ความสำเร็จของ Warcraft: The Beginning ในจีน การเปลี่ยนทิศของอุตสาหกรรมภาพยนตร์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ด้วยกลยุทธที่กระหน่ำใส่คอหนังแบบจัดเต็มและทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ บวกกับการวางกำหนดฉายที่เหมาะสม ทำให้หนังทุนสร้างระดับตัวออร์ค 160 ล้านเหรียญ ของเลเจนดารี พิคเจอร์สกับยูนิเวอร์แซล เปิดตัวได้อย่างงดงามถึง 156 ล้านเหรียญที่จีน แต่ในเวลาเดียวกัน หนังกลับเปิดตัวได้อย่างน่าผิดหวังที่อเมริกากับตัวเลข 24.1 ล้านเหรียญ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หนังฮอลลีวูดได้รับการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ที่นี่ แต่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด มากขึ้นกว่าที่เคยว่า ธุรกิจภาพยนตร์กำลังจะเปลี่ยนทิศ รวมไปถึงเป็นสัญญาณที่ตอกย้ำว่า รายได้ในจีนสามารถช่วยสตูดิโอลดความเสี่ยงสำหรับหนังทุนหนาเรื่องสำคัญที่วางเป้าหมายเก็บเงินคนทั้งโลกได้ และแนนซี ทาร์กลิโอเน จาก deadline.com ก็วิเคราะห์เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ

warcraft-sadaos_scoop00

ในยามที่บรรดาหนังฮอลลีวูดทั้งหลาย ยังคงไม่ได้รับการสนับสนุนจากโรงฉายและบรรดาโซเชียล มีเดียท้องถิ่นเหมือนอย่างที่เคยเป็น แถมหนังจีนที่สร้างในประเทศจีนเอง ก็เพิ่มมากขึ้นอีกถึง 30% สิ่งที่เกิดขึ้นกับหนัง Warcraft ของดันแคน โจนส์ สร้างความประทับใจในหลายๆ แง่มุม โดยเฉพาะการที่เลเจนดารีตัดสินใจจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทในจีน ช่วยให้หนังที่กว่าจะสร้างได้ก็ใช้เวลายาวนานเป็นทศวรรษเรื่องนี้ เปิดตัวด้วยตัวเลขมหาศาล

ถึงหลายๆ คนจะมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เพราะต่อให้หนังทำเงินได้มากมายขนาดไหน ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ด้วยความที่ยังมีระบบโควตา (รัฐบาลจีนมีโควต้าสำหรับหนังจากต่างประเทศที่จะเข้าฉายในประเทศเอาไว้ ว่าในปีหนึ่งๆ จะเข้าฉายได้ทั้งหมดกี่เรื่อง) และรายได้ที่จะกลับมาก็แค่ 25% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งนี่ละคือรายได้สุทธิจากหนังที่สตูดิโอจะได้รับ ผู้บริหารของสตูดิโอแห่งหนึ่งพูดถึง Warcraft ว่า เป็น ”การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้น สำหรับความคิดที่ว่า จีนสามารถสร้างรายได้แบบเน็ทๆ ให้กับหนังใหญ่ๆ ได้มากขนาดไหน ลองคิดว่า Warcraft ทำรายได้สัก 250 ล้านเหรียญที่นี่ จะมีเงินอย่างน้อย 60 ล้านกลับมา ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมากสำหรับตลาดเพียงแห่งเดียว เยอะกว่ารายได้ของหนัง Harry Potter บางเรื่องที่ทำได้ในอังกฤษด้วยซ้ำ”

