ความเป็นมาของ OBLIVION หนังไซ-ไฟล้ำๆ ของทอม ครูซ และผู้กำกับ Tron: Legacy

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

oblivion-posterจาก Tron: Legacy ที่โดดเด่นด้วยเรื่องราวสุดล้ำ กับสเปเชียล เอฟเฟคท์ สุดเฉียบ ผู้กำกับโจเซฟ โคซินสกี้ กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์ไซ-ไฟ ล้ำโลก ที่ได้ทอม ครูซ ซูเปอร์สตาร์ชื่อดังมารับบทนำ ที่เรื่องราวเกิดขึ้น ในโลกอนาคตที่ทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจ ไปพบกับการเผชิญหน้าอดีตของชายคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาได้พบกับการผจญภัยที่นำไปสู่การไถ่บาปและการค้นพบ เมื่อตัวเขาต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ

ปี 2005 ห้าปีก่อนที่ โจเซฟ โคซินสกี้ จะได้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก TRON: Legacy เขาได้เขียนเรื่องแนวไซ-ไฟความยาว 12 หน้าเรื่อง Oblivion ขึ้นมา โดยโคซินสกี้ฝันที่จะเปลี่ยน Oblivion ให้เป็นภาพยนตร์ เมื่อได้พบกับ แบร์รี่ ลีไวน์ และเจสซี่ เบอร์เกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เรดิคัล สตูดิโอ ในอีกหลายปีต่อมา พวกเขาได้ช่วยกันพัฒนาเรื่องจนกลายเป็นนิยายภาพที่ “เป็นเรื่องแอ็คชั่น ผจญภัยที่เกิดขึ้นในปี 2077 หลังมหาสงครามที่ทำให้โลกไร้มนุษย์อาศัย ถูกทิ้งเหลือแต่ซาก เรื่องเกิดขึ้นกับแจ็ค ช่างซ่อมยานบินไร้คนบังคับ ที่เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจใหญ่ ที่แจ็คได้รับมอบหมายโดยที่ไม่รู้ตัว ความลึกลับกำลังจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ไขไปสู่สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ของมนุษยชาติ” โคซินสกี้ บอก “ในเรื่องนี้ มีความแตกต่างระหว่างคนที่ไม่ใส่ใจความจริง และปิดหูปิดตาตัวเอง กับคนที่ตัดสินใจที่จะเดินหน้าไปกับความจริง ไม่ว่าการเผชิญหน้ากับความจริงนั้นจะยากเย็นสักเพียงใด”

โคซินสกี้ยอมรับว่างานแนวไซ-ไฟแบบนี้ เป็นเรื่องที่เขาสนใจมานานแล้ว ตอนที่โตมาเขาหลงใหลหนังอย่าง The Omega Man, Blade Runner และ 2001: A Space Odyssey รวมไปถึงหนังสืออย่าง Hyperion ซีรี่ส์ทีวีอย่าง The Twilight Zone เขารักการผสมผสานของฉากหลังที่ดูดิบเถื่อน ซึ่งขัดกับสไตล์ภาพเทคโนโลยีโลกอนาคตที่เกิดจากจินตนาการ “ผมชอบงานศิลปะแนวไซ-ไฟจากยุค ’70 ของ คริส ฟอสส์, ปีเตอร์ เอลสัน และคริส มัวร์ มาก ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ผมสามารถผสมผสานงานภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิค และวิวทิวทัศน์ของจริงเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ และสร้างงานที่โดดเด่นขึ้นมาได้”

ลีไวน์ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากจินตนาการของโคซินสกี้ “ตอนอ่านเรื่องราวของโจ ผมพบว่า Oblivion เป็นเรื่องผจญภัยเรื่องเยี่ยม แต่หัวใจของมันก็คือตัวละครที่คุณเอาใจช่วย และทำให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่ดีได้”

