ดูมาแล้ว A Monster Calls นิทานเรื่องจริง… ชีวิตไม่สวย แต่งอก ‘งาม’

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

monster_calls-sadaos_posterA MONSTER CALLS : โทน และอารมณ์ของหนัง อาจจะทำให้นึกถึงงานอย่าง Pan’s Labyrinth ของกีแยร์โม เดล โทโร แต่บทสรุปสุดท้ายของ A Monster Calls ไม่ได้หดหู่ และสิ้นหวังขนาดนั้น และกับประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตที่เด็กชายคอเนอร์ โอมัลลีย์เจอ ก็น่าจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต่างไปจากเดิม

ในเรื่อง โอมัลลีย์ มีชีวิตที่แสนหดหู่ อยู่กับแม่ที่เป็นมะเร็ง มียายที่เข้ากันไม่ได้ พ่อก็ไปตั้งรกรากที่อเมริกา ถ้าคิดว่านั่นหนักหนาแล้ว ที่โรงเรียนเขายังเป็นเครื่องรองมือรองเท้าให้กับนักเรียนหัวโจกร่วมห้อง วิธีการเดียวที่เขาใช้หลบหนีโลกแห่งความจริงอันแสนปวดร้าว ก็คือการวาดภาพ และคืนหนึ่งเขาก็ไปพบอสุรกาย ที่กลายร่างมาจากต้นยิวที่อยู่บนเนินใกล้บ้าน มันเสนอตัวว่าจะช่วยโอมัลลีย์ ด้วยการเล่านิทานให้ฟัง 3 เรื่อง แล้วเขาจะต้องเล่าให้มันฟังเป็นเรื่องสุดท้าย 1 เรื่อง

และนิทานแต่ละเรื่องของมัน ก็คือการแสดงให้เห็นโลกแห่งความจริงผ่านนิทาน ที่แม้จะมีเจ้าชาย เจ้าหญิง มีแม่มด มีคนดี มีคนที่น่ารังเกียจ แต่ตัวละครในเรื่องของต้นยิว ก็ไม่ได้เป็นสีดำและขาว อย่างนิทานทั่วๆ ไป แล้วไม่ใช่แค่ให้โอมัลลีย์รู้จักโลก ผู้คน ต้นยิวยังทำให้เขาได้ลิ้มรสความผิดหวัง ผลพวงจากความโกรธ เกลียดชัง ซึ่งทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะยอมรับ ให้อภัย และท้ายที่สุดปล่อยวาง

ผู้ชมเองก็ได้ค้นพบด้านที่สวยงามของด้านที่ดูหดหู่ หรือสิ้นหวัง ว่าจริงๆ แล้ว หากข้ามผ่านมันได้ ก็จะแข็งแกร่ง และเติบโตขึ้นไปในอีกระดับหนึ่ง รวมไปถึง การใช้ชีวิตกับเด็กที่มีปัญหา ที่ต้องอาศัยความเข้าใจ ไม่ใช่บีบคั้น ทำโทษ ซึ่งจะทำให้เขาเตลิดไปใหญ่ และโอมัลลีย์ ที่แม้จะมีปัญหามากมาย ก็ถือว่าโชคดี ที่ผู้ใหญ่รอบข้างล้วน ‘เข้าใจ’

ถึงตัวเรื่องพร้อมจะกลายเป็นงานดรามา กระชากน้ำตา เจ.เอ. บาโยนา ผู้กำกับจาก The Impossible หรือ Orphanage ที่มีเด็กเป็นตัวละครสำคัญทั้งคู่ ก็เล่าเรื่องในแบบที่ไม่ฟูมฟาย ค่อยๆ ให้ผู้ชมได้ซึมลึกไปกับเรื่องราวช้าๆ ในแบบเดียวกับที่โอมัลลีย์ ค่อยๆ ซับทราบชีวิตในแง่มุมต่างๆ ทั้งจากนิทานของต้นยิว และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในชีวิตจริง ส่งผลให้ A Monster Calls เป็นงานที่พาผู้ชมจมเข้าไปในโลกของตัวละครแบบดิ่งลึก ที่เมื่อถึงเวลาตัวละครระเบิดอารมณ์ที่อัดอ้ันมานาน ผู้ชมก็ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อหนังคุมโทน และบรรยากาศเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้

นักแสดงก็มากันในแบบท็อปฟอร์ม เจ้าหนูลิวอิส แม็คดูกัลล์ เอาอยู่ในบทเด็กชายผู้อมทุกข์ และดูจะเกรี้ยวกราดเอากับสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา และอุ้มหนังเอาไว้ได้ โดยมีนักแสดงมาประสบการณ์ทั้งหลาย ให้การสนับสนุนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เฟเลซิตี โจนส์ ที่เล่นแบบแสดงออกไม่เยอะ แต่ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้มากมายกับแม่ ที่รู้ว่าตัวเองถึงเวลา แต่ยังห่วงลูกที่ยังรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ หรือซิเกอร์นีย์ วีเวอร์ คุณยายที่ในความขัดแย้งกับหลานชาย ก็มีความรักมอบให้เต็มหัวใจ รวมไปถึงเสียงของเลียม นีสัน ต้นยิวใหญ่ ที่แม้จะดุดัน ดูน่าพรั่นพรึง หากก็มีความปรารถนาดีต่อโอมัลลีย์ ไม่ใช่คิดที่จะทำร้ายกัน

ขณะที่มีหนังสวยๆ ใสๆ เต็มไปด้วยความบันเทิงออกมาให้เด็กๆ ได้ชมกันมากมาย A Monster Calls เปรียบได้กับยาขม ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่ดูน่ากลัว ไม่ได้สดใส ตัวละครไม่ได้น่ารักสักเท่าไหร่ ไม่มีอะไรสวยๆ ให้ดู แต่ท้ายที่สุด มันก็สามารถงอก ‘งาม’ ได้เหมือนกัน

ควรชมหากชอบ: Orphanage, Pan’s Labyrinth, The Book Thief

โดย นพปฎล พลศิลป์

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On