การกลับมาแบบสดใส ซาบซ่า ของมือปราบมนุษย์ต่างดาว MEN IN BLACK: INTERNATIONAL

SHARE THIS
  • 129
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    129
    Shares

Men in Black: International ก็คืองานที่มาสร้างความสดใหม่ให้กับหนังแอ็คชัน ไซ-ไฟ เบาสมอง ว่าด้วยมือปราบมนุษย์ต่างดาว ที่ใหม่ทั้งฝั่งคนดีและฝ่ายคนร้ายจากจักรวาลที่มาให้ฮีโรทั้งหลายต้องจัดการ และนี่คือบรรดาคนสำคัญสำหรับการกลับมาในครั้งนี้

“คนดีใส่ชุดดำ จำเอาไว้” เนื้อร้องประโยคหนึ่งที่ยากจะลืมเลือน ในเพลงแร็พอมตะที่เป็นซิงเกิลผูกติดกับหนังต้นฉบับว่าเอาไว้ แต่อะไรๆ ในวันนี้เปลี่ยนไปจากปี 1997 เยอะ และที่เห็นใน Men in Black: International ก็คือคนที่สวมชุดดำไม่ใช่ผู้ชายเสมอไป เพราะหนนี้มีสาวๆ มานำทีมทำหน้าที่ภาคสนามกับเขาด้วยรู้ไหม?​ แล้วพวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องสวมชุดสีดำ เพราะเครื่องแบบตามปกติบางทีก็มีสีสันตามแฟชันมากกว่าเดิม แถมพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องมีแต่คนดีเสมอไป เพราะดันมีหนอนบ่อนไส้ในองค์กร และฮีโรของเราก็ต้องจัดการหาตัวเพื่อลาก ‘เขา’ หรือ ‘เธอ’ ออกมา

หนังต้นฉบับในปี 1997 สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนของมาร์เวล (ที่ตอนนั้นคือ แอร์เซล) ซึ่งมีคนรู้จักน้อยมาก แล้วก็ผสมผสานแนวทางและโทนที่หลากหลายเข้าด้วยกันในอารมณ์เบาสมอง หนังที่วิลล์ สมิธและทอมมี ลี โจนส์ประกบคู่แสดงนำ กลายเป็นงานฮิิตเซอร์ไพรส์ ก่อนที่จะมีภาคต่อตามมาอีกสองเรื่อง ที่ประสบความสำเร็จน้อยลงเรื่อยๆ แต่ Men in Black: International ไม่ใช่งานภาคต่อ และไม่มีเพลงของวิลล์ สมิธมาผูกเป็นซิงเกิลโปรโมทหนังอีกแล้ว แถมแบร์รี ซอนเน็นเฟลด์ ผู้กำกับหนังสามเรื่องแรกก็ฉากหลบไปเรียบร้อย ปล่อยให้เอฟ. แกรี เกรย์ ผู้กำกับหนัง Fast & Furious 8 มารับผิดชอบแทน “มันเป็นเรื่องการหาความสมดุลย์เฉพาะตัว” เกรย์ กล่าว “ระหว่างการเป็นงานไซ-ไฟ, สยองขวัญ, เบาสมอง หรือว่าทุกแนว มันเป็นความท้าทาย”

ดาราใหม่, ผู้กำกับใหม่, พลังใหม่ๆ, ความท้าทายใหม่ ล้วนมีอยู่ในเรื่องราวแบบไซ-ไฟของหนัง แต่ที่ขาดไม่ได้แถมยังเป็นของสำคัญ นั่นก็คือส่วนผสมทางเคมีของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆ “หนังพวกนี้จำเป็นต้องมีจินตนาการและเทคนิคพิเศษ” วอลเตอร์ พาร์คส์ ผู้อำนวยการสร้างของหนังชุดนี้ทุกเรื่องบอก “แต่ก็ต้องเข้าถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แล้วนักแสดงก็ต้องเข้ากันได้ดี”

