ดูมาแล้ว Chappie นิทานไซ-ไฟ ของผู้ชายชื่อนีล บลอมแคมป์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Chappie_New_Official_International_Poster_JPostersCHAPPIE: หนังเรื่องที่ 3 ของนีล บลอมแคมป์ ที่ไม่ต่างไปจากการเดินทางกลับไปหาจุดเริ่มต้นของตัวเอง จาก District 9 อีกครั้ง แต่ไม่ใช่พาไปพบกับเจ้าหน้าที่ดูแลการอพยพของมนุษย์ต่างดาว กับมนุษย์ต่างดาว หากเป็นวิศวกรของโรงงานผลิตหุ่นยนต์ตำรวจ กับตัวหุ่น ที่สถานภาพและความเป็นไปนั้น เหมือนจะซ้อนทับกันอยู่ในที

ฝ่ายแรกคือคนใน ที่ถูกบีบให้กลายเป็นคนนอก ขณะที่อีกฝ่ายคือคนนอกที่อยากจะอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ให้ได้ และกลายเป็นเหยื่อ รวมไปถึงเครื่องมือบางอย่างของคนที่อยู่รอบข้างในที่สุด

บลอมแคมป์ยังเป็นคนทำหนังที่ดูง่าย เน้นขายความบันเทิงเป็นหลัก แต่ก็แฝงไว้ด้วยประเด็นคมๆ เป็นหลัก ขณะที่พูดถึงชนชั้น การเหยียดผิว ปัญหาทางสังคมใน District 9 และ Elysium กับ Chappie เขาหันมาพูดถึงเรื่องการเรียนรู้ของเด็ก ผ่านตัวหุ่นแชปปี รวมไปถึงปัญหาเรื่องการใช้เทคโนโลยี ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมูลเหตุสำคัญของปัญหาก็คือ ตัวของมนุษย์ ที่ไม่รู้จักพอ หรือหยุดเมื่อการพัฒนากำลังจะก้าวล้ำเส้นบางอย่าง

หนังถือว่าดูง่าย ว่ากันตรงๆ ในแบบที่แทบไม่มีความซับซ้อนก็ว่าได้ แล้วกับสถานการณ์ หรือเหตุการณ์บางอย่างก็ดู ไม่สมเหตุสมผล หรือขาดน้ำหนักที่น่าเชื่อถือ แต่เพราะได้ “บท” ที่วางจังหวะต่างๆ ในการเล่าเรื่องได้สนุก และตัวหนังก็ให้ความรู้สึกถึงการขับเคลื่อน โดยที่ไม่บีบคั้น หรืออัดคนดู จนรู้สึกเครียด ทำให้ตัวพล็อตที่เรียกได้ว่าแทบไม่มีอะไรใหม่กลายเป็นงานที่มีลุ้น มีตื่นเต้น มีหัวเราะ มีซึ้ง มีเศร้า มีน่ารัก ครบรส

โดยเฉพาะได้นักแสดงที่ส่งหนังได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสองผัว-เมียแร็ปเปอร์ ได แอนท์วูด (Die Antwood) ที่มาเป็นพ่อ-แม่เลี้ยงโจร ที่จับแชปปีมาเลี้ยง ที่เล่นได้อย่างมีสีสัน แล้วก็เป็นตัวละครที่มาพร้อมกับนัยเสียดสี ขณะที่การรับบทร้ายครั้งแรก (หรือเปล่า? ไม่แน่นใจ) ของฮิวจ์ แจ็คแมน พี่แกก็เล่นโหด และเหี้ยมได้ดีซะจน “ม” หล่นหาย เห็นแล้วก็อยากจะเอาเปลือกทุเรียนปาใส่จอ เวลาพี่แกโผล่ออกมาได้ทุกฉาก อาจจะมีซิกัวร์นีย์ วีเวอร์ ที่ดูใช้งานไม่คุ้มค่านัก แต่ก็พอได้ในแง่ของ “รัศมี” ของป้าแก

ที่เยี่ยมที่สุดก็คือ การสร้างตัวละครหุ่นยนต์แชปปีที่เป็นซีจีไอ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสมจริง และดูมีชีวิตจิตใจ และทำให้คนดูรู้สึกผูกพัน ไม่ต่างไปจากที่อีทีเคยทำเอาไว้ (หรือใครจะนึกถึง พิน็อคคิโอ ก็ไม่ผิดกติกา)

ในแง่ของการทำงาน Chappie อาจจะเต็มไปด้วยสิ่งที่เคยเห็นในงานเก่าๆ ของบลอมแคมป์ ที่บางทีถึงตอนนี้กับการได้ทำ Alien ภาคต่อไป น่าจะทำให้เขา “หลุด” ออกจากกรอบเดิมๆ ของตัวเองซะที และกับหนังเรื่องนี้ที่เต็มไปรอยซ้ำ และรอยช้ำ บลอมแคมป์ก็แสดงให้เห็นถึงการเป็นนักเล่าเรื่องชั้นยอดที่สามารถทำให้ Chappie กลายเป็นนิทานไซ-ไฟ ที่ดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ และสามารถเรียกน้ำตาจากคนอ่อนไหวได้ไม่ยากเลย

โดย นพปฎล พลศิลป์
สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.