การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของดีซี ฟิล์มส์ หลังหายนะของ Justice League

SHARE THIS
  • 74
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    74
    Shares

จากการเป็นหนังระดับเรือธงตั้งเป้าเอาไว้ชนกับ Avengers ของมาร์เวล แต่จากผลลัพธ์ที่ออกมา ทั้งในเรื่องของรายได้ที่ห่างไกลจากที่คาดเอาไว้มหาศาล ทั้งคำวิจารณ์ที่หาดีแทบไม่เจอ ในที่สุดวอร์เนอร์ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในระดับของผู้บริหาร เพื่อที่จะพาหนังจักรวาลดีซีที่ขยายออกไปกลับมาเข้าที่ เข้าที่อีกครั้งให้ได้

เว็บไซต์ของนิตยสารวาไรตี รายงานว่าจอน เบิร์กที่มาดูแลดีซี ฟิล์มส์ร่วมกับจอฟฟ์ โจนส์ ท่ามกลางกระแสที่ไม่ดีนักของหนัง Batman v Superman เมื่อเดือนพฤษภาคม 2016 จะโบกมือลาหน้าที่นี้ไป แต่ยังคงเป็นพาร์ทเนอร์ในการสร้างภาพยนตร์ร่วมกับรอย ลี ผู้อำนวยการสร้าง The LEGO Movie และ IT โดยเมื่อ 6 เดือนก่อนหน้านี้เบิร์กได้มาเสนอไอเดียในการทำงานให้กับทางสตูดิโอ โดยย้ำว่าต้องการเป็นแค่ผู้อำนวยการสร้าง ไม่ใช่ดูภาพรวมทั้งหมดของแผนกอย่างที่เกิดขึ้น

โทบี เอมเมอริช ประธานของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ กรุ๊ป ให้ความเห็นกับวาไรตีว่า “นี่คือสิ่งที่จอนเสนอตัวกับบริษัทเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า ที่สุดแล้วเขาต้องการทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างที่นี่” เอมเมอริช กล่าว “ผมเจอจอนครั้งแรกในตอนที่เป็นผู้อำนวยการสร้าง เขานำหนังเรื่อง Elf มาที่นิว ไลน์ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดและยังคงความสดเอาไว้ได้จนถึงทุกวันนี้ เราตื่นเต้นมากที่จอนเป็นพาร์ทเนอร์กับรอย ลี และการทำงานร่วมกับบริษัทของพวกเขา จะทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีคุณค่ามากๆ สำหรับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส และนิว ไลน์

ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเป้าหมายในการทำงานภายในองค์กรของเบิร์ก โดยทางวอร์เนอร์ก็ต้องมองหาใครสักคนมารับงานดูแลหนังของดีซี ฟิล์มส์แทน ขณะที่จอฟฟ์ จอห์นส์ที่ทำงานเคียงข้างกับเบิร์กมาตลอดในหนังหลายๆ เรื่อง ยังคงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์ของดีซี เอนเตอร์เทนเมนท์ แต่การทำงานน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะเป็นในแง่ให้คำปรึกษา และก็มีโอกาสที่เขาจะก้าวขึ้นมารับงานใหญ่ขึ้น หากมีการวางแผนใหม่ๆ สำหรับการทำงานของดีซี ฟิล์มส์เกิดขึ้น

โดยเอมเมอริช ได้เกริ่นถึงแผนการทำงานใหม่ออกมาแล้ว ด้วยการเสนอไอเดียที่จะย้ายที่ทำงานของดีซี ฟิล์มส์มาอยู่ร่วมกัน รวบฝ่ายปฏิบัติการของดีซี ฟิล์มส์เข้ามาอยู่ในทีมทำภาพยนตร์หลักของสตูดิโอ แทนที่จะอยู่กระจัดกระจายกันไปตามอาคารต่างๆ ซึ่งเป็นการดูแลสินทรัพย์หนังซูเปอร์ฮีโรในแบบเดียวกับที่ฟ็อกซ์และโซนีใช้ ขณะที่มาร์เวล สตูดิโอจะเป็นหน่วยงานอิสระที่รายงานตรงต่อดิสนีย์

การยกเครื่องดีซี ฟิล์มส์ครั้งนี้ น่าจะมีผลในเดือนมกราคม และถึงแม้จะยังไม่การันตีว่าแผนกว่านี้จะเกิดขึ้นจริง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ว่าการที่เอมเมอริชยกเรื่องนี้มาพิจารณา ก็ไม่ต่างไปจากการบอกออกมากลายๆ ว่า วอร์เนอร์ไม่แฮปปีนักกับผลงานของดีซี ฟิล์มส์โดยรวม โดยมีข่าวด้วยว่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงผิดหวังอย่างแรงกับสิ่งที่หนัง Justice League ทำได้ แถมก่อนหน้านี้บรรดาผู้บริหารก็ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนมาแล้ว หลังเห็นมุมมองในการทำงานของแซ็ค สไนเดอร์ ที่เลือกสเต็พเพนวูล์ฟมาเป็นตัวร้าย โดยพวกเขามองว่าน่าจะเป็นเรื่องผิดพลาด หากก็ทำได้มากที่สุดเพียงแค่ซ่อมหนังด้วยการให้จอสส์ วีดอนมาถ่ายทำบางฉากใหม่