ขอแสดงความยินดีกับทีมใหม่เอี่ยมอ่องของมือปราบมนุษย์ต่างดาว
– ขาแรง
เขารับบทเป็นเจ้าหน้าที่ เอช ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ชุดดำที่เจ๋งที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ไปๆ มาๆ เขากลับใช้โชคและอัตตา มากกว่าประสบการณ์และความกล้าหาญ นึกถึงฮัน โซโลที่ไม่มีความสามารถเข้าไว้ นั่นละเขา แต่บางทีอาจจะเป็นแค่ครึ่งเดียว “เขามองว่าตัวเองเป็นพวกเกเร” เฮมสเวิร์ธพูดถึงตัวละครที่เล่น ก่อนจะตบท้ายด้วยรอยยิ้ม “ซึ่งฟังดูน่ารังเกียจยังไงไม่รู้” ทุกอย่างที่เขาเรียนรู้เหมือนจะมาจากพี่เลี้ยง ที่เป็นหัวหน้าหน่วยบุรุษชุดดำประจำลอนดอน ที่รับบทโดยเลียม นีสัน

การเลือกเฮมสเวิร์ธมารับบทนี้ ซึ่งเป็นบทแรกของเขาหลังหนัง Endgame เป็นไปด้วยความรอบคอบ และเป็นการสานต่อความพยายามของเขาที่ต้องการลบภาพของซูเปอร์ฮีโรออกไป ลองนึกถึงบทผู้ช่วยจอมเฟอะใน Ghostbusters หรือกระทั่งภาพลักษณ์ชาวแอสการ์เดียนโทรมๆ ใน Endgame ดู “นี่คือคริส” พาร์คส์กล่าว “เขาพยายามรับบทที่ต่อต้านภาพลักษณ์ที่ดูดี และทำได้เยี่ยมมากๆ กับการไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวเองเป็น”

แต่ถ้าลองลากเส้นจากตัวเอกในหนังฉบับเก่ามาหาใหม่ คุณอาจพบว่าเอช ก็คือการผสมผสานระหว่างท่าทางแบบคนเก่งแต่ปากแบบเจ้าหน้าที่ เจ ของวิลล์ สมิธ กับคนเปี่ยมประสบการณ์แบบเจ้าหน้าที่ เค ของทอมมี ลี โจนส์ แต่ปราศจากทักษะหรือว่าความห่วงใยคนอื่นๆ เฮมสเวิร์ธรู้ดีว่าเขาต้องชนะใจแฟนหนังรุ่นใหม่ๆ และต้องเอาใจแฟนเก่าให้ได้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะต้องเลี่ยงๆ อะไรที่เป็นเรื่องความทรงจำจากอดีต “อะไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าคุ้นเคย เราจะ…’เอาละ เราจะห่างๆ จากเรื่องพวกนั้น’” เขาเล่า “สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้น สำหรับการเล่นหนังเรื่องนี้ก็คือ โอกาสในการทำสิ่งที่ผมรักและหาทางสร้างอะไรที่คาดไม่ถึง ในรูปลักษณ์ใหม่ๆ ของโลกใบนี้ การเดินตามอะไรแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าเกรงขามมากๆ ผมชอบความท้าทายทางความคิดสร้างสรรค์ที่มาพร้อมกับมันนะ”

เพื่อที่จะทำแบบนั้น เฮมสเวิร์ธจะต้องใช้บทเรียนมากมายที่เป็นความท้าทายทางความคิดสร้างสรรค์จาก Thor: Ragnarok หนังซึ่งคล้ายๆ กับ Men in Black: International ตรงที่พยายามสร้างบรรยากาศแบบสบายๆ ในกองถ่าย ด้วยการให้นักแสดงมีอิสระในการด้นสด “ผมเรียนรู้เรื่องนี้จากการทำงานกับไทกา ไวตีติ” เฮมสเวิร์ธเผย “ไม่กลัวที่จะทำอะไรรั่วๆ หรือล้มเหลว แค่พยายามทำ และอย่าไปรู้สึกอะไรกับมันมากนัก อย่าง ‘เอ่อ… อันนั้นสนุกไหม หรืออันนี้สนุกหรือเปล่า?’ ก็แค่ใส่ไปเต็มที่ อะไรคือสิ่งเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ละ?”