คาดกันว่าตลาดหนังในจีนจะทำรายได้แซงหน้าอเมริกาเหนือสำเร็จในปีหน้า และเมื่อย้อนไปดูตัวเลขจากหลายๆ ปีที่ผ่านมา ตลาดหนังที่นี่ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง และรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาลมาโดยตลอด จนกลายเป็นตลาดใหญ่ในต่างประเทศสำหรับหนังส่วนใหญ่ไปแล้ว แล้วหลายๆ ครั้งก็ยังสามารถช่วยเสริมรายได้ในอเมริกาที่ต่ำเตี้ยได้ดี อย่าง หนังยักษ์ๆ หวังเงินเยอะๆ เช่น Terminator: Genisys ที่ได้เงินในอเมริกาแค่ 89.8 ล้านเหรียญ แต่ทำรายได้ที่จีนถึง 113 ล้านเหรียญ ส่วนหนังของเลเจนดารีอีกเรื่องอย่าง Pacific Rim เก็บเงินในอเมริกาได้ 102 ล้านเหรียญ แต่ทำได้ที่จีนถึง 112 ล้านเหรียญ แถมกำลังจะสร้างภาคต่อ โดยเพิ่งเลือกจอห์น โบเยกา จาก Star Wars: The Force Awakens ไปแสดงนำ

warcraft-sadaos_scoop05

มองกันแค่นี้ บรรดาหนังภาคต่อทั้งหลาย สามารถสร้างขึ้นโดยเล็งไปที่ตลาดต่างประเทศเพียวร์ๆ ได้หรือเปล่า? “เราควรสร้างหนังเพื่อตลาดจีน เป็นอย่างแรกเหรอ? ไม่นะ ตราบที่ยังมีเรื่องของโควตา หรือว่าเรื่องรายได้ 25% แล้วก็เรื่องไม่มีความช่วยเหลือใดๆ มาเกี่ยวข้อง เมื่อจีนมีประชากรมากกว่าอเมริกาถึง 4 เท่า นี่คือสถานที่ที่เราพุ่งเป้าไปได้แน่ๆ มันต้องมีสักครั้งแหละที่คุณอาจจะมีความคิดแบบนั้นในหัว แต่ไม่ใช่วันนี้” ผู้บริหารของสตูดิโอหนึ่งกล่าว ก่อนที่จะเสริมด้วยว่า “แต่มันก็มีองค์ประกอบที่ชัดเจนอยู่อย่างหนึ่ง คุณไม่ควรสร้างหนังที่คุณคิดว่ามันจะไปไม่ได้ในตลาดจีน”

สิ่งที่ทำให้หนังที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกมหลายภาคของบลิซซาร์ด เอนเตอร์เทนเมนท์มีความน่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ วิธีการที่หนังถูกรวมเข้ากับสิ่งต่างๆ ในจีน โดยมีกุญแจสำคัญคือการสร้างพันธมิตร โดยเลเจนดารีมีบริษัทท้องถิ่นเข้ามาร่วมสร้าง Warcraft ถึง 4 บริษัท คือ เทนเซนต์, ไชนา ฟิล์ม กรุ๊ป, ไต้ฮี และฮัวอีแจม ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่บริษัทแวนดา จะขอซื้อบริษัทของโธมัส ทูลล์ ด้วยเงินที่สูงถึง 3.5 พันล้านเหรียญเมื่อเดือนมกราคม และก่อนการเจรจาซื้อขายจะเรียบร้อย ทางแวนดาก็ประกาศจุดยืนออกมาอย่างชัดเจนว่า ต้องใช้กำลังทั้งหมดไปกับหนัง ทั้งโปรโมทและทำการตลาด ผ่านเครือข่ายของตัวเองที่มี ทำให้ Warcraft สร้างสถิติมีสินค้าเป็นพันธมิตรมากถึง 26 รายการ พร้อมทำการตลาดตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความตื่นเต้นที่มีต่อตัวหนังให้เกิดขึ้นตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่เคยเกิดขึ้นคล้ายๆ กันในตลาดจีนก่อนหน้านี้ ก็มีการจับมือเป็นพันธมิตรกันระหว่างมาร์เวล และบริษัทเสื้อผ้าดีเอ็มจี ในปี 2013 เพื่อปล่อยหนัง Iron Man 3 ที่ออกฉายโดยมีการโปรโมทฉากที่ไม่มีใครได้เห็นอย่าง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เดินอยู่ในพระราชวังต้องห่้าม ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาได้ทั่วโลก แถมยังเปิดฉายในจีนก่อนอเมริกา ที่พอบวกกับคำวิจารณ์ที่แข็งแรง ทำให้หนังกวาดรายได้ไปถึง 1.2 พันล้านเหรียญทั่วโลก ซึ่งต่างไปจาก Warcraft ที่โดนคำวิจารณ์แรงๆ ส่วนคะแนนของนักวิจารณ์และคนดูทั่วไปก็ต่างกันสุดขั้ว ทำให้คำถามที่ว่า ฮอลลีวูดควรสร้างหนังหวังรายได้จำนวนมากแบบเก่าๆ ใส่ไปในตลาดจีน และคาดหวังว่ามันจะฮิตหรือเปล่า? ดังขึ้นมาอีก