นิยายภาพได้แรงสนับสนุนจากแฟนๆ ในงานคอมิค-คอน ที่ซานดิเอโก้ ปี 2010 ซึ่งโคซินสกี้เอาภาพจากหนัง TRON: Legacy ไปฉายโชว์ โดยทางเรดิคัล สตูดิโอได้แจกหนังสือนิยายภาพเรื่องนี้ในงานด้วยถึง 30,000 เล่ม ลีไวน์เล่าว่า “มีคนพันคนมาต่อแถวในงาน เพื่อรอให้โจเซ็นลายเซ็นบนหนังสือ Oblivion ซึ่งเราได้ออกแบบโลโก้ และภาพประกอบที่ได้รับการตอบสนองมาตั้งแต่แรกเริ่ม มันเป็นชัยชนะที่ทำให้ก้าวไปข้างหน้า และทำให้เรื่องนี้กลายเป็นบทภาพยนตร์ มันเป็นการนำเสนอเรื่องราวแบบไฮ-คอนเซ็ปต์เข้ากับงานสร้างชั้นเลิศ ไม่มีใครเคยเห็นแบบนี้มาก่อนแน่”

หลังงานคอมิค-คอน ยูนิเวอร์แซลก็ก้าวเข้ามา แล้วบทภาพยนตร์เรื่อง Oblivion ก็เดินหน้า ปีเตอร์ เชอร์นิน ผู้อำนวยการสร้างที่ประสบความสำเร็จจากการรีบู้ท Rise of the Planet of the Apes ได้อธิบายถึงแรงดึงดูดของ Oblivion ว่า “ถึงจะเป็นหนังแอ็กชั่น เรื่องราวของ Oblivion ก็เข้าถึงถึงผู้คนได้ เพราะโดยหัวใจแล้วมันคือหนังเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง ที่พยายามจะค้นพบความเป็นมนุษย์ของตัวเอง และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมสุดท้ายแล้วมันถึงได้สร้างความพึงพอใจให้มากนัก”

โคซินสกี้ได้ดีแลน คลาร์ค ที่อำนวยการสร้าง Rise of the Planet of the Apes และมีชื่อในเรื่องจัดการกับหนังฟอร์มยักษ์ อย่าง Master and Commander: The Far Side of the World และ Harry Potter and the Sorcerer’s Stone มาร่วมงานอีกคน “Oblivion เป็นโลกที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการชั้นเลิศ สิ่งที่โจนำเสนอเอาไว้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลก แต่ไม่ดูเลอะเทอะ มืดมน หดหู่ มันดูยิ่งใหญ่ มีสีสัน โดดเด่นแตกต่าง นั่นคือสิ่งที่โดนใจเรา คอนเซ็ปต์งานออกแบบของเรื่องนี้คือสิ่งที่เรายังไม่เคยเห็นกันมาก่อน”

เมื่อเรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงหลังของศตวรรษนี้ โคซินสกี้ต้องการทีมออกแบบระดับแนวหน้า มาสร้างโลกที่ดูเป็นโลกอนาคตอย่างที่สุดในอีก 60 ปีจากปัจจุบัน เขาได้ทีมหลักที่ทำงานกับเขาใน TRON: Legacy มาช่วยสร้างภาพโลกในยุคหลังโลกาวินาศขึ้นมา

ดันแคน เฮนเดอร์สัน ผู้อำนวยการสร้างร่วมอีกคน รู้ดีว่าผู้กำกับของเขารับมือกับความท้าทายใหญ่หลวงนี้ได้ “โจเป็นคนเล่าเรื่องเก่ง หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผมอยากทำหนังเรื่องนี้ก็คือ เรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร มันทำให้คนดูติดตามไปตลอดเส้นทางที่คุณคิดว่ารู้อะไรบางอย่าง และจากนั้นคุณกลับพบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ดูสมเหตุผลเลย ความลับยังคงเผยตัว เหมือนตอนปอกเปลือกหอม คุณจะพบความจริงเมื่อเดินหน้าไป คุณได้รับรู้ความจริงมากขึ้นและเริ่มมองเห็นภาพใหม่ มันเป็นการเผยความจริงได้อย่างวิเศษสุดมาก”

ขณะที่ภาพยนตร์แอ็คชั่น ผจญภัยหลายๆ เรื่อง เต็มไปด้วยนักแสดงมากมาย แต่ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Oblivion โดดเด่น แตกต่าง ไปจากหนังเหล่านั้น ก็คือ ทีมนักแสดงที่น้อยนิด

