คุยกันแบบสบายๆ กับนักร้องตำนานเพลงเพราะ แบร์รี แมนิโลว์ (ตอนจบ)

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

manilow2-1จากเด็กหนุ่มที่ฝันเป็นนักแสดงละครบรอดเวย์ ความฝันของ แบร์รี แมนิโลว์ ต้องหยุดลงซะก่อน เมื่อเขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์เสียงทอง จนเวลาผ่านไป 40 ปี แมนิโลว์ก็กลับมาแสดงละครเวทีอีกครั้ง กับละครเพลงเรื่องใหม่ Harmony ที่เขาย้อนมาเติมเต็มความฝันเมื่อหลายสิบปีก่อนอีกครั้ง ซึ่งหากฟังกันดีๆ เพลงอย่าง Copacabana ของแมนิโลว์ ก็มีทางของเพลงแบบบรอดเวย์ มากกว่าเพลงป็อปทั่วๆ ไปอยู่แล้ว

ในฐานะศิลปินป็อป เรื่องการแต่งเพลง การวางตัว แมนิโลว์ได้ไคลฟ์ เดวิสนำทาง แต่สำหรับการแสดงบนเวที เขาได้เรียนรู้การทำงานมากมายจากเบ็ทท์ มิดเลอร์ นักร้องเพลงป็อปหญิงชื่อดังอีกคนของวงการ ”ผมไม่เคยคิดจะเป็นนักร้องมาก่อน และเมื่อมีโอกาสขึ้นไปยืนบนเวที อย่างเดียวที่ผมรู้คือ สิ่งที่เบ็ทท์เคยทำ ผมงี่เง่ามากๆ ที่พยายามก็อปปีเธอ และมันเป็นความผิดพลาดจนกระทั่งตีบุคลิกของตัวเองบนเวทีออก แล้วก็สร้างมันขึ้น ผมได้เรียนรู้จากเบ็ทท์ในเรื่องการแสดงบนเวที การทำโชว์ ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้ ไม่เคยใส่ใจเรื่องการเป็นนักร้องมาก่อน”

และแมนิโลว์เองก็ไม่ได้เป็นแค่ ‘นักร้อง’ ในมุมหนึ่งเขาก็เป็นนักแต่งเพลงชั้นดีเช่นเดียวกัน “ผมเคยพยายามจะเป็นนักเรียบเรียงด้วย ฮีโรของผมในตอนนั้นก็คือ เนลสัน ริดเดิล, จอห์น คอสต้า กระทั่งเดอะ บีเทิลส์ ก็ใช่ ผมอยากทำงานออกมาได้เยี่ยมยอดพอๆ กับพวกเขาในฐานะนักแต่งเพลง อยากเล่นคอนเสิร์ตได้ดีเหมือนที่พวกเขาทำบนเวที ผมเคยฟังงานของจอร์จ มาร์ติน ที่ทำหลังจากยุคเดอะ บีเทิลส์ เขาทำบ้าอะไรออกมาน่ะ? นั่นละคือที่ผมเป็น”

แล้วกับการทำงานในละครเพลง Harmony จะสะท้อนให้เห็นการทำงานในวงการเพลงป็อปของแมนิโลว์ออกมามากน้อยขนาดไหน? นั่นคือสิ่งที่แฟนๆ ของเขา รวมไปถึงนักวิจารณ์ทั้งเพลง และละครเวที ตั้งคำถามถึงการกลับมาทำงานละครเวทีอีกหนของแมนิโลว์ “ถ้าคุณไม่รู้ว่า เนี่ยเป็นงานที่แบร์รี แมนิโลว์ ทำสกอร์ คุณไม่รู้เลยว่า หลังการแสดงจบลงคุณอาจจะคิดว่า นี่คือเพลงของแมนิโลว์  นี่เป็นงานที่ไกลห่างจากดนตรีที่รู้จักกันว่าเป็นเพลงของผมเอามากๆ ไม่มีการใช้แบ็คบีท ไม่มีการใช้ลูปกลอง ไม่มีการจบเพลงที่ยิ่งใหญ่ และอะไรที่ผมรักจะทำในการทำงานเพลง นี่คือละครเพลงบรอดเวย์ และมันจริงที่เรื่องราว และสไตล์การทำงานเพลงของพวกเรา”

ที่สำคัญที่สุด กับการทำงานละครเพลงเรื่องนี้ คือโอกาสครั้งสำคัญของแมนิโลว์ ที่จะได้ปลดปล่อยตัวเอง จากโลกของดนตรีป็อปที่เขาอยู่ และใช้ชีวิตมายาวนานหลายทศวรรษ “ผมเหมือนถูกขังอยู่ในโลกของดนตรีป็อป แต่มีความสุขมากๆ และมีกฏเกณฑ์มากมายที่คุณต้องยึดมั่นกับดนตรีป็อป” และ “มีกำแพงหนาที่คุณต้องทำลายให้ได้ และนี่ก็ให้โอกาสกับผม ที่จะทำแบบนั้น ทำในสิ่งที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงจากสิ่งที่ผมทำมาถึง 30 ปี”

น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่แฟนของแมนิโลว์ในบ้านเราน้อยคนที่มีโอกาสได้ชมละครเรื่องนี้ แต่ก็หวังว่าน่าจะมีอัลบั้มเพลงประกอบออกมา อย่างน้อย จะได้รู้จักกับราชาเพลงป็อปรายนี้ ในแง่มุม และความสามารถที่แตกต่างไปจากที่เคยเห็นๆ กัน

จากเรื่อง คุยกันแบบสบายๆ กับนักร้องตำนานเพลงเพราะ แบร์รี แมนิโลว์ (ตอนจบ) โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 26 มีนาคม 2557


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.