warcraft-sadaos_scoop01

แต่ที่แน่ๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Warcraft อย่าไปคิดว่าคอหนังชาวจีนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่กลับเป็นไปในทางตรงกันข้ามต่างหาก และพวกเขาก็แสดงให้เห็นมาแล้วหลายครั้งหลายหนว่า งานในแบบถวิลหาอดีตมันไปได้สำหรับที่นี่ หนังอย่าง So Young ที่เป็นการมองย้อนกลับไปถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย กลายเป็นหนังฮิตด้วยคนดูกลุ่มเป้าหมาย Warcraft เองก็มีอารมณ์ในแบบถวิลหาอดีตคล้ายๆ กัน บวกเข้ากับความป็นงานแฟนตาซี ที่ไปได้ดีเสมอที่นี่ ซึ่งก็เป็นไปในแบบเดียวกับ Transformers ซึ่งเป็นชื่อระดับตำนานจากยุค 80 ที่ดึงดูดเด็กๆ ที่โตมากับของเล่นเหล่านี้มาชม Warcraft ก็มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวของตัวเองไม่ต่างกัน ในตอนแรกที่โลกแบบสามมิติในเกม ถูกสร้างขึ้นมาเป็นครั้งแรก มันสร้างความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงให้กับวงการเกมของจีน สามารถดึงผู้คนมากมายให้เข้ามาร่วมเล่นเกมนี้ทั้งในอินเตอร์เน็ท คาเฟ และในโลกออนไลน์ จนรัฐบาลต้องออกมาควบคุม ซึ่งเป็นการทำให้ความนิยมเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยเลเจนดารีได้สิทธิ์ในการสร้างภาพยนตร์ของเกมนี้ มาตั้งแต่สิบปีก่อน

ตัวหนังได้คนดูที่เป็นพวกเกมเมอร์ในสัปดาห์เปิดตัวมากถึง 15% แล้วยังมีดาราขวัญใจของชาวจีนอย่าง แดเนียล วู มาดึงคอหนังสาวๆ อีกแรง วูเป็นนักแสดงชาวจีน/อเมริกัน ที่แสดงนำในหนังฮิตเมื่อปีที่แล้วของจีน Go Away Mr Tumor ออกเดินสายโปรโมทหนังอย่างหนักร่วมกับพอลลา แพ็ตตันที่นี่ ซึ่งก็รวมไปถึงการไปร่วมงานถาม-ตอบที่สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่งก่อนหน้าที่หนังจะเปิดตัว และการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ก็ถูกนำไปเผยแพร่ทางโซเชียล มีเดีย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการวางกำหนดฉาย ที่วางเอาไว้ในวันที่ 8มิถุนายน วันสอบวันสุดท้ายของโรงเรียนไฮสคูล แล้วตามด้วยวันหยุดยาวของเทศกาลเรือมังกร ซึ่งเป็นการวางแผนเอาไว้ก่อนหน้า และเป็นวันฉายก่อนจะปล่อยหนังในอเมริกา ขณะที่ทางสตูดิโอก็มีสรรพกำลังตามอย่างที่วางเอาไว้ในจีน และไม่ต้องการช่องทางอะไรมาเพิ่มอีกแล้ว ดูเหมือนว่าองค์ประกอบต่างๆ ในจีน ล้วนช่วยให้วันฉายตามที่กำหนดไว้แข็งแรงมากขึ้น

