คุยกับโนอาห์ ฮอว์ลีย์ ผู้สร้างสรรค์เรื่องราวคันๆ ในโลกอาชญากรรม Fargo

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แม้จะใช้ชื่อเดียวกับภาพยนตร์เจ้าของบทดัดแปลงยอดเยี่ยมออสการ์ ที่เป็นฝีมือการเขียนบทของพี่น้องโคเอ็น แต่หนังโทรทัศน์ Fargo ก็มาพร้อมกับคดีอาชญากรรมใหม่ๆ และตัวละครใหม่ ไม่ใช่อย่างที่ได้ชมกันบนจอใหญ่ โดยในฤดูฉายแรก ผู้ชมได้พบกับ ลอร์น มัลโว (บิลลี บ็อบ ธอร์นตัน) บุรุษลึกลับ ผู้โหดเหี้ยม ที่มาเปลี่ยนชีวิตหนุ่มขายประกันท่าทางเซื่องๆ ในเมืองเล็กๆ เลสเตอร์ ไนการ์ด (มาร์ติน ฟรีแมน) ให้พลิกผัน และมีนักแสดงสมทบอย่าง บ็อบ โอเดนเคิร์ค, โคลิน แฮงค์ส, อัลลิสัน ทอลแมน, โอลิเวอร์ แพล็ทท์, คีธ คาราดีน, เคท วอล์ช และโจอีย์ คิงมาร่วมจอ ขณะที่ผู้สร้างสรรค์ก็ได้แก่ โนอาห์ ฮอว์ลีย์ ที่ยังนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสร้าง และเขียนบทอีกต่างหาก

Fargo - int

สำหรับฮอว์ลีย์นั้น สร้างชื่อมาจากการเขียนบทและอำนวยการสร้างซีรีส์เรื่อง Bones แล้วก็ยังเป็นผู้สร้างสรรค์ซีรีส์อย่าง The Unusuals และ My Generation นอกจากนี้ยังเคยเขียนบทหนัวใหญ่เรื่อง Lies and Alibis เมื่อปี 2006 ที่แสดงนำโดยสตีฟ คูแกนกับรีเบ็คกา โรมิจ์น

และกับฤดูฉายที่ 2 ของ Fargo ที่กำลังจะออนแอร์ในอเมริกาเดือนกันยายนนี้ เรามาทำความรู้จักกับซีรีส์เรื่องนี้กันตั้งแต่แรกอีกทีน่าจะดีไม่น้อย

@ เป็นยังไงบ้างกับการทำซีรีส์ที่มีความยาว 10 ตอน มันมีผลอะไรกับวิธีการเล่าเรื่องของคุณไหม?
“ผมได้รับหน้าที่ให้เขียนเรื่องตอนไพล็อต ก็เลยเขียนบทขึ้นมา แล้วต่อจากนั้น การพูดคุยกันก็เปลี่ยนเป็นเรื่องการทำซีรีส์ออกมาเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีอะไรที่ต้องทำเยอะมาก และต้องมีเวลาที่เหมาะสม แล้วกับการที่ทางสถานีกำลังจะขยายช่องออกไปอีกราวๆ 2-3 ช่อง ทำให้พวกเขาอยากมีซีรีส์ซึ่งจำนวนตอนไม่มาก สิ่งที่น่าตื่นเต้นจากเรื่องนี้ก็คือ การได้เขียนบทซีรีส์ที่อาจจะถูกยกเลิกได้อย่างรวดเร็ว ไม่สำคัญว่าคุณจะเขียนอะไร ทางช่องเอฟเอ็กซ์ก็จะออกอากาศซีรีส์เรื่องนี้แน่ๆ 10 ตอน แล้วคุณก็นั่งลงเขียนบทหนัง ที่กำลังจะถูกพิพากษาโดยดูจากความสมบูรณ์ในการเล่าเรื่อง ซึ่งเราสามารถคิดอะไรขึ้นมาได้แล้วก็ใส่มันลงไป ทั้งในส่วนของการเขียนบทและการนำเสนอภาพ ไม่ว่าจะเป็นธีมของมัน หรือการอุปมาอุปมัยต่างๆ ผมเขียนเรื่องตอนแรกโดยไม่มีการพักระหว่างองก์เลย ผมร่ายยาวตลอด 68 หน้า กับการแตกเรื่องออกมา ผมก็ทำแบบเดียวกัน เราไม่เคยมีการระบุว่า “นี่คือตอนจบขององก์แรก นี่เป็นจุดเริ่มต้นขององก์ที่สอง” การทำซีรีส์เรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีที่คุณเขียนบท เพราะคุณกำลังสร้างเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด และเป็นเรื่องง่ายๆ เพื่อให้มันขาย เป็นการทำงานที่น่าสนใจ ที่ได้รู้ว่าเรากำลังเล่าเรื่องที่มีจุดเริ่มต้น, กลางเรื่องและจุดจบ”

