ความเป็นมาของ SIDE EFFECTS หนังสะเด่าส์เราแนะนำ สัปดาห์นี้ ลุ้นระทึก หักมุมทุกนาที

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

poster side effectSide Effects เป็นงานหนังระทึกขวัญ เรื่องราวของสามี-ภรรยา เอมิลีและมาร์ติน คู่รักชาวนิว ยอร์ค ที่ชีวิตกำลังจะกลับมาเข้าที่อีกครั้งหลังมาร์ติน พ้นโทษออกมาจากเรือนจำ แต่แล้วโลกของพวกเขาก็ล่มสลาย เมื่อยาชนิดใหม่ที่นักจิตบำบัดของเอมิลี จิตแพทย์ จอน แบงค์ได้จ่ายให้กับเธอ เพื่อบรรเทาอาการวิตกกังวล มีผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึง แต่ผลกระทบไม่ได้มีแค่เอมิลีกับมาร์ติน แต่ยังส่งผลกลับมายังแบงค์ ที่ชีวิตถูกถล่มยับเยิน ทำให้เขาพยายามหาคำตอบของเรื่องราวที่เกิดขึ้น

สามนักแสดงในบทเอมิลี, มาร์ติน และ แบงค์ ก็คือ สามนักแสดงมากฝีมือ รูนีย์ มารา จาก The Girl with the Dragon Tattoo, แชนนิง ทาทัม จาก Magic Mike, G.I. Joe และ จู๊ด ลอว์ จาก Sherlock Holmes แล้วยังสมทบด้วย แคเธอรีน ซีต้า-โจนส์ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Chicago กำกับการแสดงโดย สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ เจ้าของรางวัลออสการ์จากหนัง Traffic จากบทของ สก็อต ซี. เบิร์นส์ เจ้าของบทหนัง Contagion และ The Bourne Ultimatum

ความเป็นมาของ Side Effects เริ่มต้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว สก็อต ซี. เบิร์นส์ได้ทำการค้นคว้าที่สถาบันจิตบำบัดโรงพยาบาลเบลล์วิว ในนิว ยอร์ค เบิร์นส์ เพื่อเขียนบทให้หนังดรามาการแพทย์เรื่อง Wonderland ได้คุยกับนักจิตบำบัดและได้ดูพวกเขาทำงานกับผู้ป่วยโรคจิต ซึ่งรวมไปถึงหลายๆ คนที่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อนด้วย

“เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่พิเศษที่สุดในชีวิตของผม” เบิร์นส์กล่าว “คนที่นั่นบางคนเป็นอาชญากรที่น่าสะพรึงกลัว แล้วก็มีคนที่ป่วยจนไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของสังคม และถูกมองว่าไม่น่าจะเล่นตามกฎนั้นได้ด้วย”

ประสบการณ์นั้นได้ฝังเมล็ดพันธุ์ในจินตนาการของเบิร์นส์ “ผมอยากจะหนังระทึกขวัญ สไตล์นัวร์ ที่ดึงผู้ชมเข้ามาและหมุนทุกอย่างไปรอบๆ อย่าง Double Indentity หรือ Body Heat ในโลกของจิตเภสัชศาสตร์” เบิร์นส์กล่าว “ผมได้แรงบันดาลใจจากหนังที่เกี่ยวกับการต้มตุ๋น ท่ามกลางสังคมที่ผู้ชมใช้ชีวิตอยู่จริงๆ คนดูเหมือนจะหยุดทำหนังแบบนั้นไปแล้ว แต่ผมรักหนังแนวนั้นมาโดยตลอด”

Rooney Mara and Channing Tatum star in Side Effects, directed by Steven Soderberghเบิร์นส์เริ่มพัฒนาบทภาพยนตร์ ด้วยความช่วยเหลือของดร.ซาชา บาร์ดีย์ ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายนิติจิตเวชของโรงพยาบาลเบลล์วิว “ซาชากับผมพบกันตอนทำงานใน Wonderland” เบิร์นส์กล่าว “การมีส่วนร่วมของเขาจำเป็น เพราะหนังต้องมีรากฐานความเป็นจริง” บาร์ดีย์เองก็สนใจไอเดียหนังระทึกขวัญที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยา “พอคิดแกนของเรื่องราวนี้ออกมาได้ สก็อตก็ลงมือเขียน ส่วนผมก็ให้ข้อมูลเรื่องความเป็นมาต่างๆ”

และการร่วมงานของทั้งคู่ ก็นำมาซึ่งหนังระทึกขวัญที่ชวนตื่นตะลึง “มันพูดถึงไอเดียที่ซึ่งความจริงจบลงและอาการป่วยทางจิตเริ่มต้นขึ้น” บาร์ดีย์บอก “คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งต่างๆ เป็นอย่างที่เห็นรึเปล่า ในแง่นั้น มันให้ความรู้สึกแบบหนังฮิททช์ค็อค และตอนจบก็วิเศษสุด มันเป็นบทเรียนที่ยอดเยี่ยม และสนุกมากๆ”

