ความสำเร็จของ Rogue One: A Star Wars Story พิมพ์เขียวใหม่สำหรับการทำหนังภาคก่อน

SHARE THIS
  • 60
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    60
    Shares

หนัง Rogue One: A Star Wars Story เปิดตัวด้วยรายได้รวมทั่วโลกถึง 323 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา สำหรับการเป็นภาคก่อนและเป็นหนังตอนแยก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลักเพียงแค่การเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่าง Star Wars Episode III: The Revenge of Sith และ Episode IV: A New Hope ที่จะว่าเป็น Episode 3.5 ก็ยังไม่ถูกนัก เพราะเรื่องราวของหนังแทบไม่ได้เกาะไปกับความเป็นไปของผู้คนในตระกูลสกายวอลเกอร์ ที่ส่งผลถึงแกแล็กซีตามมาเลย แม้จะมีตัวละครอย่าง ดาร์ธ เวเดอร์ และเจ้าหญิงเลอา ปรากฏตัว แต่ก็เพียงช่วงสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีในหนังเท่านั้น

ที่สำคัญศูนย์กลางของหนัง ไปอยู่ที่ตัวละครใหม่ๆ ที่รับบทโดยนักแสดงกลุ่มใหม่ อาทิ เฟเลซิตี้ โจนส์,ดีเอโก ลูนา, เบน เมนเดลซอห์น, แมดส์ มิคเคลเซน, ดอนนี เยน, อลัน ทูดิค และฟอเรสท์ วิเทเกอร์

แต่หนังก็เปิดตัวในอเมริกาด้วยรายได้ร่วมๆ 172.7 ล้านเหรียญจาก 4 วันแรก และช่วยส่งให้วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอแม่ของลูคัลฟิล์มกลายเป็นสตูดิโอแรก ที่ทำเงินผ่าน 7 พันล้านเหรียญได้สำเร็จในปีเดียว หลังมีหนังทะลุพันล้านอย่าง Captain America: Civil War, Finding Dory และ Zootopia อยู่ในลิสท์ ขณะที่ตัวหนังเอง ก็ทำสถิติเป็นหนังเปิดตัวในอเมริกาเดือนธันวาคมมากที่สุดอันดับ 4 เป็นรองแค่ Star Wars: The Force Awakens, Avatar และ The Hobbit: An Unexpected Journey

แม้รายได้เปิดตัวทั่วโลกของหนังจะห่างจาก The Force Awaken ที่ทำไว้ 529 ล้านเหรียญเยอะ แต่ด้วยองค์ประกอบที่ว่ามาข้างต้น นี่คือความสำเร็จอีกก้าวของหนังชุด Star Wars ที่สามารถประสบความสำเร็จได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งนักแสดงชุดเก่า และกลายเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้กับหนังชุดนี้ได้เดินต่อไป ด้วยตัวเรื่องของมัน ไม่ใช่พลังของนักแสดง หรือการสานต่อเรื่องราวจากตัวละครหลัก

แล้วยังเป็นการทุบความไม่มั่นใจของใครหลายๆ คนที่มีต่อโลกของอัศวินเจไดจนป่นปี้ และแสดงให้เห็นว่า จริงๆ แล้ว โลกของ Star Wars กว้างใหญ่ไพศาล และมีอะไรที่มากกว่าเรื่องราวของพวกสกายวอลเกอร์ ยิ่งไปกว่านั้น หนังยังเต็มไปด้วยความหม่นมืด ผิดจากหนัง Star Wars เรื่องอื่น และมีการสูญเสียตัวละครหลักๆ ของหนังยิ่งกว่าหนัง Star Wars เรื่องก่อนๆ หน้า

การเกิดขึ้นของ Rogue One: A Star Wars Story เป็นไปตามแผนที่ดิสนีย์วางเอาไว้ หลังซื้อลูคัสฟิล์ม มาจากจอร์จ ลูคัส ด้วยเงินถึง 4 พันล้านเหรียญ เมื่อปี 2012 ในตอนนั้น บ็อบ ไอเกอร์ ซีอีโอของดิสนีย์ ให้สัญญาว่า จะทำให้หนังชุดนี้เติบโตยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายความถึงแค่การทำหนังไตรภาคชุดใหม่ ซึ่งเริ่มต้นด้วย The Force Awakens เมื่อปีที่แล้ว หรือการทำสวนสนุก และการ์ตูนซีรีส์ทางโทรทัศน์ แต่เป็นจักรวาลของ Star Wars ในแบบเดียวกับที่มาร์เวลก็มีจักรวาลที่เป็นเรื่องราวจากตัวละครต่างๆ ของตัวเอง

