“แม้ว่าแต่ละคนจะมีเหตุผลส่วนตัวในการขึ้นรถไฟหัวกระสุน แต่พวกเราล้วนเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน แต่เมื่อไปถึงจุดหมาย เราก็กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าอีกครั้ง ความรู้สึกเหงา ๆ ที่เห็นคนเหล่านั้นเดินจากไป มันก็โรแมนติกดีไม่ใช่เหรอ”
คาซึยะ ทาคาอิจิ (Kazuya Takaichi รับบทโดย ทซึโยชิ คุซานากิ-Tsuyoshi Kusanagi) ผู้จัดการขบวนรถไฟหัวกระสุน ที่ดูแลการเดินทางของรถไฟขบวนฮายาบูสะ 60 (Hayabusa 60) หรือ 5060B ซึ่งเดินทางจากสถานีชินอาโอโมริไปโตเกียว ตอบนักเรียนที่มาทัศนศึกษา และถามถึงสาเหตุที่เขาเลือกเป็น ผู้จัดการขบวนรถไฟ ไม่ใช่พนักงานขับที่ดูเท่ มีความน่าสนใจมากกว่า
และการเดินทางของรถไฟขบวนนี้ก็กลายเป็นการเดินทางที่น่าจดจำ เป็นความโรแมนติกในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ต้องตรงกับนิยามตามความเข้าใจของคนทั่วไปนัก
เมื่อตัวรถไฟถูกวางระเบิด ซึ่งจะทำงานทันทีเมื่อความเร็วต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยผู้วางระเบิดต้องการค่าไถ่เป็นเงิน 1 แสนล้านเยนมาแลกกับวิธีถอดชนวน ซึ่งทาคาอิจิกับผู้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ในขบวนรถไฟ ผู้ควบคุมการเดินรถไฟ ตำรวจ และรัฐบาล ต่างหาทางช่วยชีวิตผู้โดยสาร รวมถึงหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้
ด้วยพล็อตอย่างที่เห็น เรื่องราวอย่างที่เป็น ‘Bullet Train Explosion’ ไม่ใช่งานที่ให้ความสด ใหม่กับผู้ชมแน่ ๆ และอย่าแปลกใจถ้าจะนึกถึงภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะ ‘Speed’ หนังแอกชันยุค 90 ที่รถบัสถูกวางระเบิดเรียกค่าไถ่ ซึ่งใช้ความเร็วเป็นตัวจุดระเบิด แต่เปลี่ยนมาเป็นรถไฟหัวกระสุน การหาทางหยุดรถไฟบรรจุสารเคมีที่ระเบิดเมืองได้ทั้งเมืองใน ‘Unstoppable’, งานคลาสสิกจากยุค 80 ‘Runaway Train’ ที่ 2 นักโทษแหกคุกหลบหนีด้วยรถไฟขบวนหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าเบรกไม่ทำงาน ปราศจากคนขับ แถมเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการเดินรถหาทางทำให้ตกราง เพื่อบรรเทาความเสียหายก่อนจะไปถึงจุดหมาย โดยไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่บนรถไฟขบวนนี้
แต่ถ้าไล่ดูกัน ‘Bullet Train Explosion’ ต่างหาก ที่อาจเป็นพิมพ์เขียวให้หนังเหล่านั้น เมื่อนี่คือภาคต่อของ ‘The Bullet Train’ หนังปี 1975 ว่าด้วยการวางระเบิดรถไฟหัวกระสุนที่จะระเบิดเมื่อความเร็วต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งในขบวนรถไฟและศูนย์ควบคุมอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างจากในหนังภาคต่ออีก 5 ทศวรรษต่อมา และเหตุการณ์ของหนังต้นฉบับก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในหนังเรื่องนี้ด้วย