นั่นเพราะแจ็ค เป็นช่างซ่อมบำรุงยานไร้คนบังคับที่เหลืออยู่บนโลกที่ถูกทิ้งร้าง โอกาสที่เขาจะเจอกับผู้รอดชีวิตจึงแทบเป็นศูนย์ เพราะเรื่องราวอิงอยู่กับตัวละครเพียงไม่กี่ตัว ด้วยเหตุนี้การเลือกนักแสดงที่สมบูรณ์แบบมีส่วนสำคัญต่อการมอบชีวิตให้กับเรื่อง Oblivion อย่างมาก

เมื่อโคซินสกี้พิจารณาคนที่จะมารับบทเป็น แจ็ค ได้สมบูรณ์ที่สุด ทอม ครูซ คือชื่อแรกที่เขาเล็งเอาไว้ แต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จากตัวแทนของครูซ ที่บอกว่าครูซเห็นนิยายภาพเรื่องนี้จากเรดิคัล สตูดิโอ และอยากจะคุยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งคู่พบกันที่โรงเก็บเครื่องบินในเบอร์แบงก์ โคซินสกี้ได้นำเรื่องสั้นเรื่องนี้ไปให้ครูซดู รวมไปถึงภาพสตอรี่บอร์ดของหนังด้วย สามชั่วโมงต่อมา ครูซบอกโคซินสกี้ว่าเขาอยากร่วมสร้างหนังเรื่องนี้ด้วย

โคซินสกี้พูดถึงการร่วมงานกันครั้งนี้ว่า “ทอมมีเซนส์ในการสร้างภาพยนตร์ที่ดี การทำงานร่วมกับเขาเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม ไม่ใช่แค่เมื่ออยู่ในกองถ่ายระหว่างการถ่ายทำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาบทภาพยนตร์และตัวละครของเขาตั้งแต่เริ่มแรกด้วย”

ครูซพูดถึง Oblivion ว่า “ผมได้อ่านเรื่องนี้ และก็เห็นงานโฆษณาที่โจได้กำกับเอาไว้ก่อนหน้านี้ เลยโทรหาเขา เราได้พบกัน เขาเอาบางส่วนของ TRON ให้ผมดู และผมก็รู้สึกทึ่งมาก ผมคิดว่า ‘ว้าว ผู้ชายคนนี้เป็นผู้กำกับที่เยี่ยมนะ เขามีความสามารถสูงมาก’ โจเป็นคนที่สร้างโลกอื่นขึ้นมา และจินตนาการที่เขามีให้กับ Oblivion ก็คือสิ่งที่ทำให้ผมสนใจ ผมไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน ความคิดที่เขาอยากกำกับมันออกมา และองค์ประกอบทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ถึงจะไม่ได้เล่นหนังไซ-ไฟเลยนับตั้งแต่ Minority Report แต่ผมชอบหนังแนวนี้นะ และผมก็รู้ว่าโจทำงานกับหนังแนวนี้ได้ดี”

Olga-Kurylenko-Oblivionผู้ร่วมแสดงกับครูซ ในบท จูเลีย และวิคตอเรีย (ฉายา “วิคก้า”) ก็คือ ออลก้า คูรีเลนโก้ และแอนเดรีย ไรส์เบอโรห์ ผู้อำนวยการสร้างเชอร์นินเล่าว่า “เป็นเรื่องสำคัญมากที่นักแสดงคู่นี้ จะต้องเติมเต็มในส่วนอารมณ์ของการเล่าเรื่อง เราพยายามค้นหานักแสดงที่เหมาะกับบท ออลก้าพาทั้งจิตวิญญาณและความลึกมาสู่บทจูเลีย ขณะที่ แอนเดรีย ก็มีความสดใหม่และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา พวกเธอเติมเต็มกันและกันได้ดี และพาตัวละครของพวกเธอไปสู่ระดับที่ไกลเกินกว่าที่บทภาพยนตร์เขียนเอาไว้”

