ดูมาแล้ว – MOWGLI: LEGEND OF THE JUNGLE การตีความแบบหม่น ของเรื่องราวที่เคยบันเทิง สดใส

SHARE THIS
  • 21
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    21
    Shares

MOWGLI: LEGEND OF THE JUNGLE: หากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการเดิมๆ ในปี 2016 จะมีหนังเมาคลี ลูกหมาป่าให้ได้ชมกันถึงสองเรื่อง เรื่องแรก The Jungle Book ของวอลท์ ดิสนีย์ มีจอน แฟฟโรว์กำกับ อย่างที่ได้ชมกัน กับหนังเรื่องนี้ Mowgli: Legend of the Jungle ที่ในตอนแรกใช้ชื่อว่า The Jungle Book: Origins แต่แล้วด้วยความล่าช้าในการทำงาน รวมไปถึงต้องการทิ้งระยะห่างจากหนังของดิสนีย์ที่เปิดตัวไปก่อน หนังเมาคลีเรื่องนี้ของแอนดี เซอร์คีส เจ้าพ่อการแสดงโม-แค็ป ก็ถูกเลื่อนฉายโดยวางกำหนดไว้ในปีนี้ แต่ท้ายที่สุด Mowgli: Legend of the Jungle ก็ถูกเน็ทฟลิกซ์ซื้อ และปล่อยฉายให้ได้ชมกันตอนต้นเดือนธันวาคม 2561

โดยเรื่องราวหลักๆ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากที่เคยรับรู้กัน หากจะเพี้ยนกันไปบ้างก็ในส่วนรายละเอียด ที่ในฉบับนี้หนังให้เมาคลีได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้คน มีนายพรานฝรั่งที่ถูกตามมาล่าเสือเชอร์คาน เมาคลียังคงถูกเลี้ยงดูโดยฝูงหมาป่า มีบากีรา-เสือดำ กับหมีบาลู เป็นผู้ดูแลให้ความรู้อบรมสั่งสอน ขณะที่ทีมนักแสดงทั้งที่มาเล่นและให้เสียงก็เป็นหัวแถวของวงการไม่แพ้ฉบับของดิสนีย์ 2016 เพราะมีทั้ง คริสเตียน เบล, เคท แบลนเช็ทท์, เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์, นาโอมี แฮร์รีส และแน่นอน แอนดี เซอร์คีส

แล้วก็ให้ความสำคัญกับเรื่อง ‘กฏ’ ของป่า และการใช้ชีวิตของคนกับสัตว์ที่ต้องมีเขตแดนแบ่งแยกออกจากกัน ไปตามวิถีที่แตกต่างกัน ที่เมื่อกฏถูกละเมิดความวุ่นวายก็จะตามมา

ที่ต่างออกไปอย่างชัดเจนระหว่างหนังสองเรื่องที่ถูกสร้างและออกฉายโดยทิ้งช่วงห่างกันไม่นานนักก็คือ โทนของหนัง และบรรยากาศ เมื่องานของเซอร์คีสดูจะดิบ เคร่งขรึม จริงจัง และมีฉากโหดๆ ถึงเลือดถึงเนื้อมากกว่า ในแบบที่แทบไม่มีอารมณ์ขันให้สัมผัส ซึ่งแน่นอนว่าน่าจะเหมาะกับเด็กที่โตรู้เรื่อง รู้ราวแล้วมากกว่าจะเป็นบรรดาเด็กๆ ที่ยังต้องบอกอธิบายอะไรที่ดูซับซ้อนของหนังเป็นระยะๆ

ในขณะเดียวกัน การเล่าเรื่องแม้จะมีทิศทางชัดเจน พยายามสร้างเหตุผล และความเป็นมาให้การกระทำของตัวละคร แต่ก็ดูจะนิ่งเนิบ และพาไปถึงจุดพีคทางอารมณ์ไม่สำเร็จ แม้ในช่วงท้ายของหนัง จะอัดแน่นไปด้วยสถานการณ์ที่ดู ‘น่า’ ตื่นเต้น และพลิกผันไปมา แล้วก็มีช่วงเวลาที่เรื่องราวของหนังเหมือนหยุดนิ่ง ไปกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้มีความสำคัญต่อเรื่องมากนักอยู่พักใหญ่ทีเดียว ท้ายที่สุด ก็คงต้องบอกว่า นอกจากหนังจะหม่นไปสำหรับเด็กๆ แล้ว กับผู้ใหญ่หนังก็ไปได้ไม่สุด

เลยกลายเป็นความบันเทิงแบบกั้กๆ ไปซะ แม้จะไม่ใช่งานที่ย่ำแย่อะไรมากมาย

ทั้งๆ ที่ในส่วนของงานโปรดัคชัน หนังไม่ได้ย่อหย่อนไปจากงานของดิสนีย์เลย ซึ่งทุกอย่างมาพร้อมคุณภาพสำหรับการเป็นหนังจอใหญ่นั่นละ แม้การออกแบบหน้าตา รูปลักษณ์ตัวละครของ Mowgli: Legend of the Jungle ไม่ได้น่ารัก น่าชังเหมือนอย่างที่ตัวละครใน The Jungle Book 2016 เป็น มองในแง่ดี ก็คือเป็นไปตามโทนของหนัง บรรยากาศของเรื่อง การให้เสียงก็เยี่ยมสมกับคุณภาพของนักแสดงแต่ละคน ดนตรีประกอบก็ให้บรรยากาศของอินเดีย หรือประเทศแถบนั้น นอกเหนือไปจากมีฉากเต้นรำพื้นเมือง แต่งหน้าด้วยผงสีต่างๆ (ที่จะว่าไปแล้วก็ดูไม่จำเป็นกับเรื่องราวสักเท่าไหร่)

ดูจบแล้วก็ไม่แปลกใจ ที่ทำไมท้ายที่สุดแล้ว วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ถึงตัดสินใจขายหนังให้กับเน็ทฟลิกซ์ เพราะหากจะต้องทำตลาดกับหนังที่เป็นเรื่องราวเดียวกับคู่แข่ง แถมออกฉายช้ากว่า และตัวหนังยังลักลั่นในเรื่องกลุ่มเป้าหมาย ประเภทหม่นไปสำหรับเด็ก แต่ธรรมดาไปสำหรับผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะประสบความสำเร็จเป็นกอบเป็นกำ

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1270 ปักษ์หลังธันวาคม 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 21
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    21
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On