Movie ReviewREVIEW

ดูมาแล้ว – MOST DANGEROUS GAME ความบันเทิงในเรื่องราวเดิม ๆ ที่ไม่แย่แต่ก็ไม่ติดใจ ***

แม้จะไม่มี ‘The’ นำหน้า เหมือนชื่อเรื่องสั้นของริชาร์ด คอนเนลล์ เมื่อปี 1924 ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งจากข้อมูลบนวิกิพีเดียบอกว่า ฉบับที่โดดเด่นที่สุดก็คืองานเมื่อปี 1932 ซึ่งจอห์น แม็กครีแสดงนำคู่กับเลสลี แบงก์ส มาถึงวันนี้เรื่องสั้นของคอนเนลล์ ที่กลายเป็นสมบัติสาธารณะไปแล้วเรียบร้อย ยังได้ชื่อว่าเป็น “เรื่องสั้นที่ถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากที่สุด”

แต่หนังที่เลียม เฮมสเวิร์ธประกบกับคริสตอฟ วอลท์ซ และกำกับโดยฟิล อบราฮัมเรื่องนี้ ก็มีที่มาจากตัวเรื่องสั้นคลาสสิกเรื่องนั้นนั่นละ

เฮมสเวิร์ธผู้น้องรับบทเป็นด็อดจ์ ไทน์ส อดีตนักวิ่งฝีเท้าดี นักศึกษาเรียนเก่ง ที่ชีวิตต้องเจอกับปัญหาใหญ่ เมื่ออาคารที่ตัวเองสร้างเจอกับสภาวะง่อนแง่ทางธุรกิจ แถมตัวเองก็เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย โดยภรรยาก็เพิ่งตั้งท้องลูกคนแรก ทำให้ไทนส์พยายามหาทางขายโครงการของตัวเอง เพื่อมีเงินก้อนสุดท้ายให้กับลูกและเมีย

แต่เมื่อโครงการไม่มีใครรับซื้อ ทางออกเดียวของเขาก็คือ กองทุนทางการเงินที่ชื่อ ทิโร ฟันด์ส ที่มี ไมลส์ เซลลาร์ส (วอลท์ซ) เป็นผู้บริหาร ซึ่งออกเงินกู้โดยที่ผู้ยื่นขอไม่ต้องมีหลักประกันใด ๆ และเมื่อตอบตกลง ชีวิตของไทน์สก็ตกอยู่ในอันตรายทันที เมื่อกลายเป็นเหยื่อของนักฆ่ารวม 5 ราย โดยต้องหนีตายให้ได้ในเวลา 1 วัน เพื่อที่จะได้รับเงินก้อนโตเป็นรางวัล แล้วก่อนจะถึงเวลานั้น ก็จะมีเงินโอนเข้าบัญชีให้เขาทุกชั่วโมง โดยกติกาของเกมก็ง่าย ๆ เมื่อเริ่มแล้วจะไม่หยุดจนกว่าจะถึงเวลาหรือว่าเขาเสียชีวิต, ห้ามบอกใครเรื่องนี้ และห้ามออกจากเขตเมือง มิเช่นนั้นเกมจะไม่มีการหยุดจนกว่าเขาจะตาย โดยที่ไทน์สไม่มีอะไรติดตัวเลย นอกจากรูปอัลตราซาวด์ของลูก ยาระงับอาการปวด

ส่วนฝ่ายนักล่าก็จะได้รับสัญญาณแจ้งที่อยู่ของไทน์สทุกชั่วโมงเป็นเวลา15 วินาที และไม่มีการลงมือในที่ชุมชน

เรื่องถือว่าไม่ได้มีความแปลกตา หรือว่าสดใหม่ แต่อย่าลืมว่า นี่คือพล็อตที่เขียนกันมาตั้งแต่ปี 1924 ที่ตอนนั้นคงล้ำ และน่าจะกลายเป็นต้นแบบให้กับหนังที่ว่าด้วยเกมล่ามนุษย์อีกหลายต่อหลายเรื่องในเวลาต่อมา

ที่น่าสนใจก็คือ ต้นทางจริง ๆ ของ ‘Most Dangerous Game’ ฉบับนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์ขนาดยาว หรือหนังฉายโรง แต่เป็นซีรีส์ทางควิบี (Quibi) สตรีมมิงเจ้าหนึ่ง ตอนกลางปี 2020 ตามด้วยการปล่อยให้ชมทางสตรีมมิงอีกรายตอนเดือนสิงหาคมปีนี้ (2021) ที่น่าจะได้รับความนิยมไม่น้อย เพราะมีการประกาศสร้างปีที่ 2 ตามมา ก่อนที่จะนำมาตัดต่อใหม่ให้เหลือความยาวเพียง 2 ชั่วโมงนิด ๆ แล้วปล่อยให้ชมทางแอมะซอน ไพร์ม วิดีโอ

ถึงไม่ใช่หนังยาวมาตั้งแต่ต้น แต่ตัวหนังก็มีความต่อเนื่อง ไม่หลุด หรือโดดจนน่าเกลียด อย่างน้อยก็รู้สึกลุ้นไปกับการเอาตัวรอดของตัวละคร

