คุยกับสาวเสียงดี ฟรานเซส เจ้าของอัลบั้ม Things I’ve Never Said ผู้เข้าชิงรางวัล บริท อวอร์ดส์ และซาวนด์ ออฟ บีบีซี 2016

ทันทีที่เสียงเพลง Don’t Worry About Me จบลง เสียงปรบมือของผู้ชมที่อยู่ใน ออรา สกายเลาจน์ คลับสวยๆ ที่อยู่ชั้นบนสุดของสิงคโปร์ เนชันแนล แกลลอรี ก็ดังกระหึ่ม จนแทบจะกลบเสียงขอบคุณและบอกลา จากศิลปินสาวร่างอวบวัยเพียง 23 ปี เสียสนิท

แม้จะเป็นการแสดงพิเศษที่ผู้ชมเป็นสื่อต่างๆ จากย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่แฟนเพลงทั่วไป และเป็นการแสดงขนาดเฉพาะตัว มีเพียงศิลปินกับคีย์บอร์ดส์ไฟฟ้าเพียงตัวเดียวที่เธอเล่นเอง แต่นั่นก็ยิ่งขับเน้นเสียงร้องของเธอให้โดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก จนนิยามว่าเป็นเสียงร้องที่ ‘สะกด’ ผู้ชมได้จริงๆ

เธอชื่อ ฟรานเซส เจ้าของอัลบั้มชุดแรกในชีวิต Things I’ve Never Said ที่ก่อนหน้าการแสดงไม่นาน สีสัน ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอ ร่วมกับสื่อต่างๆ จากแถบอาเซียน เพื่อฟังในสิ่งที่เธอจะพูด

ฟรานเซสเกิดเมื่อ 27 มิถุนายน 2536 ที่บ้านในอ็อกซ์ฟอร์ด โตมาที่นิว บิวรี, เบิร์คไชร์ ประเทศอังกฤษ แล้วก็มาเรียนด้านดนตรีที่ สถาบันศิลปะการแสดงที่ลิเวอร์พูล แต่ก่อนหน้านั้นเรื่องของดนตรีอยู่กับเธอ มาตั้งแต่อายุเพียงแค่ 8 ขวบ และเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่ยังไม่เป็นวัยรุ่นด้วยซ้ำ

“ไวโอลิน เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ฉันเล่น ตอนนั้นอายุแค่ 8 ขวบ ทุกวันนี้ฉันยังคงหยิบมาเล่นบ้างนิดหน่อย สองปีหลังจากนั้น ฉันก็เริ่มเล่นเปียโน พออายุ 12 ฉันก็เริ่มแต่งเพลงละ มันเป็นไปเองตามธรรมชาติ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ แล้วเมื่อพ่อกับแม่ซื้อเปียโนมาไว้ในบ้าน ฉันก็จะไปอยู่กับมันแทบจะตลอดเวลา” เธอยังจำได้ดีถึงเพลงแรกในชีวิตของตัวเอง “ชื่อว่า Unbreakable มันเป็นเพลงที่อายุ 13 มากๆ (ยิ้ม)” ที่สำคัญ “มันไม่ใช่เพลงรักหรอก เพื่อนสนิทฉันคนหนึ่ง โดนแกล้งแรงๆ ที่โรงเรียน ฉันเลยแต่งเพลงเกี่ยวกับเธอขึ้นมา แบบ… เธอเป็นคนที่ ไม่บุบสลาย (Unbreakable) อะไรทำนองนั้น” จากครั้งแรก ที่หยิบสิ่งรอบตัวมาบอกเล่าใหม่ ให้กลายเป็นเพลง วันนี้ที่มาของเพลงต่างๆ ของฟรานเซสยังไม่ต่างไปจากเดิม “ทุกๆ อย่างรอบตัว อย่างคนที่ฉันเจอ ประสบการณ์ส่วนตัว ฉันว่าตัวเองเป็นพวกช่างสังเกตนะ เพราะมักจะมองดูผู้คน แล้วพอมีใครพูดอะไรที่น่าสนใจ ฉันจะจำหรือจดเอาไว้ แล้วก็เอามาแต่งเพลงภายหลัง แต่ว่ากันตรงๆ นะ มันเป็นอะไรก็ได้ที่อยู่รอบๆ ตัวฉัน ฉันมองหาแรงบันดาลใจอยู่เสมอแหละ”

