Movie ReviewREVIEW

ดูมาแล้ว: EXHUMA จากเรื่องเด็กโคลิก ไปสู่ความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และการวางคุณไสยระดับชาติ

หากให้สรุปเรื่องราวของ ‘Exhuma’ หนังสยองขวัญที่เป็นหนังทำเงินสูงสุดของเกาหลีเมื่อปีที่ผ่านมา (2567) แบบสั้น ๆ อย่างง่าย ๆ คงว่าได้ประมาณนี้

“จากการหาสาเหตุเด็กทารกมีภาวะโคลิก ตามมาด้วยความแค้นของวิญญาณบรรพบุรุษ ที่นำไปสู่เรื่องราวลึกลับที่ใหญ่โตมากกว่า…

อีฮวาริม (Lee Hwa-rim รับบทโดย คิมโกอึน-Kim Go-eun) คนทรงสาวกับบองกิล (Yoon Bong-gil รับบทโดย อีโดฮยอน-Lee Do-hyun) ลูกศิษย์ รับงานหาสาเหตุที่ทำให้ลูกของพักจียอง (Park Ji-yong รับบทโดย คิมแจชอล-Kim Jae-cheol ) หัวหน้าครอบครัวนักพัฒนาที่ดินชาวเกาหลีผู้มั่งคั่งในสหรัฐอเมริการ้องไม่หยุด เธอพบว่าเป็นเพราะความแค้นของวิญญาณบรรพบุรุษ ทำให้ต้องมีการย้ายศพไปไว้ในสถานที่เหมาะสม โดยต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคิมซังด็อก (Kim Sang-deok รับบทโดย ชเวมินซิก-Choi Min-sik) ซินแสและคนขายที่ดินทำฮวงจุ้ยกับยองกึน (Yeong-geun รับบทโดย ยูแฮจิน-Yoo Hae-jin) สัปเหร่อและเจ้าของธุรกิจจัดงานศพ

เมื่อเห็นหลุมศพบรรพบุรุษพักจียองที่อยู่บนเขาใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือ คิมซังด็อกปฏิเสธรับงานก่อนจะเปลี่ยนใจ เพราะค่าจ้างก้อนโตจะช่วยให้เขาจัดงานแต่งงานของลูกสาวได้ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น ถึงจะจัดการศพสำเร็จแต่ครอบครัวของพักจียองก็เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ แถมเรื่องก็ยังไม่จบ เมื่อซังด็อกพบโลงศพอีกใบที่ฝังอยู่ใต้โลงบรรพบุรุษในลักษณะประหลาด ที่ย้อนไปไกลถึงเกาหลีในยุคโบราณ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่่น และเกี่ยวพันกับการสะกด “ประเทศ” ในปกครองไม่ให้ผงาดขึ้นมา

ที่มาของอาการป่วยลึกลับของทารกในครอบครัวหนึ่งซึ่งดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ กลับเป็นเรื่องราวใหญ่โตมโหฬาร เกี่ยวพันไปถึงการที่เกาหลีต้องแบ่งแยกเป็นสอง และอยู่ภายใต้ปกครองของบางประเทศ รวมถึงไม่พัฒนารุ่งเรืองอยู่นานนม

จุดเริ่มต้นกับบทสรุปของหนังดูเป็นเรื่องไกลกันมากไม่น่าจะเชื่อมโยงกันได้ ด้วยความห่างไกลอาจรู้สึกว่า ยากที่จะเล่าได้อย่างกลมกลืน แต่จางแจฮยอน (Jang Jae-hyun) ผู้กำกับและเขียนบททำให้จุดเริ่มต้นกับจุดจบที่ห่างไกลกลายเป็นเรื่องที่ใกล้กันกว่าที่คิดมาก และเล่าได้อย่างสนุก จนไม่น่าแปลกใจที่จะกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของเกาหลี เมื่อมีทั้งประเด็นชาตินิยม เกาหลีที่ถูกแบ่งแยก และการตกอยู่ใต้ปกครองของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ “โดนใจ” คอหนังเกาหลีเป็นทุนเดิม (ถ้าทำถึง) และเมื่อเพิ่มเติมด้วยความบันเทิง (ที่ทำได้สุด)
แล้วไม่ได้ถูกปากแค่คอหนังในบ้านเกิด ในบ้านเรา ‘Exhuma’ นอกจากเป็นหนังเกาหลีทำเงินสูงสุดของปี 2024 ยังติดท็อป 10 หนังทำเงินสูงสุดของประเทศไทยในปีที่ผ่านมา (นับเฉพาะรายได้ในกทม., ปริมณฑล และเชียงใหม่)

ตัวเรื่องแม้จะถูกแบ่งเป็นบท ๆ แต่ในภาพรวมหนังก็เหมือนแยกกันเป็น 2 ส่วนชัดเจน ครึ่งแรกคือเรื่องของครอบครัวพักจียอง ที่ไม่ใช่แค่เปิดจุดเริ่มต้นเรื่องราว แต่ยังแนะนำตัวละครหลัก-นักล่าผีทั้งสี่ ได้เห็นการทำงาน นิสัยใจคอของแต่ละคน ครึ่งหลังก็คือการรับมือกับตัวร้ายของเรื่อง ที่แต่ละบท-แต่ละครึ่งครบเครื่องเรื่องการเป็นงานสยองขวัญ ทั้งบรรยากาศชวนหลอน การช็อกอารมณ์คนดู ที่ไม่ใช่วิธีพื้น ๆ แบบหนังผีตุ้งแช่ชวนสะดุ้งตกอกตกใจ แต่ให้ความรู้สึกชวนขนลุกมากกว่า มีหักมุมพลิกผัน มีเหตุการณ์ มีฉากแอ็กชันลุ้น ๆ แบบระทึก ๆ ที่จับวางได้ลงล็อคถูกจังหวะ