แต่เรื่องประเด็น ปมต่าง ๆ แล้ว ‘Most Dangerous Game’ ไม่ได้มีความพิเศษ หรือน่าเซอร์ไพรส์อะไร เป็นงานที่ขายความบันเทิงจากการเล่นเกมแมวจับหนูในเมืองใหญ่ ที่ทำออกมาได้สนุก ดูเพลิน ตัวโปรดักชั่นก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เรื่องราวก็มีพลิกผัน มีการสร้างสถานการณ์ให้ตัวละครต้องเอาตัวรอดยามคับขัน มีความตื่นเต้นเป็นระยะ ซึ่งถือว่าได้ในเรื่องความบันเทิง

ถึงจะดูพื้น ๆ ในระดับมาตรฐาน ไม่มีอะไรที่โดดเด่นจับตา แต่ ‘Most Dangerous Game’ ก็ทำได้ดีในเรื่องของการสร้างลักษณะของตัวละคร ทั้งกลุ่มนักล่า ที่มากันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ดีอังกฤษจอมโหด, คาวบอยอเมริกัน, สาวนักบู๊ชาวจีน, นักฆ่าผิวดำที่เรียนรู้เรื่องจิตวิทยา และชายสูงวัยมาดเซอร์ ที่นอกจากจะแตกต่างกันชัดเจนในเรื่องภาพลักษณ์ มุมมอง ความคิด วิธีการ ก็แตกต่างกัน หนังยังมีกิมมิกในเรื่องชื่อของนักล่าเหล่านี้ เมื่อทุกคนใช้ชื่อประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา อย่าง นิกสัน, เคนเนดี หรือเรแกน เป็นชื่อเรียกหากัน

ตัวไทน์ส ที่รับบทโดยเฮมสเวิร์ธเอง ก็ไม่ได้เก่งแบบตะพึดตะพืด หรือไม่มีที่มาที่ไป นี่คือนักวิ่งตัวแทนมหาวิทยาลัย แถมยังเป็นนักศึกษาเรียนดีหัวไว ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น เฮมสเวิร์ธเองก็เล่นได้อย่างน่าเชื่อถือ การแก้ปัญหา หรือว่าการเอาตัวรอดในแต่ละครั้ง เลยไม่ถึงกับดูบางเบา เอากันง่าย ๆ

วอลต์ซเองก็เล่นได้ดี แต่ก็เป็นไปตามมาตรฐาน เมื่อบทที่เล่น ไม่ได้ดูต่างไปจากตัวร้ายจำพวก Mastermind ในตอนท้ายอาจจะรู้สึกว่าตัวละครของเขา ‘หลุด’ เกินจากตัวตนที่เห็นกันตั้งแต่ต้น แต่ในอีกมุมก็มองได้เช่นกันว่า กับการจัดเกมล่ามนุษย์ของไมลส์ที่ไม่ใช่ครั้งแรก และเขาคุมเกมได้ตลอด แต่มาหนนี้ สถานการณ์ที่แตกต่างไป ก็มีเหตุมีผลพอจะทำให้ตัวละครของเขา ‘น็อต’ หลุดได้ไม่ยาก

หากที่ชอบ และถือว่ามีเสน่ห์เป็นพิเศษก็คือ ตัวละครนักเก็บกวาด ที่นอกจากจะจับตาดูไทน์สอย่างใกล้ชิด ยังทำหน้าที่เคลียร์สถานที่ ลบเบาะแสหรือว่าหลักฐานที่ทางการอาจแกะรอยการเล่นเกม ที่ ‘ต้อง’ เป็นความลับได้ แม้จะไม่ได้แสดงออกอะไรมากมายนัก แต่ตัวละครรายนี้ก็มีสัมผัสของคนเชี่ยวประสบการณ์ และรู้ทางหนีทีไล่ รวมถึงสถานการณ์ของเกม ในระดับที่มองออกว่า บางทีอาจจะต้องถึงเวลาที่ควรถอยกันแล้ว

นอกจากการไล่ล่า สถานการณ์พลิกผัน ตัวละครที่ไม่น่าไว้ใจ ‘Most Dangerous Game’ ยังมีเรื่องหักมุมปิดท้าย ถึงที่มาที่ไปของการกลายเป็นเหยื่อในเกมของไทน์ส ซึ่งไม่ถึงกับทำให้ตบเข่าฉาด แต่ก็เป็นสีสันที่ดี และเมื่อรวมกับฉากปิดท้ายจริง ๆ ของหนัง มันก็เหมือนกับจะบอกเรากลาย ๆ ว่า

ไป ๆ มา ๆ สถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับผู้คนหรือตัวเรา บางทีอาจจะมีใครชักใยอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้
(MOST DANGEROUS GAME ทางแอมะซอน ไพร์ม)

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1337 ปักษ์แรกตุลาคม 2564

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:Movie Review

Comments are closed.