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นกฏสำคัญของฟรานเซส สำหรับการแต่งเพลงก็คือ จะต้องออกมาจริงใจ “ในกระบวนการแต่งเพลง ฉันจะเขียนเนื้อร้องออกมา แล้วบางทีเราก็ต้องโยนอะไรแย่ๆ ทิ้งไปบ้าง คุณอาจจะได้ความคิดเห่ยๆ มาแล้วก็ ไม่เอาดีกว่า ฉันคิดว่า มันต้องมั่นใจว่าเราทำออกมาอย่างเหมาะสม ฉันว่ามันง่ายมากกับการทำตัวขี้เกียจๆ แล้วก็คิดไปว่ามันฟังออกมาดีแล้ว ก็เลยปล่อยมันไป แต่จริงๆ แล้ว ‘ฉันเชื่อแบบนั้นจริงๆ เหรอ?’ เพราะถ้าคุณไม่เชื่อ คุณก็คงไม่ไว้ใจว่า คนอื่นๆ จะเชื่อมัน ฉันไม่สามารถร้องอะไรด้วยความมั่นใจได้ ถ้าฉันไม่เชื่อในเนื้อร้องที่ร้องออกมามากพอ”

ซิงเกิลแรกในชีวิตของฟรานเซส Fire May Save You ออกกับคิทซูเน่ (Kitsune’) ค่ายเพลงฝรั่งเศสในปี 2557 และอีกหนึ่งปีต่อมา เธอก็มีอีพีออกมาถึงสองชุด คือ Grow และ Let it Out ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตอบรับของคอเพลงได้เป็นอย่างดี และปลายปี 2558 เธอก็เป็นหนึ่งในรายชื่อของผู้เข้าชิงรางวัลใหญ่ถึงสองรางวัล รางวัลแรกเป็นบริท อวอร์ดส์ 2016 ในสาขาศิลปินคนโปรดของนักวิจารณ์ หรือ Critics’ Choice Award และรางวัลต่อมาก็คือ บีบีซี เสียงแห่งปี 2016 หรือ the BBC Sound of 2016

มาถึงตอนนี้ อะไรๆ ก็หยุดฟรานเซสไม่อยู่ เธอได้เล่นสนับสนุนให้กับคอนเสิร์ตในอเมริกาของเจมส์ เบย์ เจ้าของรางวัลที่เธอเข้าชิงของบริท อวอร์ดส์ ปีก่อนหน้า ขณะที่แซม สมิธ เจ้าของรางวัลแกรมมี ที่เป็นศิลปินร่วมสังกัดเดียวกัน ก็ให้ฟรานเซสเล่นเปิดให้กับคอนเสิร์ตของเขา รวมไปถึงซิงเกิลอย่าง Borrowed Time ของเธอ ที่เป็นงานในแบบอิเล็กทรอนิคส์ ก็เป็นเพลงที่แต่งโดย โฮเวิร์ด ลอว์เรนซ์ แห่งวง Disclosure

“ใช่ เป็นเรื่องที่ยอดมาก กับการได้ทำงานกับพวกเขา พวกเขาเท่ เก่ง ฉันอยากทำงานกับพวกเขาอยู่แล้วสักราวๆ หนึ่งปีก่อนหน้า แต่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ จนมาถึงจุดที่มันเกิดขึ้นซึ่งฉันมีความสุขมาก เป็นเรื่องเท่จะตาย ที่ได้พาตัวเองไปอยู่ในที่ๆ แตกต่างออกไป พื้นที่ในการแต่งเพลงที่ต่างจากเดิม หรือการได้ยินในสิ่งที่พวกเขาทำ หรือว่าการนำโลกของเรามาอยู่ร่วมกัน มันเป็นเรื่องที่สุดยอด เพราะพวกเขาต้องการเห็นฉันทำเพลงที่ฟังต่างไปจากที่เคย แต่เราก็มาจากจุดเดียวกัน จากการแต่งเพลง เป็นจุดเริ่มต้นที่คล้ายคลึงกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่ เพลงของพวกเขาจะออกมามีซาวนด์ที่แตกต่างไปจากของฉัน แต่มันเยี่ยมจริงๆ เหมือนกับเป็นการแต่งงานของสองโลกเลย”

