ดูมาแล้ว – MILITARY WIVES: “ความรื่นรมย์ เพื่อกลบเกลื่อนความห่วงหา”

SHARE THIS
  • 70
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    70
    Shares

มี The Full Monty เป็นงานฮิต และประสบความสำเร็จทั้งเงินและกล่อง แต่หากถามถึงผลงานเรื่องอื่นๆ ของปีเตอร์ แค็ททานีโอ ก็ยากที่จะนึกออกมาได้ จนน่าจะเอานิยามในวงการเพลง สำหรับศิลปินที่ทั้งชีวิตมีเพลงดังเพลงเดียว ที่ว่า One Hit Wonder มาใช้กับแค็ททานีโอได้

จากเรื่องราวของกลุ่มหนุ่มตกงานที่มารวมตัวกันตั้งทีมเต้นระบำเปลื้องผ้า เพื่อหารายได้ไปจึนเจือครอบครัวเมื่อ 23 ปีก่อน หนนี้แค็ททานีโอจะพาไปพบกับกลุ่มนักร้องประสานเสียงแม่บ้านทหาร ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมบางอย่าง ไม่ปล่อยตัวเองให้ฟุ้งซ่านกับการที่สามีต้องเดินทางไปรบในอัฟกานิสถาน

ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีที่มาจากเรื่องจริง ของกลุ่มนักร้องประสานเสียงแม่บ้านทหาร ที่มีมากมายหลายคณะ และออกอัลบัมกันมาแล้วถึง 4 ชุด ตั้งแต่ปี 2012-2018

ที่ไม่ใช่แค่จะพาไปพบกับความเป็นมาของการตั้งคณะนักร้องประสานเสียงทีมนี้เท่านั้น แต่หนังยังแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่บรรดาแม่บ้านเหล่านี้ต้องรับมือ ในยามที่สามีต้องเดินทางไกลในภารกิจที่บางทีอาจทำให้พวกเขาไม่ได้กลับมา

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ที่พวกเธอต้องอยู่ดูแลลูกเพียงลำพัง หรือต้องใช้ชีวิตเพียงคนเดียวในแบบที่ไม่มีคนคู่กายให้คำปรึกษาหรือคอยใส่ใจ หรือปัญหาที่สามารถพาไปสู่อาการซึมเศร้าได้ไม่ยาก เมื่อต้องคอยลุ้นว่าในแต่ละวันสามีที่อยู่ในสนามรบของตัวเอง จะได้รับบาดเจ็บ หรือรอดกลับมาถึงบ้านได้ไหม โดยเฉพาะในยามที่การติดต่อต่างๆ ขาดหาย หรือมีเจ้าหน้าที่มากดกริ่งที่หน้าบ้าน

รวมไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่แม่บ้านเหล่านี้มีให้กันและกัน ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีนิสัยใจคอ มีรอยแผลในความทรงจำ หรือว่าความชอบพอที่แตกต่างกันไป ที่สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งได้เมื่อต้องมาร่วมงานกัน และหนังก็เลือกที่จะเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครสองคนที่ดูเหมือนน้ำกับน้ำมัน

เคทภรรยานายทหารที่อาสาไปรบในอัฟกานิสถาน กับลิซาภรรยาจ่ากรมที่มาทำหน้าที่ดูแลกลุ่มแม่บ้าน ที่ไปๆ มาๆ แทนที่จะปล่อยให้ลิซาได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เคทกลับล้วงลูกด้วยการทำตัวเหมือนเป็นผู้นำกลุ่มกลายๆ และด้วยความแตกต่างทั้งในเรื่องมุมมองและทัศนคติ ก็ทำให้กลุ่มนักร้องประสานเสียงที่ตั้งขึ้น แม้จะเดินหน้าไปได้ด้วยดี หากก็มีเรื่องติดๆ ขัดๆ เล็กๆ น้อยๆ ให้กวนใจเป็นพักๆ อยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสอนร้องเพลงที่ทั้งคู่มีพื้นฐานแตกต่างกัน และทำให้การสอนแตกต่างกัน เช่นเดียวกับรสนิยม ที่จะว่าไปแล้วลิชามีลักษณะที่ติดดินและเข้าถึงง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการสอนร้องเพลงที่เริ่มด้วยเพลงป็อปง่ายๆ ไม่ใช่ด้วยโน้ท ด้วยการนับจังหวะที่ดูน่าเบื่อซับซ้อน และด้วยเพลงแบบคลาสสิคัล