‘Bullet Train Explosion’ มีครบทุกสิ่งอย่าง ที่หนังว่าด้วยความวุ่นวายในสถานที่และเวลาจำกัดต้องมี คนเห็นแก่ตัว ตัวละครต้องสงสัย คนที่ใช้โอกาสนี้หาประโยชน์ใส่ตัว ความขัดแย้งทั้งระหว่างกลุ่มคนในขบวนรถไฟ และกลุ่มคนที่หาทางทำให้เหตุการณ์ร้ายนี้ยุติลง แล้วที่ขาดไม่ได้ ใครสักคนที่มีสติสัมปชัญญะ ซึ่งจะเป็นคนควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พยายามหาทางออก ประสานกับผู้คนรายรอบ ที่มีทั้งฮีโรในขบวนรถไฟ และฮีโรในศูนย์ควบคุมการเดินรถ แล้วจากลักษณะและความสัมพันธ์ของพวกเขา ‘Bullet Train Explosion’ ก็เป็นหนังคู่หูในตัวด้วยเช่นกัน
การเล่าเรื่องออกจะติดเชย เหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่เหนือความคาดหมาย แต่ก็มีที่พอประหลาดใจ หรือพลิกผันอยู่บ้างกับตัวร้ายบาง “ราย” ของเรื่อง โดยก่อนถูกเผยตัว หนังก็วางตัวหลอกเอาไว้ ซึ่งใช้เวลาไม่นานในการแบว่า นี่คือคนที่ “ไม่ใช่” ซึ่งคอหนังทางนี้เห็นทีแรกคงบอกตัวเองได้แล้วว่า “อีนี่หลอกนะนายจ๋า”
หากความเร็วและจังหวะ (Pace) ในการเล่า รวมถึงเสน่ห์บางอย่างของความเป็นญี่ปุ่น ก็ช่วยให้ ‘Bullet Train Explosion’ ดูเพลิน สถานการณ์ ความขัดแย้ง เหตุลุ้นระทึก ดูน่าตื่นเต้น การเปิดตัวละครสำคัญ ๆ มาถูกที่ถูกเวลา พาหนังไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว และไม่บีบคั้นผู้ชมจนเกินไป อาจมีเสียจังหวะบ้างในช่วงสุดท้าย แต่นั่นสถานการณ์ส่วนใหญ่ก็คลี่คลายเกือบหมดแล้ว
การสร้างตัวละครเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เรื่องสนุก แต่ละคนต่างมีปม มีเป้าหมายในตัวไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม บางคนยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ตั้งแต่เรื่องสังคม การเมือง ระเบียบขั้นตอนของการทำงาน ความเชื่อ ปัญหาในครอบครัว การใช้เด็กเป็นเครื่องมือ ยันการเสียดสีสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นักการเมืองที่มีเรื่องฉาวติดตัว, อินฟลูฯ ออนไลน์กระหายแสง, พนักงานรถไฟหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน, ชายที่มีชนักติดหลัง, พนักงานขับรถไฟที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตามคำสั่งและกฎระเบียบที่วางเอาไว้ ซึ่งทั้งหมดอยู่ร่วมกันบนรถไฟ ที่บางรายไม่ใช่แค่เผยตัวตนออกมา หากยังหาทางใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่ศูนย์อำนวยการก็มีตัวละครที่จัดจ้านไม่แพ้กัน เริ่มจากรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบ, ผู้อำนวยการกับผู้ดูแลการเดินรถ โดยเฉพาะการทำงานของคนจากรัฐบาลกับเหล่าเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินรถ ที่เห็นชัดเจนถึงวิธีคิด มุมมอง และการปฏิบัติตัว ของผู้คนที่สถานะ อำนาจ และหน้าที่ ที่แตกต่างกัน
แม้ไม่น้อยจะปรากฏตัวและถูกใช้งานแบบใช้แล้วทิ้ง หรือประเด็นที่พวกเขาสร้างไว้คลี่คลายหรือละเลยไปง่าย ๆ แต่ด้วยรายละเอียดและความสัมพันธ์ที่มี ก็มากพอจะทำให้ ‘Bullet Train Explosion’ ไม่ใช่แค่หนังแอกชันหายนะรถไฟหัวกระสุน ไม่ได้มีเพียงเรื่องการหาทางรอดจากรถโคตรด่วนขบวนนรกขบวนนี้เท่านั้น แต่ยังมีมิติทางสังคม วัฒนธรรม ความคิด การเมือง ของญี่ปุ่น หรืออย่างน้อย… ของคนญี่ปุ่นในคราวเดียวกัน โดยเฉพาะ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศนี้ก็คือ รถไฟหัวกระสุน นี่ละ
