DRACULA UNTOLD: การกลับมาในภาพลักษณ์ใหม่ของปีศาจรัตติกาล หรือแดร็กคูลา ที่เปลี่ยนตัวเองจากหนังสยองขวัญมาเป็นงานแอ็คชัน แฟนตาซี รวมไปถึงหยิบเอาเรื่องราวที่เคยเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าสั้นๆ ในแบบตำนานความเป็นมาของแดร็กคูลามาขึ้นจอแบบเต็มๆ พาให้หนัง Dracula มีอารมณ์เปลี่ยนไปจากที่เคยๆ ชมกัน (ไม่นับพวก Dracula 2000 อะไรทำนองนั้น ที่แปลกประหลาดจนเกินจะนับ) โดยพยายามคงบรรยากาศทึมๆ หม่นมืด ตามโทนของหนังทางนี้เอาไว้
ดูเป็นงานอภินิหาร ทำให้ทีมสเปเชียล เอ็ฟเฟ็คท์ได้มีโอกาสปล่อยของเป็นระยะๆ โดยเฉพาะฉากใหญ่ ที่เจ้าชายวลาด จัดการกับกองทัพเติร์กที่มีจำนวนมหาศาล แม้จะดูมืดๆ ทึมๆ แบบไม่ได้เห็นจะๆ ขณะที่ตัวเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรที่ยากเกินคาดในระดับที่ทำให้ประหลาดใจ
การเล่าเรื่องที่กระชับฉับไว ทำให้ลืมความอ่อนแอของบท และการที่ไม่มาเวิ่นเว้อกับการขายฉากแอ็คชันยาวๆ ก็ทำให้หนังดูไม่น่าเบื่อ และมีเรื่องความสัมพันธ์ ความผูกพันของตัวละคร ให้ได้ซาบซึ้งกันบ้าง แต่ก็มาแบบบางเบา ตัวละครส่วนใหญ่มีเพียงมิติเดียว ขนาดตัวของเจ้าชายที่ชีวิตอยู่บนทางเลือกที่ขัดแย้งกันขนาดนั้น ยังดูผิวเผิน ตัวละครรายรอบคงไม่ต้องคิด
เป็นงานเพื่อความบันเทิงแบบเข้าถึงได้ทั่วไป และไม่ควรเอาไปทาบกับ Bram Stoker’s Dracula ของฟรานซิส ฟอร์ด ค็อปโปลาเพราะมาคนละทาง และคุณภาพของงานคนละแบบ แต่หากจะให้เห็นภาพ Dracula Untold ก็มาในทางใกล้ๆ กับหนังพวก Underworld หรือถ้าจะให้ชัดขึ้น ก็นึกถึงหนัง Van Helsing ที่ล้วนเป็นงานสยองขวัญ-แอ็คชันไฮบริดแบบไม่สยองสักเท่าไหร่
หนังเรื่องนี้ก็ให้ความบันเทิงได้ละม้ายกัน ประมาณนั้น
โดย นพปฎล พลศิลป์
เพื่อไม่ให้ตกหล่นความบันเทิงจากหนังและเพลง คลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ทันทีที่นี่