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ส่งต่อมาจาก Ragnarok ก็คือ… แน่นอนการร่วมทีมกันของเฮมสเวิร์ธกับหนึ่งเดียวคนนี้เทสซา ลีนน์ ธอมป์สัน

– หน้าใหม่
เทสซา ธอมป์สัน เป็นแฟนพันธุ์แท้ Men in Black และเธอก็เล่นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของบุรุษชุดดำ วันก่อนที่ได้เข้าฉากทางเข้าสำนักงานใหญ่ที่แมนฮัทตันอันแสนโด่งดังของบุรุษชุดดำ ห้องโถงซึ่งมีเพดานกว้างใหญ่ และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยเพียงคนเดียว แต่เป็นการยกมาสร้างใหม่ในโรงถ่ายที่เฮิร์ทฟอร์ดเชียร์ ทำให้เธอและตัวละครที่เล่นมีความตื่นเต้นร่วมกัน “มันโคตรเหลือเชื่อเลย!” เธอกล่าว “นั่นเป็นทางเข้าระดับตำนาน แล้วก็มีลิฟท์…. คุณแบบ ‘ว้าว! นี่มันหนัง Men in Black’”

เหมือนๆ กับเฮมสเวิร์ธ ธอมป์สันยังเป็นวัยรุ่นอยู่ตอนที่หนังต้นฉบับออกฉาย และได้เห็นวิลล์ สมิธเดินเข้าไปในห้องโถงที่ดูเหมือนตื้นๆ บนจอใหญ่ แต่ที่ต่างไปจากเจ้าหน้าที่ เจ ของสมิธก็คือ มอลลี ที่กลายเป็นเจ้าหน้าที่ เอ็ม ของธอมป์สัน คือคนหน้าใหม่ที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ในฐานะเด็กสาวคนหนึ่งที่มีประสบการณ์เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตต่างดาวเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง และทำให้ลุ่มหลงกับสิ่งมีชีวิตจากโลกอื่น รวมไปถึงบุรุษและสตรีชุดดำที่ควบคุมพวกมัน “เธอตามหาพวกบุรุษชุดดำมานานมาก” ธอมป์สันบอก และท้ายที่สุดเธอก็สมปรารถนาตามที่ต้องการ เธอได้สวมสูทสีดำของตัวเอง “เธอไม่ใช่คนที่ถูก ‘คัดเลือก’ มา เธอเป็นคนที่ดันตัวเองเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่”

จุดเริ่มต้นของเธอก็มีความน่าสนใจ เธอเป็นหนึ่งในมนุษย์ไม่กี่คนที่ล่วงรู้ความลับจักรวาล และมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะเล่าเรื่องราวเล่านี้โดยที่ไม่ถูกลบล้างความทรงจำ แต่การเข้ามาเป็นหนึ่งในทีม ไม่ใช่การเดินทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ “เธอถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นบุรุษชุดดำ” ธอมป์สันอธิบาย “เธอเก่งแล้วก็ฉลาด แต่เรื่องบางอย่างมันก็ต้องมีการเรียนรู้ที่มากขึ้น มีเรื่องการเมืองในนั้น แล้วก็มีพวกอาวุธลึกลับ…” จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ เอช ที่นำไปสู่เรื่องราวคู่หูเบาสมองแบบคลาสสิค เอชกับเอ็ม ที่ไม่ได้เกี่ยวพันกับแบรนด์เสื้อผ้าจากสวีเดน เอชแอนด์เอ็มแต่อย่างใด ทั้งสองคนเหมือนคู่ที่ไม่เข้ากัน มีกระบวนการทำงานที่อยู่กันคนละขั้ว เอชทำตามใจ แต่เอ็มทำตามความคิด แล้วถ้าคาดหวังเรื่องราวปิ๊งปั๊ง มันก็ต้องใช้อะไรเจาะลึกลงไป “ในความเป็นมนุษย์ พวกเขามีพื้นฐานที่แตกต่างกันมากๆ” ธอมป์สันให้ความเห็น “ไม่เหมือนกับหนังต้นฉบับ พวกเขามีอุปสรรคที่ขวางทางมากกว่า ในความเป็นคู่หูนะ ความซับซ้อนที่มากกว่ากลายเป็นเรื่องสนุกที่จะเอามาสร้างอารมณ์ขันให้เกิดขึ้น”

พลังขับเคลื่อนคือศูนย์กลางของความสำเร็จสำหรับหนังแบบนี้ ที่อาจจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มี Thor: Ragnarok ซึ่งไม่ต่างไปจากเทปออดิชันมูลค่า 180 ล้านเหรียญของ Men in Black: International วอลเตอร์ พาร์คส์ ผู้อำนวยการสร้างเผยด้วยว่า เฮมสเวิร์ธถูกเลือกมาเป็นคนแรก แล้วพอมองหานักแสดงร่วมที่เหมาะสม มันก็ไม่ยากเลยที่จะพบ “หลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงออกมาให้เห็นเรียบร้อยแล้วบนจอภาพยนตร์” และการปะทะกันบนจอภาพยนตร์ก็ถูกหนุนส่งด้วยสัมพันธภาพในการทำงานที่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเป็นหนังที่เน้นด้นสดแบบนี้