warcraft-sadaos_scoop02

ความสำคัญของแวนดา ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม เพราะนี่คือบริษัทที่เป็นเจ้าของจอภาพยนตร์ทั้งหมด 18% ของทั้งหมดในจีนที่มีถึง 39,000 จอ ซึ่งช่วยให้ Warcraft ได้เปิดตัวด้วยรอบที่มากถึง 120,000 รอบในหนึ่งวัน ในวันแรกๆ ของการฉาย ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องราวต่างๆ ทางด้านการตลาดของ Warcraft ก็ถือว่าเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ และทำให้การเปิดฉายของหนังที่จีนเป็นประหนึ่งเหตุการณ์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตกลงขายสินค้าที่ระลึกผ่านเอ็มไทม์ บริษัทที่แวนด้ามีเอี่ยวด้วย 20% ซึ่งสามารถต่อยอดออกไปได้อีก ขณะที่สิทธิ์ในการขายและเช่าแบบสตรีมมิงก็อยู่กับพีพีทีวี (ของจีน) โดยเป็นการเซ็นสัญญาด้วยตัวเลขแปดหลัก

ความสามารถในการดูแลพันธมิตรของเลเจนดารี ถูกมองว่าเป็นยุทธศาตร์สำคัญที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จ เพราะตลาดจีนไม่ใช่ที่ๆ จะทำโน่น-นี่-นั่น ได้ง่ายๆ แต่สตูดิโอได้ฝังตัวที่นี่มานานแล้ว พวกเขาปล่อยที่นั่งที่กันเอาไว้ในวันเปิดตัวให้กับบรรดาพันธมิตรเป็นจำนวนมาก ส่วนยอดจองตั๋วล่วงหน้าก็มหาศาลระดับสร้างสถิติ ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับการทำโปรโมชันและการขายตั๋วออนไลน์ ส่งผลให้อาลีบาบา พิคเจอร์สคู่แข่งของแวนดา มีแผนที่จะใช้การเป็นเจ้าสื่อออนไลน์ของตัวเอง มาช่วยพันธมิตร โดยเชื่อว่าน่าจะทำกำไรให้กับหนัง Teenage Mutant Ninja Turtles: Out Of The Shadows ของพาราเมาท์ที่บริษัทไปลงทุนเอาไว้ด้วยได้

มาถึงตอนนี้ จีนถูกมองว่าเป็นตลาดสำคัญเรียบร้อยแล้ว “คนจีนมีความสัมพันธ์กันทางอารมณ์อย่างเหนียวแน่น รวมไปถึงเรื่องของการถวิลหาอดีตด้วย แวนดาและเทนเซนต์ ทำการโปรโมทหนังได้เป็นอย่างดีเมื่อปีที่ผ่านมา พวกเขาสามารถขายอะไรแย่ๆได้ และบางทีอาจจะทำให้คนในฮอลลีวูดถึงกับช็อค แต่ถ้าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับตลาดจีน นี่คือสิ่งที่มีคนเคยทำนายเอาไว้แล้ว” ผู้บริหารสตูดิโอรายหนึ่งกล่าว

warcraft-sadaos_scoop03

แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับ Warcraft ที่นี่ ก็ไม่ทำให้ทุกคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เชื่อว่า จีนคือตลาดสำคัญที่จะแซงหน้าอเมริกาเหนือในไม่ช่้า “ไม่มีทาง จนกว่าเราจะได้เห็นรายได้ในอเมริกา เป็นเพียงรายได้แค่ 45% ของรายได้ทั่วโลก หรือมีเรื่องของการให้บริการสตรีมมิง ที่แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในธุรกิจนี้ในจีน” แหล่งข่าวกล่าว “ตอนนี้เรากำลังทำหนังที่นั่น, คุยกันถึงเรื่องเซนเซอร์ และการนำนักแสดงจีนใส่เข้ามาในเรื่อง แล้วเราก็มีภาพยนตร์ออกฉายที่นี่แค่ 34 เรื่องต่อปี พวกเรากำลังพุ่งเป้าไปที่อะไรบางอย่าง ที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์กลับมาที่เหมาะสม การคุ้มครองอุตสาหกรรมภาพยนต์ภายในประเทศของจีนต้องจบ เราต้องการส่วนแบ่งในตลาดสตรีมมิง, การตกลงทางการค้าที่ดีกว่านี้ แล้วจากนั้นก็ค่อยไปสร้างภาพยนตร์ที่นั่น ซึ่งมันจะฮิตและทำรายได้ผ่านจุดคุ้มทุน”