ภายใต้ความแตกต่าง ความต้องการ การกระทำของตัวละคร มีอย่างหนึ่งที่ถูกตอกย้ำ นั่นก็คือ คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่อาจมองว่า เป็นแนวคิดหรือวิธีคิดที่เป็นวิถีแบบญี่ปุ่น ที่ทุกคนพร้อมเสียสละ พร้อมทำหน้าที่ให้ลุล่วงสมบููรณ์ที่สุดก็ได้ เพราะต่อให้ขัดแย้งกันขนาดไหน ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือรถไฟขบวนนี้ ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด ช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด กระทั่งคนในขบวนรถไฟ ที่สุดแล้วต่างยินดีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เสียสละไปด้วยกัน
แล้วอย่าลืมว่า ต้นตอของเรื่องก็คือ การทวงคืนศักดิ์ศรี ที่แสดงถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ ซึ่งถูกฉกฉวยไป ที่ในวิถีแบบญี่ปุ่น เกียรติและศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในชีวิต
แล้วอย่าลืม (อีก) ว่า ในตอนท้ายคนที่ชิงชังสังคม-ผู้คน ผู้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ก็ได้รู้ว่า มนุษย์ยังคงมีจิตใจที่ดีงาม ไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องร้ายจนมันกลายเป็นเรื่องปกติ อย่างที่ตัวเองมโน ซึ่งเจ้าตัวคงรู้สึกไม่ต่างจากโจกเกอร์ (Joker) ใน ‘The Dark Knight’ ตอนรับรู้การตัดสินใจของผู้โดยสารเรือข้ามฟาก ที่อาจเป็นความดีงามในจินตนาการในโลกทุกวันนี้ ที่ล้นไปด้วยความขัดแย้งไม่ต่างจากระเบิดเวลาที่รอการทำงาน ต่างกันตรงที่ไม่มีการกำหนดสัญญาณใด ๆ ว่าเมื่อไหร่จะ “ตูม”
ท้ายที่สุด… สำหรับผู้คนซึ่งเดินทางกับรถไฟขบวนฮายาบูสะ 60 ทั้งในขบวนรถไฟหรืออยู่ในศูนย์ควบคุมการเดินรถ ต่างก็ได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำ ผ่านการมีจุดหมายเดียวกัน ก่อนที่จะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เมื่อขบวนรถไฟหยุดลง
“แม้ว่าแต่ละคนจะมีเหตุผลส่วนตัวในการขึ้นรถไฟหัวกระสุน แต่พวกเราล้วนเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน แต่เมื่อไปถึงจุดหมาย เราก็กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าอีกครั้ง ความรู้สึกเหงา ๆ ที่เห็นคนเหล่านั้นเดินจากไป มันก็โรแมนติกดีไม่ใช่เหรอ”
ข้อมูลภาพยนตร์
กำกับ: ชินจิ ฮิกูชิ บทภาพยนตร์: คาซูฮิโระ นาคากาวะ, โนริชิกะ โอบะ จากเรื่อง: The Bullet Train โดย อะริ คาโตะ, เรียโนซุเกะ โอโนะ และจุนยะ ซาโตะ นักแสดง: ทซึโยชิ คุซานากิ, คานาตะ โฮโซดะ, นอน, ทาคูมิ ไซโตห์ะ, มาชิโกะ โอโนะ, จุน คานาเมะ, ฮานะ โตโยชิมะ
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 36 ฉบับที่ 5 มิถุนายน 2568
ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