ส่วนผสมทางเคมีทั้งนอกจอและในจอเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน พวกเขาสนุกกับการทำงาน และหวังว่ามันจะส่งต่อไปถึงผู้ชมด้วยเช่นกัน “ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีได้เล่นหนังกับพี่บึ้ม” เธอบอก มันเป็นการทำงานที่ผ่อนคลายมากๆ ซึ่งเธอเองก็เกือบจะพาตัวเองไปอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการจมอยู่กับบทแบบลอรา เดิร์นเหมือนกัน “ฉันอยากเล่นฉากสตันท์บ้าง แล้วแกรี (ผู้กำกับ) ก็บอกว่า ‘เยี่ยมไปเลย เจ๋งมากๆ คุณพอจะหุบปากได้ไหม?’ เล่นเอาฉันถึงกับเป่าปากออกมาเลย”

– ผู้ช่วย

ถ้าเอช คือเมอร์ทอฟ และเอ็ม คือริกก์ส ในหนังคู่หูตำรวจสุดฮิต Lethal Weapon พอว์นีก็คงเป็นเก็ทซ์ ของโจ เปสซี ผู้ช่วยของสองตัวละครหลัก ที่กลายเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนสำคัญของหนัง “เขาไม่ใส่สูท” คูเมล นานจิอานิ นักแสดงตลกเจ้าของความสูง 5 ฟุต 8 นิ้ว กล่าว เขาคือคนที่ให้เสียงและสวมบทบาทเป็นพอว์นี สิ่งมีชีวิตความสูงแค่ 6 นิ้ว “แต่เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ทีมของเราสามคนที่กำลังผจญภัยครั้งสำคัญ ด้วยการพยายามไขความลับให้กระจ่าง”

หนังชุดนี้มักจะมีพวกมนุษย์ต่างดาวมาให้ความช่วยเหลือในการสืบสวนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบอกเบาะแสหรือชี้ทางให้กับตัวละคร แต่ไม่มีใครเหมือนพอว์นี เขาเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์สุดท้ายที่เดินทางมายังโลก และลงหลักปักฐานสร้างความรุ่งเรืองให้กับตัวเองแถวๆ กระดานหมากรุก อย่างที่ชื่อของเขาบอกเป็นนัยๆ และหนนี้ ไม่ใช่แค่จักรวาลเท่านั้นที่ตกเป็นเดิมพัน กระดานหมากรุกของพอว์นีก็เช่นกัน

นานจิอานี ที่ตอนนี้อาจจะยังไม่คุ้นชื่อกันนัก แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า เราน่าจะได้เห็นเขาใน Eternals หนังจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลเรื่องต่อไป จำได้ดีว่าตัวเองตะลึงพรึงเพริดขนาดไหน กับเกมลูกแก้วจักรวาลในหนัง Men in Black เรื่องแรก แล้วเขาต้องอึ้งยิ่งกว่าเมื่อเอฟ. แกรี เกรย์ เสนอให้เข้ามาเล่นหนังเรื่องนี้ตอนเจอกันในงานรอบปฐมทัศน์ของ Black Panther “ตอนนี้ผมกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ และคิดว่าคุณเหมาะที่จะเล่นมัน” เขาไม่รู้สึกผิดหวังอะไรเลย ที่รู้ว่าตัวเองได้บทตัวละครมนุษย์ต่างดาวซีจีสูงหกนิ้ว “บอกตรงๆ เลยนะ มันดูเพี้ยนน้อยกว่าได้เห็นตัวเองบนจอด้วยซ้ำ ผมรู้สึกประหลาดๆ มากกว่าถ้าได้เห็นตัวเองบนจอ”

แต่การถ่ายทำตัวละครที่ต้องสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ล้วนๆ ยังคงเป็นกระบวนการประหลาดๆ นานจิอานิต้องอยู่ในกองถ่ายตลอดการถ่ายทำฉากของตัวเอง โดยมีจุดต่างๆ แปะบนหน้า มีกล้องติดอยู่บนหัว บางครั้งก็ต้องเล่นจากตำแหน่งพิลึกๆ เพื่อที่จะให้เข้ากับระดับสายตาของนักแสดงร่วมฉาก “ผมไม่เคยต้องคุดคู้ขนานนี้ในหนังมาก่อน” เขาเล่า “ผมต้องนอนท่าแพลงเต็มๆ อยู่สอง-สามฉาก”