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยากว่า ทำไมไอเกอร์ถึงมองการทำงานของสตูดิโอหนังสือการ์ตูนเป็นต้นแบบ อย่างแรกก็คือ ดิสนีย์กับมาร์เวลประสบความสำเร็จร่วมกันจากสิ่งที่น้อยสตูดิโอนักจะทำได้ นั่นก็คือการสร้างจักรวาลหนึ่งขึ้นมาในโลกภาพยนตร์ โดยมีตัวร้ายและฮีโร่จากหนังสือการ์ตูน ที่ทั้งมาร่วมทีมกัน, กล่าวหากัน, ต่อสู้กัน หรือมีการผจญภัยแบบเดี่ยวๆ ของตัวเอง ด้วยความหลากหลายของเรื่องราวและตัวละครในคลังหนังสือการ์ตูนของมาร์เวล ที่มีขนาดมหึมาทำให้สามารถทำหนังของตัวละครเหล่านี้ออกมาได้ถึงปีละสองเรื่อง และสิ่งที่ดิสนีย์กับมาร์เวลได้รับกลับมา ก็คือ รายได้ประมาณ 500 ล้าน – 1 พันล้านเหรียญทั่วโลกของหนังแต่ละเรื่อง

หลังจาก Rogue One แล้วตามด้วยเรื่องราวของฮัน โซโล ที่กำลังตามมา ดิสนีย์หวังว่า จะสามารถสร้างตัวละครใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆ ที่พาจักรวาลของ Star Wars ไปให้ไกลกว่าเรื่องของ ลุค, เลอา และครอบครัวของพวกเขา

และใน Rogue One แม้จะพูดได้ว่าการปรากฏตัวของ ดาร์ธ เวเดอร์ และผู้คนที่แฟนๆ คุ้นเคยในโลกของ Star Wars มีส่วนในความสำเร็จของมัน แต่อย่าลืมว่า ตัวละครส่วนใหญ่คือ ตัวละครที่สร้างขึ้นมาใหม่ และในขณะเดียวกัน หนังก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ส่วนตัวละครที่มีทั้งเอเชียน, เม็กซิกันก็ช่วยให้หนังสามารถขยายขอบเขตผู้ชมของตัวเองไปได้อีก โทนเรื่องเองก็เป็นงานในแบบหนังสงคราม ที่มีองค์ประกอบของหนัง ’ฉก’ (heist) ในตัว เมื่อพวกขบถกลุ่มหนึ่งพยายามบุกเข้าไปขโมยแผนผังของดาวมรณะ

“ผู้ชมขยายขอบเขตออกไปมากขึ้นจากหนังเรื่องนี้” เกร็ก ฟอสเตอร์ ซีอีโอ ของไอแมกซ์ เอนเตอร์เทนเมนท์กล่าว “หนังยังมีองค์ประกอบของงานแบบถวิลหาอดีต แต่ผมกลับรู้สึกว่า หนังถูกปล่อยออกมาเพื่อหวังผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ และแฟน Star Wars รุ่นใหม่”

แฟนเก่าของซีรีส์ แน่นอนว่าย่อมตื่นเต้นไปกับการได้เห็นหนัง Star Wars เรื่องใหม่ออกมาฉายให้ชมกันทุก 12 เดือน แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน กับการปล่อยหนังภาคต่อ, ตอนแยก, ตอนก่อน ออกมาเป็นประจำแบบนี้ เพราะอย่าลืมว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ The Force Awakens ประสบความสำเร็จมโหฬารก็คือ มันทิ้งช่วงห่างจากหนัง Star Wars เรื่องก่อนเป็นทศวรรษ

“บางครั้งการทำให้คนดูรอ แล้วก็สร้างความรู้สึกโหยหา ทำให้มันกลายเป็นสิ่งพิเศษ” พอล เดอการาบีเดียน นักวิเคราะห์สื่ออาวุโสกล่าว

กับการให้สัมภาษณ์ก่อนที่ Rogue One จะออกฉาย เจ.เจ. เอบรามส์ ผู้กำกับของ The Force Awakens ตั้งข้อสังเกตว่า ต้องมีการสร้างสมดุลย์ที่ดีเบื้องหลังการทำให้หนังเติบโตแตกกิ่งก้าน และเก็บความสดของมันเอาไว้ให้ได้

“คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นก็คือ ตรงไหนที่เราควรเพิ่ม ตรงไหนที่ควรลด” เขากล่าว “ท่ามกลางบรรดาเรื่องราวรองๆ ของจักรวาลอันแสนมหัศจรรย์ ที่จอร์จ ลูคัสสร้างขึ้น ข้างในนั้นอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้”

ผู้บริหารของดิสนีย์เองก็รู้ดีว่า การทำให้ Star Wars เป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่วไป มันมีความเสี่ยงพ่วงมาด้วย แต่เกราะป้องกันที่ดีก็คือตัวหนังเอง ซึ่งการควบคุมคุณภาพก็มีราคาที่ต้องจ่าย และแพงมาก ในกรณีของ Rogue One มีรายงานว่า มีการถ่ายทำหลายๆ ฉากขึ้นมาใหม่ ซึ่งสตูดิโอ, แกเร็ธ เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้กำกับ และผู้เขียนบทโทนี กิลรอย ต้องทำงานร่วมกันอย่างหนัก เพื่อหาโทนของหนังที่ใช่ และสร้างตอนจบที่น่าพึงพอใจ ซึ่งท้ายที่สุด อะไรก็ตามที่ทำให้ทีมงานปวดหัวสำหรับการนำ Rogue One ขึ้นจอ สามารถทำให้ผู้ชมตอบสนองได้อย่างมีชีวิตชีวา

กระทั่งกับผู้กำกับเองก็เซอร์ไพรส์ไม่น้อย กับการเปลี่ยนแแปลงตอนจบของหนังให้ต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะกับการที่ดิสนีย์ เปิดไฟเขียวให้เขา ‘มืด’ ได้อย่างเต็มที่

“บทในตอนแรก บรรดาตัวละครหลักๆ จะรอดชีวิต อย่างไรก็ตามพอเรามาถึงจุดหนึ่ง มันก็ ‘ทุกคนอ่านบท แล้วก็รู้สึกแบบ… เฮ้! พวกเขาต้องตายไม่ใช่เหรอ?’ และทุกคนก็ ‘ใช่… เราทำได้ไหม?’” เอ็ดเวิร์ดส์ เล่า

“เราคิดว่าคงไม่ถูกปล่อยให้ทำแบบนั้น แค่แคธี (แคธลีน เคนเนดี ประธานของลูคัสฟิล์ม) และทุกคนที่ดิสนีย์ กลับ ‘เออ… มันก็สมเหตุสมผลนะ ผมคิดว่าพวกเขาต้องตาย เพราะพวกเขาไม่ปรากฏตัวใน A New Hope’” เอ็ดเวิร์ดส์ เล่าต่อ

นอกจากนี้ ขณะที่หลายๆ ฉากที่ปรากฏในตัวอย่างไม่ได้ปรากฏในหนัง ฉากจบฉบับดั้งเดิมกลับไม่เคยมีการถ่ายทำขึ้นมาเลย “ผมก็รอนะว่า จะมีคนมาหาแล้ว ‘คุณคิดอะไรไหม? เราน่าจะถ่ายฉากพิเศษ ที่เราเห็นจินกับแคสเซียน พวกเขารอดไปได้และไปใช้ชีวิตบนดาวดวงอื่นเอาไว้ดีหรือเปล่า?’ แต่ก็ไม่เคยมีใครมาบอกแบบนั้นกับผม เราก็เลยทำอย่างที่เราทำไป”

ขณะที่ดิสนีย์ และลูคัสฟิล์มกำลังร่างเส้นทางเดินต่อไป ในจักรวาลของอัศวินเจได, พวกขบถ และลอร์ดมืด ก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง

“สิ่งที่ทำให้ Star Wars มีความพิเศษสุดๆ ไม่ใช่พวกตุ๊กตุ่น” เอบรามส์ กล่าว “ไม่ใช่วิดีโอ เกม หรือของเล่น หรือ เสื้ิอคลุมของไคโล เรน และ ดาร์ธ เวเดอร์ จุดศูนย์กลางสำหรับความคลั่งไคล้ของมันก็คือ เรื่องราวของผู้คน ที่ผู้ชมเป็นห่วงเป็นใย”

ที่หากหนังทำออกมาได้แบบนั้น แฟนๆ ก็พร้อมใจกันที่จะไปดู

จากเรื่อง ความสำเร็จของ Rogue One: A Star Wars Story พิมพ์เขียวใหม่สำหรับการทำหนังภาคก่อน โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1223 ปักษ์แรก มกราคม 2560

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 60
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    60
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On