งานชุดที่สามของผู้หญิงสองคนแห่งวงการเพลง Gin Wigmore และ Florence Welch

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วงการเพลงยุคนี้ ถือว่าเป็นยุคของผู้หญิง เพราะบรรดาศิลปินสาวต่างพาเหรดกันประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Adele, Taylor Swift, Katy Perry, Beyonce, Rihanna หรือว่าMeghan Trainor และนี่คือสองสาวกับผลงานชุดที่สามเหมือนกัน และปกก็เป็นภาพขาว-ดำไม่ต่างกัน

bad to bone - gin wigmore - dlคนแรก เป็นสาวนิว ซีแลนด์ ชื่อ จิน วิกมอร์ กับผลงานอัลบั้มชุดที่สาม Blood to Bone ซึ่งขึ้นอันดับ 1 ได้ในบ้านเกิดเช่นเดียวกับอัลบั้มแรก Holy Smoke เมื่อปี 2009 และ Gravel & Wine ในปี 2011เธอเริ่มหัดแต่งเพลงตั้งแต่อายุ 14 โดยมีงานชุด White Ladder ของ David Grey เป็นแรงบันดาลใจ แต่พอพ่อเสียชีวิตเธอก็หยุดแต่งเพลง หันไปเป็นครูแลกเปลี่ยนในโรงเรียนอนุบาลที่อาร์เจนตินา แต่พอกลับมานิว ซีแลนด์ เธอก็แต่งเพลง Hallelujah ให้กับพ่อ และน้องสาวก็ส่งเพลงนี้เข้าประกวดแข่งขันแต่งเพลงในปี 2004 ซึ่งเธอเอาชนะผู้เข้าแข่งขัน 10,000 คนจาก 77 ประเทศ กลายเป็นผู้ชนะรางวัลที่อายุน้อยที่สุด และเป็นนักแต่งเพลงที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาเพียงคนเดียวที่ชนะรางวัลนี้ จากนั้นก็ทำอีพีออกมาหนึ่งชุด ก่อนจะเป็นงานชุดแรก Holy Smoke

กับบ้านเรา อัลบั้มก่อนหน้าของวิกมอร์ไม่น่าจะเคยวางจำหน่ายมาก่อน แต่กับงานชุดนี้ จับเสน่ห์อย่างแรกได้ก็คือ เสียงร้องของเธอ ที่ไล่โน้ตได้สูง, เล็กและแหบห้าว เป็นเสียงร้องแบบร็อคที่มีความเป็นโซลในตัว ดนตรีแน่นอนว่า หลักๆ ก็เป็นร็อค แต่รายละเอียดแตกต่างกันไป มีทั้งป็อป-ร็อค, เทคโน-ป็อป, อัลเทอร์เนถีฟ, บลูส์ หรือว่า โซล อารมณ์ของเพลงก็มาครบ หวานซึ้ง เศร้ารันทด หรือคึกคักสนุกสนาน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ริธึม ที่ฟังหนักแน่น เต็ม ทั้งหมดรับใช้เสียงร้องได้อย่างลงตัว หรือจะบอกว่าเสียงของวิกมอร์รับมือกับดนตรีที่มีทั้งหนักและเบาได้อยู่มือก็ไม่ผิด

ถือเป็นงานป็อป-ร็อคแบบที่คอเพลงซึ่งฟังเพลงกันอย่างจริงจัง น่าจะถูกอกถูกใจ ขณะที่คอเพลงป็อปที่เบื่ออะไรโหวงเหวง Blood to Bone น่าจะเป็นงานที่ชอบได้ไม่ยาก

Florence and the machine How Big, How Blue, How Beautiful DL อีกชุดหนึ่ง How Big, How Blue, How Beautiful เป็นงานของสาวฟลอเรนซ์ เวลช์ ในนาม Florence + the Machine ที่ตั้งวงกันมาตั้งแต่ปี 2007 และได้รับการยกย่องจากสื่อต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะบีบีซี แล้วก็เคยได้รับรางวัลบริท อวอร์ดส์ ในสาขาของนักวิจารณ์เมื่อปี 2009

ความโดดเด่นในงานของฟลอเรนซ์ แอนด์ เดอะ แมชีน อยู่ที่ตัวเพลงที่ฟังมีเรื่องราว มีบรรยากาศฝันๆ ฟุ้งๆ แต่กับ How Big, How Blue, How Beautiful อารมณ์แบบนี้ยังคงมีอยู่ในงาน เป็นลายเซ็นที่แฟนๆ ได้ยินแล้วก็คงร้องอ๋อ… นี่คือเพลงของ ฟลอเรนซ์ แอนด์ เดอะ แมชีน

แต่ที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือ งานของฟลอเรนซ์ และเพื่อนๆ มีความเป็นร็อค มีสัมผัสแบบงานอินดีร็อคมากกว่าเดิม และนั่นก็ทำให้อัลบั้มชุดนี้ฟังคึกคัก เต็มไปด้วยพลัง หลายๆ เพลงนั้น แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่ได้รับจากวงการเพลงในยุคบริท-ป็อปชัดเจน อย่างเช่น เพลงเปิดอัลบั้ม Ship to Wreck ขณะที่เพลงเดียวกับชื่ออัลบั้ม ก็สดใส สนุก ด้วยเสียงเครื่องเป่าที่ใส่เข้ามา โดยเสียงร้องของเวลช์เองก็มาในทางโซล กลายเป็นงานป็อป โซล รื่นรมย์ เปี่ยมสีสัน ส่วน Queen of Peace ก็เป็นอีกเพลงหนึ่งที่จับดนตรีโซล, บริท-ป็อป, ร็อค และซาวนด์ในแบบงานของฟลอเรนซ์ แอนด์ เดอะ แมชีน มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

งานนี้ฟลอเรนซ์ เวลช์สามารถพางานของวงขยับขยายไปสู่พรมแดนที่กว้างใหญ่กว่าเดิมได้สำเร็จ ตัวเพลงก้าวมาจากจุดเดิม โดยที่ไม่เสียลายเซ็นของตัวเองไป แล้วก็น่าจะได้ใจกลุ่มคนฟังมากขึ้น เมื่อตัวเพลงเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ที่หากเป็นยุคทองของวิทยุ ที่มีความหลากหลายให้กับคนฟัง งานชุดนี้ของฟลอเรนซ์ แอนด์ เดอะ แมชีน น่าจะเป็นเพลงประจำทางสถานีวิทยุได้สบายๆ

แม้แนวทางของอัลบั้มชุดที่สาม จากศิลปินทั้งสองรายจะแตกต่างกัน แต่ก็มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือต่างก็มีความเป็นป็อปในตัว และที่สำคัญ ต่างก็เป็นงานคุณภาพ ที่แสดงให้เห็นว่า คนทำเพลงดีๆ ไม่มีหายไปไหน แต่คนฟังจะสรรหาหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

จากเรื่อง งานชุดที่สามของผู้หญิงสองคนแห่งวงการเพลง Gin Wigmore และ Florence Welch โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.