นอกจากจะมีการยกเครื่องผู้บริหารใหม่แล้ว ยังมีการพูดถึงอนาคตของเบน อัฟเฟล็คในบทมนุษย์ค้างคาวสำหรับจักรวาลที่แผ่ขยายออกไปของดีซีด้วย โดยแหล่งข่าวเผยว่า “ขณะที่เบน อัฟเฟล็ค จะเป็นมนุษย์ค้างคาวในหนังนำเดี่ยวของ แต่ก็มีโอกาสสูงมากๆ ที่จะไม่ได้ใส่เสื้อคลุม สวมหน้ากากในหนัง Batman ของผู้กำกับแม็ทท์ รีฟส์ เมื่อทางผู้กำกับออกปากว่า เขาอยากได้คนใหม่ๆ ที่ดูสดกว่ามารับบทนี้”

ในแง่บวก แม้จะกลายเป็นหนังคว่ำตามมุมมองของวอร์เนอร์ แต่ทางสตูดิโอก็พอใจกับการตอบรับที่ เดอะ แฟลช ของเอซรา มิลเลอร์ และอควาแมน ของเจสัน โมโมอาได้รับ และกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจทันทีว่า ความสนใจที่แฟนๆ มีให้ตัวละครสองรายนี้ จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่วอร์เนอร์และดีซีนำเสนอต่อสาธารณชนอย่างไรบ้างในอนาคต

แซ็ค สไนเดอร์ ที่ทำหนังชุดนี้ออกมาแล้วถึงสามเรื่อง ยังไม่มีแผนที่จะกลับมารับงานหนังของดีซี ฟิล์มส์ และเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่ได้กลับมา เมื่อมีข่าวรั่วออกมาว่า บริษัทแม่ของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส “บอกออกมาว่า รู้สึกผิดหวังกับทางวอร์เนอร์ ที่พยายามดึงผู้กำกับกลับมา” โดยทางสไนเดอร์ยังคงมีสัญญาสร้างภาพยนตร์เรื่อง The Last Photograph กับทางสตูดิโออยู่ โดยหนังเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนา รวมไปถึงยังมีงานดัดแปลงนิยายเรื่อง The Fountainhead ของอายน์ แรนด์อีกเรื่อง ทางสไนเดอร์เองดูเหมือนจะรู้ตัวว่า เขาอาจไม่มีส่วนร่วมกับหนังในชุดนี้อีกแล้ว โดยในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ไวร์ด ถึงหนังสั้นที่เขาทำฉายทางแอพพ์ วีโร เรื่อง Snow Steam Iron เมื่อถูกถามว่า เขายังคงเกี่ยวข้องกับหนัง Justice League อยู่ไหม หลังจากส่งไม้ให้กับจอสส์ วีดอน? หรือหนังเรื่องนี้มันผ่านมือเขาไปแล้ว? สไนเดอร์ตอบว่า เป็นเรื่องที่ “ไม่ยุติธรรมเลยในหลายๆ มุมมอง” ที่จะเอาเขาไปเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องอีก หลังปล่อยมือมานานพอสมควร “ผมอยู่ในสถานภาพที่รู้สึกตื่นเต้นไปกับหนังเรื่องนี้ ผมมีความสุขและรักคนเหล่านี้ที่ผมทำงานด้วย พวกเขาคือครอบครัวของผม และผมคิดว่าพวกเขาทำงานออกมาได้อย่างน่าทึ่ง” เขากล่าว “แต่ผมคงต้องปล่อยให้พวกเขาทำงานของตัวเองไป” ถึงกระนั้นสไนเดอร์ก็ยังน่าจะเข้าชื่อเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารของหนังชุดนี้อยู่

สำหรับสาเหตุที่ Justice League ไปไม่ถึงดวงดาว นักวิเคราะห์มองว่า Justice League คือพายุแห่งปัญหาที่สมบูรณ์แบบ และเอานิ้วจิ้มไปที่ตรงจุดไหนก็ได้ ที่แรกก็คือ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เมื่อผู้บริหารอย่าง เกร็ก ซิลเวอร์แมน หนุนหลังแซ็ค สไนเดอร์อย่างเต็มที่ และนโยบายไม่แทรกแซงการทำงานของเขา ก็ทำให้เขาไม่สนใจที่จะตั้งข้อสังเกตต่างๆ กับบทของสไนเดอร์ แถมยังปล่อยให้ทำงานโดยมีอิสระเต็มที่ ซึ่งการทำงานแบบนี้เป็นเรื่องที่ดี ถ้ากำลังทำงานกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่พาหนังซูเปอร์ฮีโรไปสู่จุดโฮมรันได้ อย่างที่เกิดขึ้นกับ The Dark Knight Trilogy แต่พอมาถึง Man Of Steel และ Batman v Superman: Dawn Of Justice กลับกลายมาเป็นปัญหาที่กัดกร่อนแบรนด์ดีซีไปเรื่อยๆ

