ดูมาแล้ว Independence Day: Resurgence เอาท์… เก่า… เชย…

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

id4_2-sadaos_posterINDEPENDENCE DAY-RESURGENCE: หนัง Independence Day ภาคแรก หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ID 4 ถือเป็นหนึ่งในงานสร้างปรากฏการณ์เรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสำเร็จจากรายได้มหาศาล และตัวภาพยนตร์เอง ที่กลายเป็น ‘ประสบการณ์’ ในการชมภาพยนตร์ เมื่อหนังนำเสนอความน่าตื่นตา ตื่นใจ ให้ในสิ่งที่ผู้ชมไม่เคยพบ เคยเห็น ขณะที่เรื่องราว แม้จะไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ก็มาครบทั้งงานดรามาสร้างความซาบซึ้ง ฉากแอ็คชันที่ชวนระทึก ตื่นเต้น อารมณ์ขัน และนอกจากฉากจานบินต่างดาวบุกถล่มสถานที่สำคัญๆ ของโลกแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่กลายเป็นที่จดจำของหนังเรื่องนี้ก็คือ ฉากการพูดปลุกเร้าความรู้สึกของประธานาธิบดีวิทมอร์ ที่รับบทโดย บิลล์ พูลล์แมน ก่อนการรบครั้งสุดท้ายกับมนุษย์ต่างดาว

กับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หนังจะมีภาคสอง แต่ก็ไม่น่าจะนานมาถึงขนาดนี้ ที่ลากยาวกันถึง 2 ทศวรรษ และเรื่องราวในหนังก็กินเวลาเท่ากับช่วงห่างระหว่างหนังภาคแรกกับภาคที่สอง ที่มาถึงตอนนี้มนุษยชาติล้วนเชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวพวกนี้จะกลับมาอีก และใช้เทคโนโลยีของพวกมัน มาพัฒนาอาวุธและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือกับพวกมัน ซึ่งกลับมาจริงๆ (ถ้าไม่มาก็ไม่มีหนังภาคต่อนะซิ ;P)

หนังเริ่มต้นด้วยความอลังการ ไม่ต่างจากภาคแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในแง่ของความตื่นตา Independence Day: Resurgence ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปจากหนังเรื่องต่างๆ ที่ออกฉายในช่องว่างระหว่างหนังภาคแรกกับภาคที่สอง หากตัวเรื่องก็ยังทำให้รู้สึกระทึก ตื่นเต้นไปด้วยได้ แต่ก็เป็นแบบนั้นได้ไม่นาน แม้ตัวหนังจะใส่เหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แบบมีจังหวะผ่อน จังหวะคลายเป็นระยะๆ เรียกว่ารุกคนดูอย่างมีจังหวะจะโคน เพราะการเล่าเรื่อง การแสดง มุข การสร้างสถานการณ์ต่างๆ ของหนัง ล้วนมาในคราบไคล บรรยากาศ ที่ไม่ผิดเพี้ยนจากหนังภาคแรก ราวกับสตัฟฟ์เวลาเอาไว้ กลายเป็นงานที่เต็มไปด้วยความ เชย เก่า และที่สำคัญ เอาท์ ไปเยอะ

จะว่าเป็นลายเซ็นของผู้กำกับ ก็ถือว่าเป็นได้ เพราะจากที่ได้เห็นงานของโรแลนด์ เอมเมอริชส่วนใหญ่ ก็ไม่ใช่งานที่มีชั้นเชิงอะไรมากมาย และน่าจะมองได้ว่า เอาเข้าจริงๆ ผู้กำกับรายนี้ ‘หมด’ มุข ‘หยุด’ พัฒนาการในการเล่าเรื่องไปแล้วก็เป็นได้

แล้วไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องที่ ‘พัง’ การแสดง, แบ็คกราวนด์ของตัวละครก็แบนราบ สถานการณ์ต่างๆ ในหนังก็ขาดความน่าเชื่อถือ หรือสมเหตุสมผลของเหตุการณ์ ที่จะว่าไปนอกจากการเล่าเรื่องแล้ว ทุกอย่างที่ว่ามา ก็มีปัญหาตั้งแต่ต้นฉบับ แต่ตอนนั้นหนังใช้ความไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น ปิดรอยแผลของตัวเอง เอาไว้อย่างแนบเนียน แต่ในครั้งนี้ อย่างที่บอก… เทคนิคพิเศษ แม้จะดีขึ้นเยอะ แต่ก็เป็นอะไรที่คนดูยุคนี้ได้เห็นกันหมดแล้ว ไม่ได้ตาตื่นจนลืมนึกถึงส่วนอื่นๆ สนิท

ส่วนบรรดานักแสดงก็ไปไม่รอด กับกลุ่มที่มาจากต้นฉบับ ถือว่ายังแข็งแรง และช่วยขับเคลื่อนหนังได้บ้าง แต่กับนักแสดงกลุ่มใหม่ นอกจากจะไม่สามารถทำให้คนดูรัก หรือผูกพันแล้ว ยังขาดพลัง ไม่มีใครที่น่าจดจำ และไม่น่าจะมีศักยภาพสานต่ออะไรได้

การกลับมาสานต่อเรื่องราว (ที่ก็ไม่ได้ค้างอะไรไว้) หลัง 20 ปีผ่าน ถือว่ายังสร้างความน่าตื่นตา ตื่นใจได้ แต่เป็นไปเพราะความเอาท์, เก่า, เชย ของหนัง มากกว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ ไอเดีย หรือว่าความบันเทิง

ควรชมหากชอบ: Independence Day, War of the World, District 9

โดย นพปฎล พลศิลป์

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On