แต่หากมองลึกลงไป ในหลายต่อหลายครั้ง หนังก็แสดงให้เห็นว่า ทั้งคู่คือหยินกับหยาง มากกว่าจะเป็นน้ำกับน้ำมัน เมื่อการสอนของเคทเข้าใจยาก การสอนของลิซาก็ทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย แต่เมื่อความเรียบง่ายของลิซาทำให้อะไรๆ ดูุวุ่นวายการใช้ระเบียบแบบแผนของเคทก็สามารถมาช่วยให้สิ่งต่างๆ เดินหน้าไปด้วยดีได้สำเร็จ

กระทั่งในเรื่องของการใช้ชีวิต เคทดูจะตีกรอบให้กับตัวเองอย่างแน่นหนา จริงจังกับทุกอย่าง กระทั่งเรื่องของการตั้งกลุ่มนักร้องประสานเสียงก็ไม่เว้น เมื่อเธอมองว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ลิซากลับปล่อยวางมากกว่า โดยเฉพาะกับการยอมรับความเป็นจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เมื่อเคทดูจะยังจมอยู่กับการจากไปของลูกชาย

และก็เป็นไปตามสูตร ความขัดแย้งของทั้งคู่มาถึงจุดระเบิดที่ทำให้ไปด้วยกันไม่ได้ ในช่วงเวลาสำคัญของคณะนักร้องฯ ที่จะได้ไปขึ้นโชว์ในงานซึ่งจัดขึ้นที่โรยัล อัลเบิร์ท ฮอลล์ ที่บทสรุปของเรื่องก็คงเดาไม่ยากว่าจะไปลงเอยกันที่ไหนยังไง

แม้จะมีประเด็นที่หนักหนาอยู่ข้างใน แต่ Military Wives ก็คล้ายๆ กับ The Full Monty ที่ทุกอย่างถูกทาบทับด้วยอารมณ์ขัน และท่วงท่าเบาๆ ของหนัง ที่ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า the Full Monty นั้นทำได้ดีกว่า เพราะปมปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวละครแต่ละราย ในเวลาเดียวกันมันก็สะท้อนถึงปัญหาสังคมด้วยเช่นกัน แต่กับ Military Wives ดูจะเป็นปัญหาส่วนตัวหรือเฉพาะกลุ่มมากกว่า

ทำให้หนังไม่ถึงกับมีความคมคายในแบบเดียวกับที่ The Full Monty ทำให้รู้สึก

ขณะที่บทสนทนาหรือว่าอารมณ์ขันต่างๆ บทของ ราเชล ทันนาร์ด กับโรแซนน์ ฟลินน์ ก็เช่นกัน เรียกว่ายังห่างชั้นจากมือทองสมองเพ็ชร์ของวงการหนังอังกฤษ – ไซมอน โบฟอย อยู่หลายช่วงตัว

แต่ถ้าไม่มองเทียบกับหนังที่น่าจะเป็นหนังอังกฤษขึ้นหิ้งยุคใหม่ไปแล้วเรื่องนั้น

Military Wives ก็เป็นงานที่ให้ความบันเทิงได้ แม้จะไม่ถึงกับฉูดฉาดมากนัก นอกจากอารมณ์ขันที่ทำให้ได้ยิ้ม หรือหัวเราะเป็นพักๆ ก็ยังมีเพลงเพราะๆ ให้ได้ฟัง ซึ่งส่วนใหญ่ (หรือทั้งหมด) ก็ว่าได้ ถูกเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นเพลงร้องประสานเสียง ที่พอฟังแล้วก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ ไม่ว่าจะเป็น “Shout” ของ Tears for Fears, “Time After Time” ของซินดี ลอเพอร์

รวมไปถึงก็มีฉากที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งประทับใจ ที่อาจจะทำให้บางคนถึงกับน้ำตาซึมได้เช่นกัน

เรียกได้ว่าเป็นหนังครบรสก็คงได้ และน่าจะทำให้เป็นความบันเทิงที่ช่วยให้หนีพ้นเรื่องแย่ๆ ในช่วงเวลานี้ของชีวิต ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ, อากาศร้อน และโควิด-19 ได้บ้างไม่มากก็น้อย

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1300 ปักษ์หลัง มีนาคม 2563


SHARE THIS
  • 70
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    70
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On