ในหลายบทความที่เขียนถึงฟรานเซส มักจะเปรียบเทียบเธอกับเอลลี กูลดิงในช่วงแรกๆ และอเดล ซึ่งเป็นศิลปินที่เธอเปิดเพลงฟัง สมัยที่ยังเดินไปโรงเรียน แต่เอาเข้าจริงๆ ศิลปินที่มีอิทธิพลกับเธอมากที่สุด กลับเป็น รุ่นเก่าอย่างแคโรล คิง

“แคโรล คิง น่าจะเป็นคนที่มีอิทธิพลกับฉันมากที่สุด เธอเป็นคนที่น่าทึ่ง แล้วตอนฉันโตมา พ่อก็มักจะเปิดเพลงของวงอินดีให้ฟัง รวมไปถึงเพลงอีกหลายๆ แบบที่มีอิทธิพลกับฉันเหมือนกัน” ฟรานเซสพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “Radio Head แล้วก็ศิลปินนอร์วีเจียนอย่าง มาเรีย มีนา (Maria Mena) ฉันชอบเธอมาก เธอเจ๋งจริงๆ ฉันเป็นคนชอบศิลปินหลายๆ แบบน่ะ” เธอยิ้ม “อย่างมาเรีย คุณบอกได้เลยว่าเธอเขียนเนื้อร้องราวกับบทกวีของเธอก่อน เพราะตัวทำนองเพลงของเธอที่ได้ยิน มันจะไม่เข้ากัน แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง เพราะคุณรู้เลยว่า เธอจัดการทำให้เมโลดีมันมาลงกับคำร้อง ที่เธอเขียนไว้ก่อนแล้ว” ซึ่งก็ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ “ใช่… ฉันชอบศิลปินเยอะมาก แล้วก็มีศิลปินใหม่ๆ ด้วย ฉันชอบ อเลสเซีย คารา, มูรา มาซา (Mura Masa) มีคนเท่ๆ เก่งๆ ที่ทำงานออกมาให้ฟังในอังกฤษอีกหลายคนเลย เยี่ยมมาก”

นั่นคือสิ่งที่เธอบอก แต่ที่หลายๆ คนมอง แฟนเพลงส่วนใหญ่มักนำเธอไปเปรียบเทียบกับสองนักร้อง ที่มีน้ำเสียงไพเราะ และเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ อย่าง แซม สมิธ หรืออเดล มากกว่าจะเป็น แคโรล คิง

“เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ค่ะ พวกเขาเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเราในช่วง 10 – 20 ปีมานี้” น้ำเสียงของเธอแสดงความปิติอย่างชัดเจน “เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ที่ฉันถูกนำไปเปรียบเทียบกับพวกเขา แล้วฉันก็ชอบเพลงของทั้งคู่มากเลยด้วย ฉันคิดว่าเพลงของพวกเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งบางทีเพลงของฉันก็มีความเป็นโซลอยู่ในงานด้วย เรื่องอะไรแบบนี้ มันเยี่ยมมากเลย”

อัลบั้มชุดแรก Things I’ve Never Said ของฟรานเซส แม้จะมีเพลงที่ได้รับความนิยมอยู่หลายเพลง เช่น Borrowed Time, Say It Again แต่เพลงแรกที่ทำให้แฟนเพลงรู้จักเธอก็คงไม่พ้น Don’t Worry About Me