ทีมผู้สร้างพบตัวจูเลีย รูซาโคว่า นักเดินทางที่ยานตก และมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับแจ็ค จนกระตุ้นให้เขาตั้งคำถามในหลายๆ เรื่องในตัวอดีตสาวบอนด์ตอน Quantum of Solace ดีแลน คลาร์ค ผู้อำนวยการสร้าง เผยว่า “นักแสดงในบท จูเลีย ต้องมีความทรหดอดทนเช่นเดียวกับทอม ทำให้เป็นเรื่องยากในการตามหา แต่ ออลก้าเป็นผู้หญิงยูเครนสุดแกร่ง พิสูจน์แล้วว่าเธอทำได้ เราให้เธอต้องผ่านหลายสิ่งหลายอย่างมากมายที่เราว่าตัวเธอเองก็คงไม่คิดว่าจะทำได้เช่นกัน”

คูรีเลนโก้ พูดถึงบทที่ได้รับ ว่า “ในเรื่องหลายๆ อย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่ดูเหมือนว่าจะเป็น เมื่อจูเลียปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของแจ็คและวิคก้า เธอคือคนที่สร้างปัญหา ทำให้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ ต้องพังพินาศ เธอคือความยุ่งเหยิง เป็นบทที่เล่นได้สนุก และต้องใช้แรงเยอะในฉากแอ็กชั่นทุกรูปแบบ ซึ่งฉันไม่เคยทำมาก่อน”

andrea-oblivionก่อนเจอจูเลีย แจ็คมีเพียงวิคก้า ที่ยังเป็น ผู้นำทางในภารกิจซ่อมยานของเขา ถึงแจ็คจะถูกกระตุ้นด้วยความไม่แน่ใจ แต่วิคก้าย้ำเสมอว่าอย่าตั้งคำถามต่อทางการ ให้ยอมรับทุกอย่างตามแบบที่มันเป็น ไรส์โบโรห์ นักแสดงสาวชาวอังกฤษ เล่าว่า “แจ็คกับวิคก้ามาถึงจุดที่พวกเขารู้ตัวว่าต้องการสิ่งที่แตกต่างกัน วิคก้าเป็นคนมองโลกในแง่ดี การกระทำของเธอ จะมีการควบคุมเป็นอย่างดี” และกับการได้ไรส์โบโรห์ มาเล่นบทนี้ ก็คือความลงตัวสำหรับครูซ “บทวิคก้า เราต้องการคนที่มีทักษะในการใช้ภาษา และการแสดงพฤติกรรมที่ผ่านการฝึกมา อย่างถูกต้อง” ดีแลน คลาร์คเล่า “แอนเดรียเดินเข้ามา และทำให้พวกเราอึ้งไปเลย”

เมื่อแจ็คเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้รอดชีวิตบนโลก เขารู้ตัวว่าเขากับไวก้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และผู้ที่ได้รับการดึงตัวมาเพื่อให้รับบท บีช ผู้นำของกลุ่มต่อต้าน ก็คือนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ มอร์แกน ฟรีแมน ฟรีแมนได้พูดถึงเหตุผลที่เขารับบทนี้ว่า “หนึ่งในหลายๆ สิ่งที่ทำให้ Oblivion แตกต่างออกไปก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ของมัน เสื้อผ้า ฉาก และเครื่องจักรกลทั้งหลาย มันคือโลกที่มีลักษณะเฉพาะของมันเอง และโจก็เป็นผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ ซึ่งทำให้การทำงานกับเขาเป็นความสนุก เพราะเขารู้ว่าเขาต้องการอะไร”

นอกจากนี้ หนังยังมีนักแสดงระดับตำนาน มอร์แกน ฟรีแมน มารับบท ผู้นำของกองกำลังต่อต้าน แล้วก็มีคอสเตอร์-วัลเดา ที่เพิ่งเห็นกันจาก Mama มาเป็นมือขวาของตัวละครที่เล่นโดยฟรีแมน ปิดท้ายด้วยนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เมลิสซ่า ลีโอ ในบทแซลลี่ ที่ปรึกษาของแจ็คและวิคก้า ซึ่งเป็นตัวแทนของศูนย์บัญชาการ

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On