การเดินทางของแฮร์รี สไตล์ส จากป็อป ไอดอลสู่ร็อคสตาร์

SHARE THIS
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares

แฮร์รี สไตล์ส (Harry Styles) เป็นสมาชิกของ One Direction อีกคนที่หันมาทำงานเดี่ยว หลังจากที่พักวง และหากไม่นับเซย์น มาลิค (Zayn Malik) ที่ออกจากวงไปก่อนหน้า เขาคือหนึ่งในสองคนที่มีอัลบัมเดี่ยวเต็มๆ ออกมาให้ฟังกัน

ที่น่าสนใจก็คือ แทนที่จะเกาะเกี่ยวอยู่กับเพลงป็อป สานต่อการเป็นทีน ไอดอล หรือป็อป สตาร์ แฮร์รีกลับทำเพลงแตกต่างจากงานในนามของวงแบบสุดขั้ว ด้วยงานในแบบเรโทร เป็นเพลงที่ได้รับอิทธิพลจากดนตรีร็อคยุค 70 อย่างเต็มที่

จากเพลงแรกในอัลบัม “Meet Me in the Hallway” ก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ดนตรีในแบบที่เคยได้ยินจาก “Harvest Moon” ของนีล ยัง (Neil Young) ส่วนซิงเกิลแรกของงานชุดนี้ “Sign of the Times” ก็มาพร้อมกับความโอ่อ่าแบบดนตรีคลาสิค-ร็อคยุค 70 ซิงเกิลตามมา “Two Ghosts” ก็คืองานโฟล์ค-ร็อค ที่ได้กลิ่นไอดนตรียุคบุปผาชนโชยมาแต่ไกล ส่วน “Kiwi” ซิงเกิลที่สาม ก็เติมซาวนด์ดิบๆ แบบดนตรีพังค์-ร็อคเข้ามาได้อย่างไม่เคอะเขิน

ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเด็กหนุ่มคนนี้ ที่แตกต่างไปจากภาพในฐานะสมาชิกวงวัน ไดเร็คชันอย่างชัดเจน พร้อมกับสลัดภาพของป็อป สตาร์ไปเป็นศิลปินแบบนักร้อง-นักแต่งเพลงเต็มตัว

และถ้ายังไม่ชัดมากพอ คอนเสิร์ทครั้งแรกในฐานะศิลปินเดี่ยว ครั้งแรกของหนุ่มคนนี้ในบ้านเรา ก็น่าจะทำให้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งมากขึ้น

โชว์ของสไตล์ส ไม่ต่างไปจากโชว์ของวงร็อค เน้นพลังแบบสดๆ จากนักดนตรีเพียงไม่กี่คนแต่เล่นกันได้เหนียวแน่นเป็นทีมเวิร์ค ที่พอเสริมด้วยแสง สี ที่ดีไซน์กันมาได้สวย ส่งการแสดงและเพลงเต็มที่ รวมไปถึงซาวนด์ที่ออกมาดี (หรืออาจจะเพราะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่ในช่วงท้ายๆ ก็มีแกว่งๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่นานนัก) ตลอดจนภาพลักษณ์ของเจ้าตัวที่ทั้งเล่นกีตาร์ ร้องเพลง และเต้นในลีลาที่ทำให้นึกถึง มิค แจกเกอร์ (Mick Jagger) มากกว่าจะเป็นภาพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ร้องเล่นเต้นกับเพื่อนๆ ในรัชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านั้น

แล้วก็มาพร้อมกับลูกล่อลูกชนกับคนดู โดยเฉพาะการโอภาปราศรัยกับผู้ชมเป็นระยะๆ แถมมุขกวนๆ เป็นครั้งๆ คราวๆ ทำให้โชว์ที่ออกมา ครบเครื่องทั้งอรรถรสทางด้านดนตรี และปฏิสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับผู้ชม โดยที่เจ้าของคอนเสิร์ทยังเปิดเวทีเล็กที่หน้าอัฒจันทร์ด้านหลัง มาเล่นเพลงในแบบอะคูสติคให้ผู้ชมชั้นสองได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกต่างหาก

ทำให้รู้สึกกับโชว์เดี่ยวของแฮร์รี สไตล์สว่า เป็นงานขายดนตรีมากกว่าภาพลักษณ์ ที่นอกจากจะเผยอีกด้านของเด็กหนุ่มคนนี้ออกมาให้เห็นแล้ว ยังเป็นคำตอบต่อข้อสงสัยที่ว่า ทำไมเด็กหนุ่มวัยไม่เท่าไหร่ แถมโด่งดังเป็นซูเปอร์สตาร์เพลงป็อป ถึงทำงานเดี่ยวออกมาได้เก่าขนาดนี้ เมื่อการเปิดเพลง Shine on Your Crazy Diamond ของ Pink Floyd อุ่นเครื่องคนดูก่อนเข้าคอนเสิร์ท หรือเลือกเพลง The Chain ของ Fleetwood Mac มาเล่นในโชว์ การออกแบบเสื้อผ้า (ที่ไม่มีเปลี่ยนองค์ทรงเครื่องเลย) การวางรูปแบบการแสดง

ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนแสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่ได้ฟังเพลงมากับผู้ใหญ่ในครอบครัวตั้งแต่เด็ก สไตล์สก็มีรสนิยมที่ชื่นชมเพลงรุ่น 70 อย่างเข้มข้น จนแสดงออกและทำงานอย่างที่เห็น ที่แม้จะไม่ถึงกับเก่าแบบศิลปินรุ่นนั้นตัวจริง แต่ก็เก๋ามากพอที่จะทำให้รู้สึกว่า เป็นสิ่งที่มาจากอินเนอร์ ไม่ใช่ของที่ชอบพอแบบประเดี๋ยวประด๋าว

ถ้าไม่ทำงานแบบนี้กันในตอนนี้ ที่ตัวเองกำลังอยู่บริเวณหัวแถว หรือจุดยอดของการทำงาน จะมีโอกาสได้ทำกันตอนไหน เพราะถ้าไม่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยก็ได้ทำงานอย่างที่อยากทำออกมาสักชุด ส่วนต่อจากนี้จะกลับไปเป็นป็อป สตาร์ร่วมกับเพื่อนๆ หรือออกงานชุดใหม่ที่ “ขาย” แฟนๆ มากกว่าเดิม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แต่ครั้งหนึ่งในชีวิต แฮร์รี สไตล์ส ได้เป็นร็อค สตาร์อย่างเต็มภาคภูมิเรียบร้อยแล้ว!!!

(ภาพจากคอนเสิร์ทในต่างประเทศ)

โดย นพปฎล พลศิลป์ จากเรื่อง การเดินทางของแฮร์รี สไตล์ส จากป็อป ไอดอลสู่ร็อคสตาร์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On