียนเพลงในอัลบั้มใหม่

อัลบั้มที่วูน ได้มือดีของวงการเพลงมากมายมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น วิลลี เมสัน นักร้อง/ นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ที่มามอบเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์อันน่าจดจำในเพลง Celebration, โรบิน ฮันนิบาล มาร่วมกับเจมีเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับซิงเกิลแรกของอัลบั้ม Sharpness, รอยซ์ วูด จูเนียร์ ก็มาแจมด้วยในเพลง Lament รวมไปถึงเล็กซซ์ ยอดโปรดิวเซอร์ ที่มาร่วมทำงานในอัลบั้มชุดนี้ด้วย “เล็กซซ์ เปิดตาของผมให้ได้เห็นว่า การทำเพลงควรเป็นยังไงในทางเทคนิค และแสดงให้เห็นถึงข้อดี ของการปิดทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วจดจ่อไปกับอะไรบางอย่างมันดียังไง”

และนั่นก็ทำให้งานชุดนี้ให้ความรู้สึก ‘สด’ และ ‘ใหม่’ สำหรับเจมี วูน จริงๆ “กระบวนการทำงานชุดนี้ ก็คือการค้นหาความมั่นใจ, การฟังสัญชาติญาณของตัวเอง และใช้พวกเขามาทำทุกอย่างให้ดีขึ้น” วูนพูดปิดท้าย

และจากซิงเกิลแรก Sharpness ไปจนถึงทุกเพลงใน Making Time วูนก็มอบความมั่นใจ ความสดในตัวเพลงให้กับผู้ฟังได้เยี่ยมยอดกว่าที่เคยเป็นมาเช่นกัน

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.