ยังมีอะไรอีกมากมายที่นานจิอานียังไม่เคยเห็น เขาอาจจะสูงเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะได้เห็น “ฉากแอ็คชันระหว่างคนตัวจิ๋วๆ สองคน” และความช่วยเหลือสำคัญจากปืนขนาดจิ๋วยิ่งกว่า พอว์นีอาจจะเหมือนเก็ทซ์ ตัวละครที่มีความสำคัญมากกว่าที่เราคาดเอาไว้

– เจ้านาย
หนัง Men in Black 3 ไม่ได้เป็นที่จดจำอย่างลึกซึ้งเหมือนหนังต้นฉบับ ถึงแม้จะถูกมองว่ามีการปรับปรุงมากขึ้นจากหนังเรื่องที่สอง แล้วก็เป็นงานที่น่าจดจำมากๆ สำหรับแฟนคนสำคัญ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน ผู้กำกับหนังอาร์ตเฮาส์ ที่ถึงกับบอกว่าหนังมัน “โคตรเจ๋ง” แต่หนึ่งในการตัดสินใจที่ชาญฉลาดสำหรับหนังเรื่องนั้นก็คือ การเลือกเอ็มมา ธอมป์สันมารับบทเจ้าหน้าที่ โอ หัวหน้าบุรุษชุดดำประจำนิว ยอร์ค ซึ่งมาทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ซี ของริป ธอร์น และในหนังเรื่องนี้เธอก็กลับมา และเป็นหนึ่งเดียวจากหนังไตรภาคต้นฉบับที่กลับมา ซึ่งถือเป็นเยื่อใยบางๆ ที่ทำให้หนังมีความเกี่ยวพันกับเรื่องราวในยุคของสมิธและโจนส์
ธอมป์สัน “ประหลาดใจและตื่นเต้นมาก” ที่ถูกขอให้มารับบทนี้อีก “ฉันรู้ว่านี่เป็นการเริ่มต้นใหม่แบบยกเครื่องสำหรับหนังชุดนี้” เธอเล่า “ฉันคิดว่าพวกเขาคงเลือกนักแสดงใหม่” แต่พวกเขาไม่ทำ แถมยังไม่มองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นในแมนฮัทตัน เพราะเจ้าของสีผมที่สว่างไสวอย่างโอ คือคนที่ต้อนรับสาวธอมป์สันเหมือนกันที่มารับบทเอ็ม เป็นหนึ่งในทีมบุรุษชุดดำ แม้จะเริ่มต้นด้วยความเย็นชาก็ตามที

“เอ็ม ไม่ใช่คนที่ต้องการอาจารย์” ธอมป์สันกล่าว “และเธอก็คล้ายๆ กับพวกผู้นำในองค์กรใหญ่ๆ โอเป็นพวกมีเล่ห์เหลี่ยม เพราะฉะนั้นคุณไม่มีทางรู้เลยว่าเธอคิดอะไร และเธอไม่จำเป็นต้องสนับสนุนคุณเพียงเพราะคุณเป็นผู้หญิง”

ความลังเล สงสัยแปรเปลี่ยนไปเป็นความนับถือกันและกัน ท้ายที่สุดโอส่งน้องใหม่ไปสืบสวนคดีที่อีกฝั่ง

ในฐานะหนึ่งเดียวที่ผ่านหนังชุดนี้มาแล้ว ธอมป์สันยังรับหน้าที่เป็นอาจารย์นอกจอให้กับนักแสดงและทีมงานอีกด้วย “ไม่จริงเลย ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันก็แค่ซื้อโดนัทแจกคนอื่นๆ ฉันส่งโดนัทอันหนึ่งให้เทสซา แต่พระเจ้ารู้ดีว่าเธอฟิตและแข็งแรงมากๆ ฉันหมายความว่าเธอนิ่งยังกับมังกร”

