ดูมาแล้ว Mad Max – Fury Road มันส์ บ้า มาก

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

MAD MAX: FURY ROAD: การกลับมาทำ Mad Max งานสร้างชื่อให้กับตัวเองอีกครั้งหลังจากที่ทำภาคสุดท้าย Mad Max: Beyond Thunderdome ไปเมื่อ 30 ปีก่อน ในวัย 70 ปีของจอร์จ มิลเลอร์ ที่ผลงานสามเรื่องหลังคือหนังอย่าง Babe: Pig in the City กับ Happy Feet 1 และ 2 ที่เรื่องหลังคว่ำสนิท

sadaos MM-FR posterมองกันจากตรงนี้ นี่คือการเอาของเก่ามาขาย ในวัยที่พลังน่าจะอ่อนล้าเต็มที

ขณะที่เรื่องราว ก็ประมาณจะเอาหนังสามเรื่องแรกมาตีผสม แล้วทอดออกมาเป็นเรื่องใหม่ ซิทาเดลก็ไม่ต่างอะไรจากบาร์เตอร์ทาวน์ ใน Thunderdome การเดินทางหนีข้ามทะเลทรายด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนจากการหนีฮิวมังกัสใน The Road Warrior (ภาคสองของหนังในอเมริกาใช้ชื่อนี้)

แต่จอร์จ มิลเลอร์ ก็ทำให้ตื่นตะลึงกับหนังที่เหมือนพาผู้ชมขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา แต่เป็นในเวลา 2 ชั่วโมงเต็มๆ พอดิบพอดี ทุกนาทีของ Mad Max: Fury Road ก็คือ ความบ้าคลั่งที่เดินหน้าไปแบบไม่มีหยุด ตัวละครก็ไม่มีใครปกติ และที่สำคัญ คนทำก็บ้าพลัง โดยที่ขณะชมไม่ได้รู้เหนื่อยหน่าย หรือล้าแบบหนังแอ็คชันยุคใหม่ ที่อัดฉากมันส์ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องแต่อย่างใด

หนังเต็มไปด้วยเอเนอร์ยี ที่เต็มเปี่ยม งานโปรดัคชันที่จัดมาเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรถรา หรือว่า เสื้อผ้าหน้าผม ที่ทำได้ครบเครื่องในแบบหนัง Mad Max ดิบ เถื่อน โหดนี่คือหนังเรื่องราวที่พาโลกอนาคตเหียกๆ ที่ไม่มีอะไรทันสมัย มาให้ผู้ชมสัมผัส และส่งอิทธิพลมาถึงหนังอีกหลายๆ เรื่องในยุคปัจจุบัน ที่สำคัญหนังยังเก็บเอาสิ่งที่คุ้นตาของแม็กซ์จากหนัง 2 ภาคแรกมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นรถคู่ใจ ลูกซองสั้นคู่กาย แต่ที่เสริมเข้าไปคือความ “บ้า” ของแม็กซ์ ที่มากกว่าของเก่าอยู่หลายเท่า

มุมกล้อง การตัดต่อ ก็ตอกย้ำถึงความบ้าของตัวละคร (และหนัง) รวมไปถึงสร้างความตื่นเต้นได้ไปอย่าง ส่วนดนตรีประกอบ ก็ส่งให้ Mad Max: Fury Road กลายเป็นร็อค โอเปร่า เรื่องเมืองคนเถื่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือ การดีไซน์ฉากแอ็คชันต่างๆ ที่อลังการในแบบดิบ เถื่อน รวมไปถึงการสร้างตัวละครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ โดยเฉพาะพวกวอร์บอยทั้งหลาย

กับเรื่องราวที่เหมือนจะไม่มีเนื้อให้จับ มิลเลอร์มาพร้อมกับสารที่มีความเป็นเฟมินิสท์ในตัวที่สูงปรี๊ด หญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่หนีการเป็นแม่พันธุ์ ที่นำทีมโดยสาวห้าวซึ่งเก่งกล้าในระดับที่ทั้งการแสดง และความแข็งแรงของบท “ข่ม” แม็กซ์ ได้อยู่หมัด และไม่ใช่แค่เชื้อเพลิง ที่เป็นสิ่งที่โลกอนาคตต้องการเหมือนที่หนังสามภาคแรกบอก แต่ “น้ำ” ก็เป็นทรัพยากรสำคัญของโลกอนาคตเช่นกัน

ร้ายไปกว่านั้น ขณะที่หนังอีกหลายๆ เรื่อง ตอกย้ำว่า ความหวังคือสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ แต่ Mad Max: Fury Road พูดถึงเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป “ความหวังทำให้เรากลัวตาย” และ “ความกล้า กับลูกบ้าต่างหากที่จะทำให้เราอยู่รอด”

และความกล้าที่จะกลับมาจับหนังเรื่องนี้ หลังจากผ่านงานหนังครอบครัวไปถึงสามเรื่อง และหนังภาคสุดท้ายที่ดูหน่อมแน้มเหลือเกิน ทำให้ Mad Max: Fury Road พร้อมที่จะกลายเป็นความคลาสสิคต่อเนื่องจากความคลาสสิคแบบคัลท์ๆ สไตล์ Mad Max ได้ในทันที

โดย นพปฎล พลศิลป์

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.