ซิลเวอร์แมนไม่เพียงแต่จะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่มย่ามกับการทำงานของสไนเดอร์ แต่ยังพยายามปกป้องภาพลักษณ์ของบริษัทต่อสาธารณชนอย่างสุดขั้ว ซึ่งเป็นการผสมผสานการทำงานที่ไม่เข้าท่า โดยหลัง Batman v Superman พลาดเป้า มีการพูดกันแล้วในกลุ่มผู้บริหารของวอร์เนอร์ว่า ให้สไนเดอร์วางมือจาก Justice League ซิลเวอร์แมนแม้จะไม่แฮปปีกับแซ็ค และหงุดหงิดกับสิ่งที่ปรากฏออกมา แต่ก็ไม่ไล่เขาออกจากเก้าอี้ผู้กำกับ ยังเก็บเอาไว้เพื่อสร้างภาพออกมาว่า ทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม ไม่มีอะไรที่หลุดไปจากแผน และพวกเขารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

และเจ้าทัศนคติแบบเก็บอาการไว้ ก็กลายเป็นเรื่อง เมื่อต้องมีการถ่ายซ่อมและเฮนรี คาวิลล์ต้องเข้าฉากพร้อมหนวดที่ติดมาจากกองถ่าย Mission: Impossible เรื่องใหม่ ทำให้ทีมดิจิตอล เอ็ฟเฟ็คท์ต้องมานั่งลบหนวดของคาวิลล์ จนเวลาไม่พอจะทำงานให้ออกมาดีกว่าที่เห็น เมื่อวอร์เนอร์ยึดกับวันฉายเดิม แต่ก็มีข่าวเมาท์ว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องการรักษาหน้าบริษัท หากเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องเงินในกระเป๋าของโทบี เอมเมอริช และเควิน ซูจิฮารา ผู้บริหารระดับสูงของวอร์เนอร์

“ถ้าพวกเขาเลื่อนฉาย โบนัสที่จะได้ก็จะถูกยกไปอยู่ในปีถัดไป ซึ่งพวกเขาอาจจะไม่อยู่กับสตูดิโออีกต่อไปแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

บางแหล่งข่าวก็ระบุว่า จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของการทำธุรกิจ เพราะทางเอทีแอนด์ทีจะทำการตรวจสอบและประเมินค่าบริษัทวอร์เนอร์ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการตัดสินใจในการทำงาน เพราะฉะนั้นการเลื่อนฉาย Justice League ที่เป็นหนังเรื่องสำคัญของบริษัทอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับภาพลักษณ์ของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ทำให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จนการทำงานทุกอย่างต้องเร่งรีบเพื่อให้ทันตามกำหนด โดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา

แหล่งข่าวภายในยังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า หลังสไนเดอร์ให้วีดอนเข้ามาช่วยลดโทนของหนังลง และลูกสาวของเขาฆ่าตัวตาย ทำให้สไนเดอร์ที่ตอนแรกมองหนังเหมือนกับเป็นการหนีจากความเจ็บปวด ต้องจบการทำงานในท้ายที่สุด ตอนนั้นหลายๆ ฝ่ายรู้สึกว่าน่าจะมีการเลื่อนกำหนดฉายออกไป แต่แทนที่จะทำอย่างนั้น สตูดิโกลับกดดันวีดอนด้วยการไม่เปลี่ยนแปลงอะไร

ผลลัพธ์กลายเป็นว่า หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ทั้งหนังของสไนเดอร์และของวีดอน แถมยังสร้างตราบาปให้กับดีซี ฟิล์มส์ จนสไนเดอร์ไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับหนังชุดนี้อีกแล้ว ส่วนวีดอนยังคงทำ Batgirl กับบริษัทต่อ แต่อนาคตของจักรวาลที่แผ่ขยายออกไปของดีซีล่ะ จะเป็นยังไง?

พฤศจิกายนปีหน้า ผู้กำกับเจมส์ วานต้องเจองานหนัก เพราะต้องทำสิ่งที่แตกต่างกับ Justice League ให้เกิดขึ้นให้ได้ หนัง Flashpoint ก็ยังหาตัวผู้กำกับไม่ได้ ส่วน Wonder Woman 2 ก็จะต้องกลับมาพร้อมความคาดหวังที่สูงลิบกว่าเดิม ดูเหมือนว่า ปัญหาของวอร์เนอร์/ดีซี ฟิล์มส์ จะไม่จบลงแค่นี้ แต่ก็ยังพอมีความหวังว่าหนังสักเรื่องอาจจะกลายเป็น Wonder Woman ซึ่งน่าสนใจมากๆ ว่าจะเป็นหนังเรื่องไหน? มากพอๆ กับเรื่องที่ว่า ในปีหน้าสตูดิโอจะปรับตัวเองยังไง?

จากเรื่อง การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของดีซี ฟิล์มส์ หลังหายนะของ Justice League โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1246 ปักษ์หลัง ธันวาคม 2560


SHARE THIS
  • 74
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    74
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On