– มนุษย์ต่างดาว
สิ่งที่อยู่กับหนัง Men in Black มาทุกเรื่องก็คือ ความคิดที่ว่ามนุษย์ต่างดาวส่วนใหญ่จริงๆ แล้วไม่ใช่ตัวร้าย พวกเขาคือเพื่อนบ้านของเรานี่แหละ แต่มาจากทั่วทุกมุมของจักรวาล พยายามผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง หลังเมื่อยล้าจากเดินทางข้ามอวกาศอันยาวไกล หนังเรื่องแรกเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าเป็นการแสดงนัยสองแง่สองง่ามของมนุษย์ต่างดาวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเป็นภาพของรถตู้ที่เต็มไปด้วยชาวเม็กซิกันกำลังข้ามชายแดนเข้ามาในสหรัฐอเมริกา โดยที่หนึ่งในจำนวนนั้นยังเป็นการข้ามเขตแดนของดวงดาว หนังเรื่องนี้จะขยับขยายความคิดนี้ออกไป สร้างแง่มุมประวัติศาสตร์ให้กว้างขวางมากขึ้น รวมไปถึงให้มนุษย์ต่างดาวเป็นเหมือนผู้อพยพ “มันเป็นจักรวาลที่กว้างใหญ่มากขึ้นในทุกทิศทาง” พาร์คส์เผย “เราค้นพบว่าหอไอเฟลจริงๆ แล้วถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าหน้าที่บุรุษชุดดำประจำฝรั่งเศสคนแรกๆ เจ้าหน้าที่ อี หรือ จูลส์ ไอเฟล ซึ่งกลายเป็นท่าของอารยธรรมอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพวกสิ่งมีชีวิตต่างดาวกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกๆ ที่เดินทางเข้ามา”

การคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษย์ต่างดาวผู้ก้าวร้าว ที่รู้จักกันในนามเดอะ ไฮฟว์ นำมาสู่การไหลบ่าของบรรดาผู้อพยพจากนอกโลก ซึ่งหมายความว่าบรรดามนุษย์ต่างดาวจะมีอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง และมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์อย่างไม่เคยมีมาก่อน และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ ริซา มนุษย์ต่างดาวไร้ความปรานีที่เป็นพวกค้าอาวุธ ซึ่งรับบทโดย รีเบ็คกา เฟอร์กูสัน เจ้าของมือสามมือ และเป็นถ่านไฟเก่าของเจ้าหน้าที่ เอช “มีจิตวิญญาณของการแฝงตัวอยู่ในภารกิจของเขาจนเป็นเรื่องปกติ” เฮมสเวิร์ธพูดพร้อมรอยยิ้ม “เมื่อเขาพาตัวเองไปเป็นส่วนหนึ่งกับเผ่าพันธุ์เหล่านั้น ผมไม่รู้นะว่ายังไง… แต่เขาทำให้เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวมันเลือนลาง”

แล้วก็มีฝาแฝดที่เล่นโดยสองพี่น้องนักเต้นรำชาวฝรั่งเศส โลรองท์และแลร์รี นิโคลาส์ บัวร์กอส ซึ่งล่าสุดเพิ่งไปสร้างความเร่าร้อนด้วยยีนนักเต้นของพวกเขาในคอนเสิร์ท Homecoming ของบียอนเซ ที่ตอนนี้จะมาแปลงร่างกลับไปกลับมาใน Men in Black: International “พวกเขาแสดงด้วยพลังอันแสนบริสุทธิ์จริงๆ” พาร์คส์ บอก “เป็นสิ่งที่ดี กับการได้สองนักเต้นที่เจ๋งที่สุดในดาวเคราะห์ดวงนี้มาเล่น” ทั้งคู่รับบทเป็นภัยคุกคามต่อโลกครั้งใหม่ และแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจัดการกับพวกเขา
แต่ที่เป็นข่าวดีก็คือ ทั้งเอชและเอ็มจะได้รับการสนับสนุนจากนอกโลกด้วย ไม่ใช่มีแค่พอว์นี แล้วยังมีมนุษย์ต่างดาวชุดดำอีกต่างหาก ใช่แล้ว ลองนึกถึงสำนักงานใหญ่ของบุรุษชุดดำ ที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ต่างดาวหน้าตา ท่าทางแปลกๆ มากมาย แต่สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์แบบเดียวกับเพื่อนร่วมงานชาวโลกของพวกเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ต่อให้ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ตาม แต่คนดีก็ต้องสวมชุดดำเสมอ ตลอดไป

โดย ฉัตรเกล้า เรื่อง การกลับมาแบบสดใส ซาบซ่า ของมือปราบมนุษย์ต่างดาว MEN IN BLACK: INTERNATIONAL นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1281 ปักษ์แรกมิถุนายน 2562

 


SHARE THIS
  • 129
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    129
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On