จากตัวอักษรขึ้นจอหนัง นิยายเรื่องไหนดัง เรื่องไหนดับ

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญ สำหรับการนำเอานวนิยายดังๆ มาทำเป็นภาพยนตร์ ซึ่งถือว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว เพราะกับหนังสือดังๆ นั้น มันก็การันตีได้ไปก่อนหน้าแล้ว ว่าเรื่องราวเนื้อหานั้นน่าจะสนุก แถมยังได้กลุ่มแฟนหนังสือ ที่อาจจะอยากตามมาชมภาพยนตร์กันอีกต่อ แถมการเป็นหนังสือดัง มันก็ทำโปรโมทได้ไม่ยาก ชนิดที่ว่า พอรู้ว่าต้องทำการตลาดให้กับหนังที่สร้างจากนิยายดังๆ เรื่องไหน ฝ่ายมาร์เก็ตติ้งก็อาจจะลูบปากกันมันแผล็บเลยทีเดียว

แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อเสีย เพราะหากทำได้ไม่ดี อย่างที่แฟนหนังสือแซ่ซ้องสรรเสริญแล้วละก็ เตรียมตัวนอนในห้องดับจิต ปิดตัวเองจากโลกภายนอกได้เลย เพราะจะต้องโดนกระหน่ำซัมเมอร์เซลจากแฟนๆ ยับเยิน

ซึ่งกับหนังที่หยิบเอาหนังสือมาตีความเป็นภาพยนตร์นั้น มันก็มีทั้งดี ทั้งร้าย และนี่คือส่วนหนึ่งที่หยิบมาบอกกล่าวเล่าสิบให้กันฟังว่า สอบผ่านคะแนนฉลุย คนอ่านอักษรไม่ค่อนแคะภาพเคลื่อนไหว และงานภาพยนตร์โดยตัวมันเอง ก็ออกมาเป็นงานที่ดีมีคุณค่ามากพอที่ควรจะทำความรู้จัก

Fight Club

Fight Club: ผลงานการกำกับของเดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับจอมสร้างบรรยากาศเรื่องนี้ สร้างมาจากนิยายชื่อเดียวกันในปี 1996 ของชัค พาลาห์เนียค โดยงานนี้ฟินเชอร์พาคนดูไปเป็นหนอนในใส้ของแจ็ค ที่เล่นโดย เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ซึ่งเป็นคนเล่าเรื่อง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ นี่คือคนที่ชีวิตสุขสบายถูกดันไปสู่ความเสี่ยง โดยผู้ชายแรงเหลืออย่าง ไทเลอร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบทที่ดีที่สุดในชีวิตของแบรด พิทท์ ที่มายุให้แจ็คเปิดคลับราวี (Fight Club) หนังออกฉายในปี 1999 ที่ถือได้ว่าเหมาะเจาะกับเวลา และการนำเสนอทางด้านภาพก็ทำให้คนดูเข้าถึง และเป็นส่วนหนึ่งของแจ็คได้จริงๆ โดยมีงานดนตรีประกอบกระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนของเดอะ ดัสท์ บราเธอร์ส เป็นแรงส่งสำคัญ

no-country-for-old-men

No Country for Old Men: โทนหนังนั้นได้ชื่อว่าสัตย์ซื่อกับนิยายจากปี 2005 ของคอร์แมค แม็คคาร์ธีย์เต็มที่ สองพี่น้องโคเอนนำเสนอเรื่องราวออกมาได้อย่างมีสีสัน โดยเฉพาะการสร้างแคเร็คเตอร์ของ แอนทอน ชิเกอหร์ นักฆ่าเลือดเย็นที่รับบทโดย ฮาเวียร์ บาร์เดม ซึ่งเป็นนักฆ่าเจ้าของทรงผมที่อัปลักษณ์ที่สุดในโลก ที่ช่วยเสริมบุคลิกของตัวละครให้ดูหลอนๆ และน่าพรั่นพรึงอย่างได้ผล ต้วหนังออกฉายหลังหนังสือเปิดตัวเพียงแค่ 2 ปี แต่คุณภาพของงานนั้นได้รับการยกย่องว่า เป็นงานที่สร้างผลกระทบต่อสังคมและคนดูอย่างสูง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับที่หนังสือได้รับการยกย่อง ยิ่งไปกว่านั้น หนังยังรับรางวัลออสการ์หนังเยี่ยมมาครองอีกต่างหาก

clockwork orange

Clockwork Orange: งานอมตะของสแตนลีย์ คูบริค ที่นำเอาเลนส์ไวด์มาใช้เล่าเรื่องราวจากนิยายในปี 1962 ของแอนโธนี่ เบอร์เจสส์ เพื่อทำให้ภาพที่ออกมามีอารมณ์แบบกึ่งๆ ฝัน และให้คนดูได้ขุดค้นอย่างละเอียดเข้าไปในความคิดฉ้อฉลของอเล็กซ์เด็กหนุ่มต่อต้านสังคม ซึ่งรับบทโดย มัลคอล์ม แม็คโดเวลล์ และงานด้านภาพจากหนังเรื่องนี้ก็เยี่ยมถึงขั้นคว้ารางวัลออสการ์ด้านการกำกับภาพมาครอง แถมเจ้าของบทประพันธ์เองก็ยังพึงพอใจอย่างมากกับการดัดแปลงเรื่องราวของตัวเองขึ้นจอ “ผมสามารถบอกได้ว่า เรื่องราวในหนังสือ และในหนังต่างเป็นเหมือนซึ่งกันและกัน ที่สุดแล้วหากให้ผมคิดถึงหนังเรื่องอื่นๆ ที่สามารถเก็บความเจ็บปวดได้ใกล้เคียงกับหนังสือที่เจ๋งกว่านี้ ที่นึกออกก็มีแค่เรื่อง Rosemary’s Baby ที่กำกับโดยโรมัน โปลันสกี้เท่านั้นเอง”

trainspotting

Trainspotting: สร้างจากนิยายแนวๆ ฮิตแบบงานคัลท์ ของเออร์วิง เวลช์ ที่ผู้กำกับแดนนี่ บอยล์สามารถสร้างภาพความเจ็บปวด และความพึงพอใจ ของพวกก๊วนขี้ยาให้ปรากฏบนจอได้อย่างเยี่ยมยอด ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้บรรดานักแสดงอย่าง ยวน แม็คเกรเกอร์, เอฟเว่น เบรมเมอร์ และจอนนี่ ลี มิลเลอร์ ด้วยเช่นกัน หนังออกฉายในปี 1996 โดยตลอดความยาว 90 นาทีของหนัง ดูเหมือนว่าบอยล์และทีมนักแสดงของเขากำลังพยายามฉีดผงเข้าเส้นคนดูเลยด้วยซ้ำ

(ยังมีต่อนะจ๊ะ)

จากเรื่อง จากตัวอักษรเป็นแผ่นฟิล์ม จากหนังสือสู่จอหนัง โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ Film นิตยสาร Hip เชียงใหม่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.