กำหนดฉายภาพยนตร์ของดิสนีย์ หลังรวมฟ็อกซ์ มี Avatar แต่ไม่มี Alien

SHARE THIS
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    30
    Shares

ปีนี้ ดิสนีย์น่าจะกลายเป็นสตูดิโอที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดได้ไม่ยาก จากผลงานอย่าง Captain Marvel, Avengers: Endgame ที่ทำเงินทะลุหลักพันล้านไปแล้วทั้งคู่ และยังมีหนังเต็งหามที่รอจ่อฉายอยู่อีก เช่น Aladdin, The Lion King ที่ต่างก็เป็นหนังคนแสดงที่สร้างจากหนังการ์ตูน ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม รวมไปถึงภาคต่อของ Maleficent, Frozen และหากมองไปถึงอีกอย่างน้อยๆ 2 ปีข้างหน้า ดิสนีย์ก็น่าจะเป็นบริษัทที่ครองส่วนแบ่งตลาดภาพยนตร์มากที่สุดอยู่ดี หลังจากมีการประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่จะออกฉายในปีนี้ไล่ไปถึงปี 2021 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการรวมเอาหนังของทะเว็นตีเซ็นจูรีฟ็อกซ์ ที่เพิ่งควบรวมกิจการกับดิสนีย์เข้ามาด้วย

โดยหนังที่เป็นโปรเจ็คท์ต่อเนื่องที่จะมาจากทางฟ็อกซ์ ก็มี Avatar 2, X-Men, Kingsmen, และ งานรีเมค West Side Story ที่กำกับโดยสตีเวน สปีลเบิร์ก แต่ก่อนที่จะไปดูว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ดิสนีย์จะมีหนังเรื่องอะไรให้เราดูบ้าง มาดูกันว่าในอีกไม่กี่เดือนที่เหลือของปีนี้ เราจะได้ดูอะไรจากพวกเขากันก่อนดีกว่า โดยกำหนดฉายที่ระบุ เป็นกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกา

เริ่มกันที่ หนังคนแสดงของ Aladdin ในวันที่ 24 พฤษภาคม, แอนิเมชัน Toy Story 4 – 21 มิถุนายน, งานรีเมคใช้คนแสดงแบบเพอร์-แคป The Lion King – 19 กรกฎาคม, หนังภาคต่อจากเรื่องราวตอนแยกของ Sleeping Beauty จากมุมมองของตัวร้าย มาเลฟิเซนท์ Maleficent: Mistress of Evil 18 ตุลาคม, แอนิเมชัน Frozen 2 – 22 พฤศจิกายน และหนัง Star Wars: The Rise of Skywalker 20 ธันวาคม

ขณะที่หนังของฟ็อกซ์​ที่จะถูกปล่อยฉายภายใต้ชายคาของดิสนีย์ ก็มี หนัง X-Men เรื่องใหม่ Dark Phoenix วันที่ 7 มิถุนายน, หนังดรามาในอวกาศของ แบรด พิทท์ Ad Astra – 20 กันยายน, หนังระทึกขวัญสายรางวัล The Woman in the Window – 4 ตุลาคม และแอนิเมชัน Spies in Disguise ฉายรับคริสต์มาส

ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ต่อให้ไม่มีหนังของฟ็อกซ์เข้ามาอยู่ในตารางการฉาย หนังของดิสนีย์เองก็มีความแข็งแรงมากพอที่จะทำให้สตูดิโอตราหนูแห่งนี้ เป็นสตูดิโอที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปีนี้ได้อยู่ดี การที่ได้หนังของฟ็อกซ์มาอยู่ในตารางการฉาย ก็เป็นแค่การตอกย้ำว่าจะได้มากกว่าเดิมเท่าไหร่ และจากการประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัทว่า หนังที่อยู่ในการดำเนินงานสร้างที่พ่วงมากับฟ็อกซ์ที่จะปล่อยฉายในระยะปี – สองปี นี้มีอะไรบ้าง ก็คือการการันตีว่า บัลลังก์สตูดิโอหมายเลข 1 ของวงการที่ดิสนีย์นั่งอยู่นั้น ไม่มีวันสั่นคลอนแน่นอน

โดยในปี 2020 ดิสนีย์จะมีแอนิเมชันเรื่องใหม่ของพิกซาร์ ออกฉายในวันที่ 6 มีนาคม นอกจากนี้ในปีเดียวกันยังมีหนังที่ยังไม่ประกาศชื่อของพิกซาร์อีกเรื่องจองโรงไว้ในวันที่ 19 มิถุนายน, มีหนังฉบับคนแสดงของ Mulan – 27 มีนาคม, หนังมาร์เวลสองเรื่องที่ยังไม่ประกาศออกมา ในวันที่ 1 พฤษภาคม และ 6 พฤศจิกายน, มี Cruella หนังตอนแยกจากเรื่อง 101 Dalmatians ใช้คนแสดง ที่เล่าเรื่องจากตัวร้ายของหนัง ครูเอลลา เดอ วิลล์ ฉายในวันที่ 23 ธันวาคม

ส่วนหนังที่เป็นโปรเจ็คทของทางฟ็อกซ์ ก็จะมี West Side Story ฉบับสร้างใหม่ของสตีเวน สปีลเบิร์ก เปิดตัวในวันที่ 18 ธันวาคม, หนัง Kingsman เรื่องที่ 3 ฉายรับวาเลนไทน์ และหนังตอนแยกของ X-Men เรื่อง The New Mutants – 3 เมษายน