“จริงๆ แล้วฉันแต่งเพลงนี้เร็วมาก มันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ แต่เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ฉันใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง หรือ 45 นาที แต่งเพลงนี้ เริ่มด้วยท่อนเปิดแบบอะแค็พเพลาก่อน ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นท่อนคอรัส หรือท่อนร้องดี จนกระทั่งลองเล่นกับเปียโน แล้วก็จบลงตรงที่มันพาไปอีกท่อนได้อย่างไม่รู้ตัว เหมือนกับเพลงแต่งด้วยตัวมันเอง มันประหลาดดี และนั่นคือวิธีที่ฉันแต่งเพลงนี้ขึ้นมา นั่งที่เปียโน ร้อง แล้วก็รู้สึกว่าอยากให้มันออกมาแค่นั้น ฉันไม่อยากพยายามเติมอะไรพิเศษเข้าไป แล้วก็ไปลงเอยตรงที่ต้องเอาออก เพราะฉันรู้สึกดีสำหรับการที่มีแค่เปียโน และเสียงร้องอยู่แล้ว มันใช่เลยนะ”

และสำหรับตัวเพลงในอัลบั้ม “ฉันคิดว่า ฉันน่าจะทำอัลบั้มที่มีแต่เพลงบัลลาดไปเลย แต่คิดว่ามันคงน่าเบื่อมากๆ แล้วกับการที่มีเพลงเร็วๆ อยู่ด้วย ก็ทำให้เพลงบัลลาดมันมีความพิเศษมากขึ้น เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีเพลงเร็วๆ บ้าง แล้วก็มี 2-3 เพลงที่มีเปียโนเป็นหลัก มีบางเพลงที่มีเครื่องดนตรีอื่นๆ อย่างพวกกลอง แล้วฉันก็ลองทำเพลงกับซาวนด์ที่ฟังดูน่าสนใจเช่น ดนตรีอิเล็กทรอนิคด้วย แต่ธีมของดนตรีทั้งหมด จะมีความเกี่ยวพันกันอย่างกลมกลืน”

แม้จะมีซิงเกิล มีอีพี มาก่อนหน้า แต่หากจะนับหนึ่งกันจริงๆ เส้นทางการเป็นศิลปินอาชีพของฟรานเซสน่าจะเริ่มต้นที่ Things I’ve Never Said ซึ่งจะชี้ทางต่อไปว่า เส้นทางของเธอจะยาวไกลขนาดไหน แต่ในฐานะศิลปิน กับวัยที่ไม่ได้มากมาย ฟรานเซส มีอะไรที่ฝัน และอยากทำมากมาย

“ฉันคิดอะไรไว้เยอะมาก ฉันอยากจะเดินทางไปที่ต่างๆ ในโลกให้มากที่สุด แล้วก็แสดงให้ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายได้ชม แล้วก็ทำอัลบั้มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันอยากออกอัลบั้มเรื่อยๆ ฉันรู้สึกว่าตัวเองคงโชคดีมาก ถ้ามันเป็นไปได้ แต่ที่แน่ๆ ฉันคงพยายามผลักดันตัวเองทำงานต่อไป กับผู้คนหลายๆ แบบ ทำงานในหลายๆ สตูดิโอ และบางทีอาจจะบันทึกเสียงในหลายๆ ประเทศ โอ… คิดเยอะนะ”

และนั่นคือสิ่งที่ฟรานเซสคิดและพูดออกมา ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้พบกันก่อนโชว์เล็กๆ เป็นกันเอง ที่เธอร้องในสิ่งที่เธอไม่พูดให้ฟังกัน และเชื่อว่าเธอก็อยากให้ทุกคนได้สัมผัสกับ Things I’ve Never Said อัลบั้มชุดที่เธอเริ่มต้นการเดินทางเป็นศิลปิน ที่ถูกประทับตราด้วยว่า ในแบบนักร้อง-นักแต่งเพลง

จากเรื่อง คุยกับสาวเสียงดี ฟรานเซส เจ้าของอัลบั้ม Things I’ve Never Said ผู้เข้าชิงรางวัล บริท อวอร์ดส์ และซาวนด์ ออฟ บีบีซี 2016 โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารสีสัน

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On