@ มีอิทธิพลของพี่น้องโคเอ็นในหนังโทรทัศน์หรือนี้หรือเปล่า?
“อิทธิพลของพวกเขามีอยู่ทั่วไปในเรื่อง ผมไม่ได้วางตัวเองว่าจะต้องอ้างถึง หรือได้รับแรงบันดาลใจจากหนังใหญ่ Fargo ผมเปิดตัวเองให้กับเนื้องานของพวกเขาเต็มที่ ทั้งในฐานะของการเป็นคนเล่าเรื่อง และความรู้สึกที่มี ในตอนที่ 5 เราทำฉากที่เป็นเรื่องสั้นๆ ในตอน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการยกย่องหนังอย่าง A Serious Man ช่วงเวลาต่างๆ เหตุการณ์ในหนัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ ล้วนได้รับอิทธิพลจากพวกเขา แต่ความเกี่ยวข้องกับทั้งสองคนโดยตรงนั้น จริงๆ แล้วมันเล็กมากๆ พวกเขาเองก็ยุ่งอยู่กับงานของตัวเอง แต่ก็ได้อ่านบทแรกที่ผมเขียน แล้วเราก็ได้คุยกันถืงตัวบท ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี พวกเขามีความสุขกับสิ่งที่ได้อ่าน จากนั้นเราก็เอาหนังตอนแรกให้ดู อีธาน ถึงกับออกปากว่า ‘ใช่, ดีเลย’ ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงออกถึงความพอใจของพวกเขาอย่างชัดเจน ไม่มีเหตุการณ์ในแบบ พวกเขาอยากรู้ว่า งานไปถึงไหนกันแล้ว เกิดขึ้น เราไม่เคยมาถกเรื่องบทด้วยกัน ไม่มีอะไรแบบนั้น ผมเดาเอาว่า พวกเขาคงอ่านบทแล้วก็คุยกันว่า ‘เอาละ เขากำลังจะทำมันออกมาในแบบที่พวกเราควรจะทำ เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องปล่อยให้เขาทำงานของตัวเองไป’ แถมพวกเขายังซื้อวัฟเฟิลเลี้ยงผม หรือผมซื้อนะ… จำไม่ได้ละ”

fargo 01

@ Fargo เป็นเรื่องอาชญากรรมที่แต่งขึ้นมาล้วนๆ มีเหตุการณ์จริงที่เป็นแรงบันดาลใจมาช่วยในการเขียนเรื่องไหม?
“ไม่ ไม่มีเลย ผมไม่ได้อ่านอะไร แล้วรู้สึกว่าน่าจะเอามาเล่นกับหนังเรื่องนี้ มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น อย่างมีอยู่หนหนึ่ง ผมจับตัวละครใส่เข้ามาในเรื่อง เอาเลสเตอร์เข้ามาแล้วก็ตามด้วยมัลโว จากนั้นความคิดเรื่องฆ่าพวกอันธพาลกับก็ภรรยาก็ปิ๊งขึ้นมา แล้วผลลัพธ์ของความคิดก็ตามมา ผมไม่เคยมองหาเหตุการณ์จริงเพื่อเอามาใช้ การที่มันเป็นไอเดียล้วนๆ ทำให้คุณสามารถทำลายกฎต่างๆ ในการเล่าเรื่องได้ มันเป็นการพยายามทำให้เรื่องแต่งมีความสมจริงมากกว่า และไม่ใช่เรื่องที่เอาเหตุการณ์จริงๆ มาเป็นแรงบันดาลใจ”