เบิร์นส์ยังได้ทำการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยารักษาอาการซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นในประเทศนี้ และพบหลักฐานว่า ยาได้ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่อาจอธิบายได้ในคนไข้จำนวนไม่น้อย และถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมหลายประเภท และได้ค้นพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแพทย์ผู้ได้รับการนับถือ “มีข่าวหนึ่งที่นักจิตบำบัด พยายามจ้างคนไข้ของเขาที่เป็นอาชญากร ให้ฆ่ากิ๊กของเขา” เบิร์นส์กล่าว “เมื่อคนไข้ไปหาตำรวจ พวกเขาไม่เชื่อเขา เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนบ้า เรื่องของเราแตกต่างจากเรื่องนั้น แต่ก็เต็มไปด้วยการหักมุมที่คุณจะต้องตั้งคำถามบ่อยๆ ว่าอะไรที่เกิดขึ้นจริงๆ และใครที่บอกความจริง”

The Informant!ตลอดระยะเวลาที่เขียนบท Side Effects เบิร์นส์ได้ร่วมงานกับโซเดอร์เบิร์กห์ใน The Informant! และ Contagion รวมไปถึง PU-239 ซึ่งเขาเขียนบทและกำกับ ก็มีโซเดอร์เบิร์กห์ควบคุมงานสร้าง เขาส่งบทเรื่องนี้ให้โซเดอร์เบิร์กห์ดู และผู้กำกับก็ติดตามความคืบหน้าของเขาอย่างใกล้ชิด

“สก็อตชำนาญในการหาประเด็นที่น่าสนใจ และหุ้มมันด้วยพื้นผิวเชิงพาณิชย์” โซเดอร์เบิร์กห์กล่าว “ผมชอบหนังที่พยายามจะทำมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลาเดียวกัน Side Effects ก็เหมือนกับ Contagion ที่เป็นหนังระทึกขวัญ แต่ทั้งสองเรื่องก็มีนัยของความเป็นจริงที่สะท้อนถึงโลกร่วมสมัย ถ้าคุณทำออกมาได้ลงตัว ผู้ชมก็จะชื่นชมเสมอ”

โซเดอร์เบิร์กห์ยังบอกด้วยว่า เบิร์นส์ถนัดในสิ่งที่เขาเรียกว่า คณิตศาสตร์ของเรื่องราว “จะต้องมีองค์ประกอบแค่ไหน คุณจะเล่นกับความคาดหวังของผู้ชมได้ยังไง คุณจะฉีกตัวเองออกจากเรื่องซ้ำเดิมได้อย่างไร เขาถนัดในโครงสร้างพวกนี้ รวมถึงการสร้างตัวละครที่น่าสนใจและการเขียนบทสนทนาเยี่ยมๆ”

เบิร์นส์วางแผนจะกำกับ Side Effects ด้วยตัวเองมาโดยตลอด แต่พอโซเดอร์เบิร์กห์ ถามว่าเขาขอกำกับได้ไหม มือเขียนบทก็ไม่ได้ใช้เวลานานเลยในการตอบตกลง “สตีเวนมีเวลาและ Side Effects ก็เป็นหนังที่เขาสนใจจะกำกับที่สุด”

side-effects02“ทั้งคู่พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมใน The Informant! และ Contagion” ลอเรนโซ ดิ โบนาเวนทูรา ผู้อำนวยการสร้าง เสริม “พวกเขาเป็นคู่ที่ดี หนังของสตีเวนมักจะมีการวิพากษ์สังคมบางอย่างอยู่ด้วย เรื่องนี้สร้างขึ้นจากการที่เราไม่รู้หรอกว่า ยาพวกนี้จะส่งผลยังไงกับเราบ้าง แต่สังคมเรากลับพึ่งพามัน เราจะปล่อยให้ผู้ชมตัดสินใจเอาเองว่าท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นสิ่งดีหรือไม่ดี”

นั่นเป็นเพียงแค่หนึ่งในคำถามที่ผู้ชมต้องเผชิญใน Side Effects หนังระทึกขวัญ ที่ตั้งใจจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม และจุดประกายให้เกิดการถกเถียงกัน “เราหวังว่าผู้ชมจะออกมาจากโรงหนังพร้อมกับพูดว่า ‘ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นแบบนั้น’” ดิ โบนาเวนทูรากล่าว “แล้วเราก็หวังว่าพวกเขาจะตระหนักได้ว่าประเด็นของยานี้ได้มาแทรกซึมในสังคมของเราลึกแค่ไหน”


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On