แล้วไม่ใช่มีแค่นี้ มองไปถึงปี 2021 ก็ยังจะมีภาคต่อของหนังทำเงินทั่วโลกสูงสุดตลอดกาล Avatar 2 ฉายในวันที่ 17 ธันวาคม Indiana Jones 5 – 9 กรกฎาคม, มีหนังมาร์เวลเรื่องใหม่รวม 3 เรื่อง เปิดตัวฉายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์, 7 พฤษภาคม และ 5 พฤศจิกายน แล้วก็แอนิเมชันพิกซาร์ อีกเรื่องในวันที่ 18 มิถุนายน

ขยับไปที่ปี 2022 ปีนี้ยังคงมีหนังมาร์เวลให้ดูกันสามเรื่อง ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์, 8 พฤษภาคม และ 29 กรกฎาคม, มีแอนิเมชันของพิกซาร์ 2 เรื่อง เปิดตัววันที่ 18 มีนาคม และ 17 มิถุนายน บวกกับหนัง Star Wars เรื่องใหม่ในวันที่ 16 ธันวาคม

แล้วที่ต้องขยายกันต่อก็คือ Avater ที่จะทำออกมาเป็นภาคต่อถึง 4 เรื่อง โดยภาค 2 วางกำหนดฉายไว้กลางเดือนธันวาคม 2021 อย่างที่ว่าเอาไว้ ส่วน Avatar 3 จะเป็นวันที่ 22 ธันวาคม 2023, Avatar 4 – 14 ธันวาคม 2025 และปิดท้ายด้วย Avatar 5 วันที่ 17 ธันวาคม 2027 โดยตอนนี้ยังไม่รายละเอียดใดๆ ของหนัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องย่อหรือรายชื่อนักแสดงฉบับสมบูรณ์ออกมาเลย

ขณะที่หนัง Star Wars เรื่องใหม่ ที่จะขยับขยายเรื่องราวออกไปจากพวกสกายวอลเกอร์ ซึ่งเรื่องแรกจะเปิดฉายกลางเดือนธันวาคมปี 2022 ก็มีการประกาศด้วยว่าเรื่องที่ 2 และ 3 จะฉายกันในปี 2024 และ 2026 ตามลำดับ โดยเรื่องราวของหนังชุดนี้ในตอนนี้ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดออกมา แต่คาดกันว่าน่าจะเป็นหนังตอนแยกในสไตล์เดียวกับ Rogue One และ Solo เนื่องจากเรื่องราวหลักที่เริ่มกันมาตั้งแต่ต้น จะปิดฉากกันในหนัง Star Wars Episode IX: The Rise of Skywalker ที่จะฉายในเดือนธันวาคมปีนี้

แคธลีน ทาฟฟ์ ประธาน, ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์, ผู้ดูแลจัดการบริหารหนังภาคต่อ และฝ่ายวิเคราะห์ธุรกิจและผู้ชม ของวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ บอกว่า “เราตื่นเต้นอย่างมากกับการวางกำหนดฉายภาพยนตร์ที่หลากหลาย และเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เพื่อที่จะสามารถวางแผนการตลาดในระยะยาว ด้วยการนำเอาภาพยนตร์ที่มีขอบเขตกว้างขวางจาก ดิสนีย์, พิกซาร์, มาร์เวล, ลูคัสฟิล์ม, ฟ็อกซ์, ฟ็อกซ์ เสิร์ชไลท์ และบลู สกาย สตูดิโอ มาร่วมกันสร้างสรรค์ประสบการณ์ในโลกภาพยนตร์ให้กับผู้ชมทั่วโลก” และ “กับสถานภาพในฤดูฉายซัมเมอร์นี้ที่แข็งแกร่ง เราเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ที่จะรักษาแรงเหวี่ยงนี้ไว้ให้ดำเนินต่อไปในภายภาคหน้า ขอบคุณความคิดสร้างสรรค์เริ่มต้น ที่ทำให้เกิดเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยจินตนาการจากบรรดาสตูดิโอระดับโลกของเรา รวมไปถึงสองหนังภาคต่อที่จะมาพร้อมกับบทใหม่ๆ Avatar และ Star Wars”

แต่ที่หายไปเลยก็คือ หนังชุด Alien ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในหนังทำเงิน และหนังอมตะในคลังของฟ็อกซ์ ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่ง ดิสนีย์เคยออกมายืนยันว่า พวกเขามีแผนที่จะสร้างหนัง Alien ต่อ จากการแถลงข่าวในงานซีนีมาคอน เมื่อต้นปีนี้ และในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บ็อบ ไอเกอร์ ซีอีโอของดิสนีย์ ก็ย้ำว่าดิสนีย์จะสานต่อการทำหนังเรท-อาร์ จากที่ทางฟ็อกซ์เริ่มต้นเอาไว้ ซึ่งหนังชุด Alien ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

งานนี้คงต้องดูกันต่อไปว่าดิสนีย์จะทำไว้อย่างที่พูดหรือไม่ แต่ถ้ามองกันที่ความสำเร็จทางรายได้ และส่วนแบ่งทางการตลาด ตลอดจนหนังที่อยู่ในรายชื่อแล้ว ดูเหมือนว่า Alien ไม่น่าจะมีความหมายสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่รายรับของหนังชุดนี้เรื่องหลังๆ ที่ผ่านมา

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง กำหนดฉายภาพยนตร์ของดิสนีย์ หลังรวมฟ็อกซ์ มี Avatar แต่ไม่มี Alien คอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ – HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 20 พฤษภาคม 2562

 


SHARE THIS
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    30
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On