ชีวิตพลิกผันของทิม สตาฟเฟลล์ สมาชิกในวงดนตรีที่กลายมาเป็นวง Queen

SHARE THIS
  • 267
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    267
    Shares

เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นกับวงดนตรีมากมายหลายวง สมาชิกคนหนึ่งลาออกจากวงไป เพื่อไปอยู่วงใหม่ที่ ‘น่าจะ’ มีอนาคตกว่า แล้ววงก็ได้สมาชิกคนใหม่มาแทนที่ หลังจากนั้น วงดนตรีที่เขาจากมาก็มีชื่อเสียงรุ่งโรจน์พุ่งเอาๆ แต่วงใหม่ของเขากลับค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

หากจะมองว่านี่เป็นเรื่องโศกนาฏกรรมก็คงได้ แต่จะมองว่าถ้าเขายังอยู่ในวงดนตรีวงนั้น ก็อาจจะไม่ไปถึงไหน แล้วก็กลายเป็นสารละลายหายไปในวันใดวันหนึ่ง

คุณพ่อลูกสี่ วัย 70 คนนี้ ก็เจอกับเรื่องราวสลับฝาสลับตัว ที่ทำให้เกิดวงดนตรีในตำนานในเวลาต่อมา เมื่อเขาลาออกจากการเป็นนักร้องนำ ในวงดนตรีของไบรอัน เมย์เมื่อปี 1970 ที่หลังจากนั้น เฟร็ดดี เมอร์คิวรีก็เข้ามารับหน้าที่แทน แล้วพวกเขาก็กลายเป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงคับโลกที่ทุกคนรู้จักในนาม Queen และทิม สตาฟเฟลล์ ก็คือนักร้องนำคนนั้น ผู้โบกมือลาตำแหน่งนักร้องนำของวงดนตรีที่ต่อมาชื่อว่า ควีน

ในปี 1964 ทิมเคยเป็นนักร้องนำวง The Railroaders มาก่อน แล้วก็ได้พบกับไบรอัน เมย์ ที่เคยเรียนโรงเรียนมัธยมแฮมป์ตันด้วยกันในคอนเสิร์ตหนึ่ง ทั้งสองคนตั้งวงบลูส์-ร็อคชื่อ 1984 ที่มีจอห์น แกมแฮม (กีตาร์), เดฟ ดิลโลเวย์ (เบส), จอห์น แซงเกอร์ (คีย์บอร์ดส์) และริชาร์ด ธอมป์สัน (กลอง) เป็นสมาชิกร่วมกัน พอปี 1965 ทิมเข้าเรียนกราฟิกและวาดภาพที่วิทยาลัยศิลปะอีลิง ซึ่งทำให้รู้จักกับเฟร็ดดี เมอร์คิวรี ส่วนเมย์เข้าเรียนที่วิทยาลัยอิมพีเรียล ในลอนดอน โดยวง 1984 ของพวกเขาได้เล่นเป็นวงเปิดให้จิมิ เฮนดริกซ์ และ Pink Floyd ก่อนจะยุบวงไปในปี 1969

ทิมกับเมย์เลยมาตั้งวง Smile โดยมีโรเจอร์ เทย์เลอร์เป็นมือกลอง

แต่แล้วในปี 1970 ทิมก็ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการออกจากวงเพื่อไปอยู่กับวงใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Humpy Bong ซึ่งทำให้สมาชิกของสไมล์ ต้องดึงเอาเฟร็ดดี เมอร์คิวรี มาทำหน้าที่แทน

ขณะที่ฮัมปี บองจบลงด้วยอายุแสนสั้นเพียงแค่ 5 ปี ควีนกลับเดินหน้าต่อมาอีกยาวไกล และกลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ขายผลงานได้มากที่สุดในโลก

ส่วนทิม หลังฮัมปี บองยุติการทำงาน เขาไปร่วมวงโพรเกรสสีพ ร็อค ทดลอง Morgan ที่มีอัลบัมออกมาสองชุดคือ Nova Solis กับ Brown Out ซึ่งตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็น The Sleeper Wakes

แน่นอนว่า ในใจของทิมก็มีอิจฉาความสำเร็จที่อดีตเพื่อนๆ ร่วมวงเก่าของพวกเขาได้รับ แต่ท้ายที่สุดกับชีวิตแต่งงานที่มีความสุข เขาบอกว่า ตัวเองมีความสุขยิ่งกว่า กับการได้รับประสบการณ์ชีวิตแบบบ้านๆ

“ผมดีใจ ที่ไม่ได้ออกทัวร์อะไรขนาดนั้น” เขาบอกกับเดลี เอ็กซ์เพรสส์ “ผมคงรับมือกับมันไม่ไหว สิ่งที่ผมอยากทำก็คือ แต่งเพลง บันทึกเสียงในสตูดิโอ แล้วบางทีก็อาจจะไปเล่นโชว์เล็กๆ แปลกๆ แถวๆ ละแวกบ้าน” เขาเสริมอีกว่า “ผมอิจฉานะ อย่างเดียวที่ผมพูดออกมาได้ เพื่อปกป้องตัวเองก็คือ ผมไม่เคยเกิดความริษยาในเชิงมุ่งร้าย แต่ให้ตายเถอะ พระเจ้า… ผมอิจฉาพวกเขาจริงๆ”

ปัจจุบัน ทิมใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านในริชมอนด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของลอนดอน โดยเขาเผยด้วยว่า สมัยเรียนวิทยาลัยศิลปะอีลิงด้วยกัน เมอร์คิวรีที่ยังใช้ชื่อ ฟาร์ร็อคห์ บัลซารา บอกกับเพื่อนๆ ว่า “สักวันหนึ่ง ฉันจะเป็นซูเปอร์สตาร์”

“เฟร็ดดีเป็นคนที่สุภาพ ไม่หยาบคาย” ทิมเล่า “ผมไม่เคยเห็นเขาสบถ หรือพูดไม่ดีกับใคร” และ “กับบางคนอัตตาในตัวจะทำให้เป็นพวกก้าวร้าว แต่ไม่ใช่สำหรับเฟร็ดดี เขาเป็นคนน่ารัก เป็นหนุ่มนิสัยดีเสมอ แล้วก็ไม่มีอาการละโมบอยากเป็นคนดังด้วย”

โดยเพลง “Doing All Right” ที่อยู่ในอัลบัมชุดแรกของควีน เป็นเพลงที่ทิมแต่งร่วมกับเมย์ ตั้งแต่ทำงานด้วยกันในวงสไมล์

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ชีวิตพลิกผันของทิม สตาฟเฟลล์ สมาชิกในวงดนตรีที่กลายมาเป็นวง Queen คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 9 มกราคม 2562

 


SHARE THIS
  • 267
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    267
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On