ความสำเร็จที่อาจจะไม่ซ้ำรอยเดิมของซาวนด์แทร็คหนัง Pitch Perfect 2 (จบ)

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หนังและอัลบั้มซาวนด์แทร็คของ Pitch Perfect ภาคแรก ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หนังได้ตังค์ เพลงขายดี มีเพลงฮิต แต่กับหนังภาคต่อ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะแตกต่าง ยกเว้นหนังที่ทำรายได้ทุบรายได้ภาคแรกกระจาย เพลงกลับยังไปไม่ถึงไหน

pitch perfect 2 DL

แต่หลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ยังคงมองในแง่ดี เพราะกว่าหนังจะดัง ก็ตอนที่ออกจากโรงไปแล้ว และกว่าเพลง Cups จะดัง ก็หลังหนังฉายถึงปีกว่า

“เราผ่านการทำการตลาดช่วงคริสต์มาส์ถึง 2 ครั้ง สำหรับเพลงจาก Pitch Perfect โดยไม่คิดเลยว่า มันกำลังจะจบการขายแล้ว” เรสนิคอฟฟ์ ประธานแผน UMe ของ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค เผย “ความสำเร็จบางส่วนมาจาก Cups แต่ความสำเร็จแบบไวรัลของงานชุดนี้ มีมาแล้วก่อนหน้านั้น” เขาเสริม ก่อนจะบอกว่า ยอดดาวน์โหลด 3 ล้านของ Cups ในอเมริกา เป็นแค่ครึ่งเดียวของยอด 6.4 ล้านของเพลงในอัลบั้มนี้ทั่วโลก มองมาถึงตรงนี้ อัลบั้มซาวนด์แทร็คของหนังภาคแรก ไม่ใช่งานที่ขายดีเพราะมีเพลงฮิตเพลงเดียว เพราะกว่าเพลง Cups จะถูกตัดโปรโมท ก็หลังจากหนังออกฉายไปแล้วถึง 6 เดือน “การตัดเพลง Cups ให้กับวิทยุ และทำวิดีโอออกมา เป็นเพียงการขยายวงจรชีวิตของบางสิ่งให้ได้ไปต่อด้วยตัวมันเอง”

และความสำเร็จที่เกิดก็นำไปสู่การคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่า Pitch Perfect 2 น่าจะไปได้ดี แล้วกับการที่บรรดานักแต่งเพลงและผู้ดูแลลิขสิทธิ์เพลงอัพราคาขึ้น รวมทั้งมีเพลงเกือบๆ 60 เพลงที่ต้องขอซื้อลิขสิทธิ์ ทำให้ซาวนด์แทร็คของหนังเรื่องนี้ กลายเป็นของแพง เมื่อต้องใช้งบถึง 29 ล้านเหรียญ ขณะที่ภาคแรกหมดงบไปแค่ 17 ล้านเหรียญ “ภาคแรก ไม่เคยมีใครทำหนังเพลงอะแคพเพลามาก่อน เราเลยต้องอธิบายเยอะมาก” จูเลีย มิเชลส์ ที่มาทำงานเป็นผู้ดูแลด้านเพลงร่วมกับจูเลียนนา จอร์แดน กล่าว “กับภาคนี้ ทุกคนรู้จักหนังแล้ว เพราะฉะนั้นทุกคนเลยอยากได้พายชิ้นใหญ่กว่าเดิม หรือเงินที่มากขึ้น และเราไม่มีมากขนาดนั้น”

ทีมงานต้องจ่ายให้บางเพลงมากกว่าเพลงอื่น แต่กับเพลงสั้นๆ ในฉากร้องผสมกัน ซึ่งถูกนำเสนอในแบบเมดลีย์ จะต้องจ่ายเท่าๆ กัน อย่างในฉากหนึ่งที่ทีมนักร้องอะแคพเพลา ต้องมาแข่งกันด้วยการร้องเพลงฮิตๆ ที่คิดขึ้นมาในเดี๋ยวนั้น ตามโจทย์ที่หลากหลาย ซึ่งโจทย์หนึ่งก็คือ ฉันเคยเดทกับจอห์น เมเยอร์ ทีมแรกใช้เพลงของวาเนสซา คาร์ลตัน ส่วนอีกทีมใช้เพลงของเทย์เลอร์ สวิฟท์ และถ้าคนดูอยากให้มีเพลงของแคตี เพอร์รีใส่เข้ามา ฉากนี้จะจบทันทีเพราะต้องจ่ายมากกว่าเพลงอื่น แต่ทีมงานก็สามารถใช้เพลงของเพอร์รีได้ในฉากอื่นได้ โดยจ่ายเงิน “ต่ำกว่าเลขหกหลัก” และมีเพลงถึงราวๆ 40 เพลงที่ถูกตัดออกไป

ส่วนเพลงที่ยุ่งยากที่สุดก็คือ Uprising ของมิวส์ ที่ร้องโดยวงตัวร้ายในหนัง ดาส ซาวนด์ แมชีน ซึ่งเป็นกลุ่มนักร้องจากเยอรมัน เจ้าของเสียงร้องภาษาอังกฤษสำเนียงแปลกๆ และท่าเต้นเหมือนพวกฟาสซิสท์ “จากที่รู้ๆ กัน คุณคงไม่เห็นเพลงของมิวส์ได้รับอณุญาตให้ใช้กันจนเกร่อ ใช่ไหม” น็อบล็อค เผย “เพราะฉะนั้นมันเลยเหมือนกับการยึดอำนาจ เพื่อที่จะให้พวกเขาตอบตกลง ไม่ใช่แค่ให้ใช้เพลง Uprising นะ แต่ยังยอมให้ใช้ปะทะผสมกับเพลงอื่นด้วย” ท้ายที่สุดมิวส์ก็เสียงอ่อน เมื่อผู้กำกับเอลิซาเบ็ธ แบงค์ส เขียนคำขอร้องส่วนตัวไปถึงแม็ทท์ เบลามี นักร้องนำของวง

แต่ที่แปลกก็คือ การเก็บรายชื่อเพลงเอาไว้ “คุณไม่สามารถใช้สูตรเดิมๆ ได้ในกรณีนี้” เรสนิคอฟฟ์ อธิบาย โดยย้ำว่า ความประหลาดใจคือ หัวใจสำคัญ “มันน่าจะเป็นเรื่องอันตราย หากให้แฟนๆ ได้ฟังเพลงโดยที่พวกเขาไม่เข้าใจว่า เพลงพวกนี้มันเข้ากับหนังยังไง และพล็อตของหนัง มันก็ยังอยู่ในเพลงอีก”

เมื่อโจทย์เปลี่ยน การหาคำตอบต่าง บางที อัลบั้มซาวนด์แทร็ค Pitch Perfect 2 ก็ไม่น่าจะซ้ำรอบเดิมได้แล้ว เมื่อมองมาถึงตรงนี้
(แปล/เรียบเรียงจาก นิตยสารบิลล์บอร์ด)

จากเรื่อง ความสำเร็จที่อาจจะไม่ซ้ำรอยเดิมของซาวนด์แทร็คหนัง Pitch Perfect 2 (จบ) โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 29 พฤษภาคม 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.