@ ตอนที่ได้ดูหนังเรื่อง Fargo เป็นครั้งแรก มันมีอะไรที่โดน หรือกระทบใจคุณ ทั้งในฐานะคนดูหนัง และในฐานะของคนเขียนบท?
“ผมจำไม่ได้ละ ว่าดูหนังเรื่องนี้หนแรกที่ไหน แต่จำได้ว่า ตัวเองเคยดูหนังเรื่อง Raising Arizona ซึ่งถือเป็นหนังในตำนาน ไม่เคยมีใครสร้างหนังในแบบ Raising Arizona ทั้งก่อน และนับตั้งแต่มันออกฉาย แล้วก็มาเป็น Fargo ผมจำได้ว่ามันมีความรู้สึกกังวลเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเรื่อง กับสภาพแวดล้อมที่ตัวละครอยู่ และบางสิ่งที่แบออกมาให้เห็น คนดูไม่ได้เจอเมิร์จ (ตัวละครหลักของหนัง) เลยในช่วง 33 นาทีแรก หรือประมาณนั้น คุณจะคิดแค่ว่า ‘เอาละ นี่ก็คือเรื่องของผู้ชายคนนี้ ที่จ้างคนพวกนี้ไปลักพาตัวภรรยาของตัวเองไปเรียกค่าไถ่ แล้วทุกอย่างก็ผิดพลาดไปหมด และเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ’ จากนั้นก็มาถึงตอนที่สตีฟ บุสเซมีกับปีเตอร์ สตอแมร์ ถูกตำรวจรัฐให้หยุดรถ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เต็มไปด้วยความรุนแรง สตอแมร์จับตัวผู้ชายคนหนึ่งไว้ มัดแล้วก็ยิงเข้าที่หัว เลือดงี้พุ่งเป็นน้ำพุเลย และก็มีฉากขับรถไล่ล่า รถพลิกคว่ำ มันทั้งชวนช็อค และดูเหมือนไม่มีอะไรลึกซึ้ง จนเมิร์จปรากฏตัว หนังก็เปิดประตูไปสู่โลกที่น่าอยู่มากขึ้น ตอนที่เอาหนังไปเสนอช่องเอฟเอ็กซ์ ผมบอกกับพวกเขาว่า ‘มันเป็นการปะทะกันระหว่างความเป็นอเมริกันที่ดีที่สุด กับที่เลวร้ายที่สุด’ เรากำลังมีปัญหา แต่ใครละที่จัดการกับมัน ความลึกซึ้งของหนังก็คือ การที่ทำให้คนดูได้เห็นโลกที่ดิบเถื่อน และหม่นมืด ซึ่งตัดกับตัวละครผู้หญิงท้องแก่ที่ก้าวเข้ามา แล้วหนังก็พาเธอไปเจอวิบากกรรมจากคนเลวๆ พวกนั้น ทำให้คนดูเป็นห่วงเธอ นั่นละที่ผมจำได้”

FARGO -- Pictured: Martin Freeman as Lester Nygaard -- CR. Matthias Clamer/FX

@ ซีรีส์ในปีที่สองจะออกมาเป็นยังไงบ้าง?
“มันคงจะเป็นเหมือนหนังเรื่องใหม่อีกเรื่อง ผมชอบตอนที่ทางเอฟเอ็กซ์บอกกับผมว่า ‘เราอยากทำ Fargo แล้วก็สงสัยเหมือนกับว่า คุณสามารถทำมันขึ้นมาโดยไม่มีตัวละครจากหนังใหญ่อยู่ในเรื่องเลยได้ไหม’ ผมชอบความคิดที่ว่า นี่มันก็แค่เรื่องอีกเรื่องหนึ่ง ที่คล้ายๆ กับเรื่องนั้น โดยที่ไม่มีอะไรที่ต่อเนื่อง เชื่อมกันเลยจริง และพอคุณดำดิ่งเข้าไปในเรื่องมากขึ้น คุณก็ยิ่งรู้สึกว่า มันมีอะไรที่เชื่อมกันอยู่ อย่างสตราฟรอส เจอเงินที่บุสเซมีฝังเอาไว้ในตอนท้ายของหนังใหญ่ แล้วคุณก็ถึงบางอ้อ… ’เดี๋ยวๆ หนังเรื่องนี้มีอะไรที่เกี่ยวกับหนังใหญ่ด้วยนี่’ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสนุกดี และถ้าเราทำแบบนั้นได้อีก คนดูจะได้เห็นหนังเรื่องใหม่ กับตัวละครใหม่ แต่อาจจะมีบางอย่างที่ต่อเนื่องกันกับ… อาจจะเป็นหนังใหญ่ หรือหนังในปีแรก ซึ่งผมหวังว่า มันน่าจะเป็นไปในแบบที่คนดูไม่สามารถทำนาย หรือเดาได้”

@ คุณมีไอเดียสำหรับหนังปีอื่นๆ แล้วซิ?
“ผมคิดถึงสิ่งที่เราน่าจะทำ ซึ่งผมมองว่ามันน่าจะออกมาดี ที่ผมคิดเอาไว้ก็คือทุกอย่างที่เราใส่เข้าไปในหนัง กำลังจะให้ทดแทนเรามา และผมก็มีความสุขกับมัน ผมไม่ต้องการแค่ความคิดที่ว่า มันจะเริ่มต้นยังไง ผมอยากได้ไอเดียว่า มันน่าจะจบลงยังไง เพราะมันจะเริ่มและจบลงด้วยเหตุผลเดียวกัน เมื่อคุณสร้างมันขึ้นมา คุณจะทำอะไรหลอกๆ ไม่ได้หรอก คุณต้องเริ่มต้นโดยรู้ว่า คุณกำลังจะเดินหน้าไปที่ไหน”

จากเรื่อง คุยกับโนอาห์ ฮอว์ลีย์ ผู้้สร้างสรรค์เรื่องราวคันๆ ในโลกอาชญากรรม Fargo โดย นายสะเด่าส์ คอลัมน์ ดูหนังที่บ้าน เอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1188 ปักษ์หลัง กรกฎาคม 2558

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.