แล้ว Warcraft ผ่านจุดคุ้มทุนแล้วหรือยัง? มีรายงานว่าหนังทุนสร้าง 160 ล้านเหรียญเรื่องนี้ ทำรายได้ในตลาดอื่นๆ รวมแล้วประมาณ 110 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้รวมทั่วโลกของหนังตอนนี้น่าจะอยู่ในระดับกว่า 300 ล้านเหรียญ โดยยังมีอีกหลายประเทศที่หนังยังไม่เปิดตัว และทางยูนิเวอร์แซลมีเอี่ยวในเรื่องงบสร้างแค่เพียง 25%

การเปิดตัวในจีนของ Warcraft ทุบสถิติต่างๆ ที่เคยเป็นของ Avengers: Age Of Ultron และ Fast & Furious 7 (ของยูนิเวอร์แซลเหมือนกัน) ทั้งๆ ที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะทำได้ในระดับเดียวกับ Fast & Furious 7 “มันใช้ทุนสร้างที่สูงมาก” แหล่งข่าวกล่าว “แต่มันจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน… เมื่อคุณทำรายได้ถึง 400 ล้านเหรียญ มันก็ไม่ล้มเหลวแล้ว” แต่ก็มีข้อสงสัยเกิดขึ้น เมื่อมีคนเชื่อว่า เพราะได้พันธมิตรในจีนมากมายขนาดนี้ หนังถึงไปได้ในแบบเดียวกับ Fast & Furious 7 ซึ่งไม่ได้มีพันธมิตรท้องถิ่นมาเอี่ยวเลย

warcraft-sadaos_scoop04

 

ที่แน่ๆ ตลาดหนังในจีน เติบโตและยกระดับไปจากเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากสิ่งที่เกิดขึ้นมา แล้วก็ยังมีเรื่องของการวางกำหนดการฉาย ที่ไม่ให้เกิดการชนกันจนล้มระเนระนาดอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2015 ขณะที่หนังจีนอย่าง Monster Hunt เดินหน้าทำรายได้มหาศาลในแต่ละสัปดาห์ แหล่งข่าวเสริมอีกว่า “ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปตั้งแต่หน้าร้อนที่แล้ว หนังที่ไม่มีบริษัทจีนเป็นพันธมิตร จะต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้ได้รายได้ในระดับเดียวกับ Fast & Furious 7 และ Jurassic World”

แล้วขณะที่ฮอลลีวูด และจีนกำลังขบคิดถึงสถานการณ์ที่มีความเกี่ยวพันกับแปลกๆ แบบนี้อยู่ สมควรไหมที่บรรดาสตูดิโอทั้งหลายในฮอลลีวูด เจ้าของแผนงานสร้างหนังหวังเป็นงานภาคต่อ จำเป็นจะต้องมีพันธมิตรจากจีนอย่างเร่งด่วน? “ไม่” ผู้บริหารสตูดิโอรายหนึ่ง ตอบทันควัน “มันเป็นเรื่องงี่เง่า มันก็แค่อีกองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นเอง”

การที่เลเจนดารีมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างแวนดา หนังแต่ละเรื่องของพวกเขาจะไปได้สวยทุกเรื่องหรือเปล่า? “มันกำหนดไม่ได้ แวนดาไม่ได้สนใจในการลงทุนกับเลเจนดารี เว้นแสียแต่ว่า พวกเขากำลังมีแผนจะขายมัน”

จากเรื่อง ความสำเร็จของ Warcraft: The Beginning ในจีน การเปลี่ยนทิศของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดย ฉัตรเกล้า สกูปพิเศษ นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1211 ปักษ์แรก กรกฎาคม 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On