นักแสดงก็เป็นหัวแถว ตัวท็อป ทำงานได้สมกับชื่อเสียง ดูแล้ว “ใช่” เห็นเล่นแล้ว “เชื่อ” กระทั่งลืมไปเลยว่า ยูแฮจินนี่เป็นนักแสดงที่มักจะเห็นกันในบทเบาสมองเป็นประจำ

นอกจากความบันเทิงแบบเปิดปุ้บได้ปั้บ เรื่องของ ‘Exhuma’ ยังมีความลึก เมื่อนำไปเปรียบเทียบเปรียบเปรย ตีความได้ต่อ ตั้งแต่เรื่องของพักจียอง ที่บรรพบุรุษเป็นคนขายชาติและคนรุ่นหลังพยายามลืม ไม่สนใจใส่ใจ จนต้องออกฤทธิ์ออกเดชกับทายาทรุ่นต่อ ๆ มา ธุรกิจของคนบ้านนี้หากคนรุ่นก่อนขายชาติ คนรุ่นนี้ก็ขาย “ที่ดิน” การขุดศพคนรุ่นก่อน โดยนัยก็ไม่ต่างจากการขุดอดีตตัวเองขึ้นมาแบให้คนอื่น ๆ เห็นบาดแผลที่พวกเขาพยายามลืมหรือปกปิด

อีกสาเหตุที่น่าจะทำให้ความเป็นชาตินิยมของ ‘Exhuma’ โดนใจคอหนังเกาหลีเป็นพิเศษ ก็คือเรื่องการสะกดประเทศที่เกิดขึ้นจริงกับประเทศเกาหลีและไม่ใช่แค่หนเดียว ตรงบริเวณเส้นขนานที่ 38 จุดแบ่งเขตแดนของเกาหลีเหนือและใต้ อย่างน้อย ๆ ก็ 2 ครั้ง 2 หน ครั้งหนึ่งของในยุคราชวงศ์หมิงของจีน เพื่อทำให้เกาหลีไม่หือไม่อือกับจีนและไม่รุ่งเรืองเกินหน้าเกินตา ครั้งที่สองเป็นฝีมือของญี่ปุ่นที่ทำด้วยจุดประสงค์คล้าย ๆ กัน ยิ่งกว่านั้นก็คือมีการถอนการสะกดในปี 1995 และหลังจากนั้นประเทศเกาหลีก็เฟื่องฟูจนอย่างที่เห็นในทุกวันนี้

นี่คือเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชมชาวเกาหลีอินได้ไม่ยาก ส่วนผู้ชมต่างแดนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่โตกว่าจุดเริ่มต้น (ไปเยอะ) ยังดีที่เรื่องเล่าได้สนุกเชื่อมกันได้เนียนสนิท แต่ถ้าค้นต่อ.. จะรู้ว่าไอ้ที่เหมือนเรื่องในจินตนาการนั้นมีที่มาจากเรื่องจริง ช่วยยกมุมมองที่มีต่อหนังไปอีกขั้น แบบคิดตามหลังชมก็พบความบันเทิงในอีกแง่มุม

พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีพื้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความเชื่อของเกาหลีก็จะดูสนุกยิ่งกว่า แล้วยังเป็นเหตุเป็นผลให้หลาย ๆ สถานการณ์ในเรื่อง ไม่รู้สึกว่าเป็นการหาทางออกให้ตัวละครแบบง่าย ๆ เช่น เรื่องคนทรงที่สืบทอดกันตามชาติกำเนิด จะมีวิญญาณบรรพบุรุษดูแลหรือมีความสามารถเหนือธรรมชาติบางอย่าง ความสัมพันธ์ของธาตุต่าง ๆ ดิน-น้ำ-ไฟ-เหล็ก-ไม้ ทำไมภูติในเรื่องต้องการกินตับ และอีกมากมายที่เพิ่มน้ำหนัก ความเข้มข้น ความสมจริงในเรื่องของ “ความเชื่อ” ให้กับหนัง

หนังที่ตัวเองละม้ายบทเรียนฉบับรวบรัด ว่าด้วยบาดแผลอีกรอยที่ญี่ปุ่นทำกับเกาหลี ซึ่งเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ในครัวเรือน แล้วโกโซบิ๊กเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ โดยไม่ได้บอกโต้ง ๆ แต่เล่าด้วยชั้นเชิง และแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีอดีตที่น่าสนใจ น่าประหลาดใจ ที่คนชาติอื่น ๆ ไม่เคยรู้ ให้ขุดขึ้นมาเล่าได้อย่างสร้างสรรค์ อย่างที่เห็น
(EXHUMA ชมได้ทาง วิว)

ข้อมูลภาพยนตร์
กำกับภาพยนตร์: จางแจฮยอน บทภาพยนตร์: จางแจฮยอน นักแสดง: ชเวมินซิก, คิมโกอึน, ยูแฮจิน, อีโดฮยอน, คิมแจชอล

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 36 ฉบับที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:Movie Review

Comments are closed.