Movie ReviewREVIEW

ดูมาแล้ว – One Ordinary Day ปัญหาอยู่ที่ ‘คน’ ในกระบวนการยุติธรรม มากกว่าจะเป็นที่ตัวบทกฏหมาย ****

จากค่ำคืนธรรมดา ๆ ในชีวิตของเด็กมหาวิทยาลัย ที่อยากจะไปสนุกกับเพื่อน ๆ ในงานปาร์ตีริมสระน้ำ แต่เพราะเป็นการเปลี่ยนใจกระทันหันหลังจากการเข้ากลุ่มทำรายงานยกเลิกแบบปัจจุบันทันด่วน และตัวเองก็ไม่ใช่ครอบครัวกระเป๋าหนัก รถแท็กซีที่พ่อใช้หากิน เลยกลายเป็นพาหนะในการเดินทาง อย่างที่หลาย ๆ คนเคยบอก เลี้ยวผิดชีวิตเปลี่ยน และชีวิตของคิมฮยอนซู (คิมซูฮยอน) ก็เปลี่ยนจริง ๆ เพราะดันมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยโดนมาขึ้นรถ ที่เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย เขาตัดสินใจปล่อยเหตุการณ์ให้เลยตามเลย จนไปจบลงที่บ้านหรูของฝ่ายหญิง ที่มีทั้งดื่มเหล้า อัพยา เล่นเกมมีด ก่อนที่จะจบลงบนเตียง

วันธรรมดา ๆ ของ ฮยอนซู ดูจะเป็นวันแสนสุข ถ้าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังเขาตื่นขึ้นมาจะไม่ใช่เรื่องที่ว่า ร่างของหญิงสาวที่นอนเปลือยเปล่าไร้สติบนเตียง จะเต็มไปด้วยบาดแผลถูกแทง ฮยอยซูรับหนีออกมาจากบ้าน แต่ด้วยความตระหนกทำให้หลงลืมข้าวของ จนต้องทุบบานกระจกเพื่อเข้าไปเอาอีกครั้ง ที่แย่ยิ่งกว่านั้นเขาถูกเรียกเป่าแอลกอฮอล์ ก่อนที่จะต้องติดรถของเจ้าหน้าที่กลับไปที่เกิดเหตุอีกหน เพราะมีคนโทรแจ้งตำรวจเพราะคิดว่ามีเรื่องงัดเข้าบ้าน ซึ่งกลายเป็นคดีฆาตกรรม ที่ฮยอนซูถูกเจ้าหน้าที่จากด่าน พาไปแปะไว้ที่โรงพัก ซึ่งในที่สุดความก็แตกว่า เขาคือคนสุดท้ายที่ใช้เวลาร่วมกับหญิงสาวในบ้านหลังนั้น ก่อนที่เธอจะหมดลมหายใจ แล้วที่ไปไกลกว่านั้นก็คือ เขาดันเก็บมีดจากบ้านไว้กับตัวอีกต่างหาก ทุกอย่างล้วนชี้ไปว่า เขานี่แหละผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ โดยที่มีเพียงคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาก็คือ ชินจุงฮัน (ชาซึงวอน) ทนายไร้อันดับ ที่หากินกับคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ตีนศาล ข้างโรงพัก ที่ดูแล้วไม่น่าจะช่วยเด็กหนุ่มให้รอดพ้นจากการเป็นฆาตกรได้เลย

จากตอนแรกที่เปิดเหตุการณ์ไว้ดี ก่อนทิ้งท้ายตรงการตัดสินใจร่วมมือกับจุงฮันของฮยอนซู ท่ามกลางแสงไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ ของโรงพัก ราวกับจะบอกว่า สถานการณ์ของเขา (หรือทั้งคู่) ไม่น่าจะราบรื่นสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อสภาพแวดล้อมของเหตุการณ์ ไม่ว่าจะพยานหลักฐาน หรือพยานบุคคล ล้วนมัดเด็กหนุ่มแน่น แถมได้ทนายกะหลั่วอีกต่างหาก ซีรีส์ขนาด 8 ตอนที่ดัดแปลงมาจากซีรีส์ของบีบีซี ‘Criminal Justice’ เริ่มต้นได้อย่างน่าติดตาม ด้วยการตั้งคำถาม… “ฮยอนซูจะรอดจากคดีไปได้อย่างไร”

หลังได้รู้จักเด็กหนุ่ม ว่าเป็นเด็กหน้าตาดี มีเสน่ห์ ที่ต้องให้เครดิตกับการเลือกนักแสดงที่ ได้คนซึ่งทำให้คนดูพร้อมจะ ‘รัก’ มารับบท ฮยอนซูยังเป็นเด็กจิตใจดีอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นท่าทางสุภาพเรียบร้อย รวมถึงการเลือกไปเข้ากลุ่มรายงาน มากกว่าจะไปปาร์ตีกับเพื่อน เรื่องทำให้ผู้ชมได้รู้จักตัวละครอื่น ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทนายจุงฮัน ที่มีปัญหาการอาการแพ้เป็นผื่นคันที่เท้า ซึ่งหย่ากับภรรยาและมีปัญหาในเรื่องการดูแลลูกที่ไปอยู่กับแม่ และที่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ไปอีกก็คือ เขาดูจะไม่คุ้นเคยกับคดีระดับนี้นัก

แต่ที่หนักหนาก็คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับคดีนี้ พักซังบอม (คิมฮงปา) ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณ มีวาระซ่อนเร้นในการทำคดีนี้ จนตั้งธงว่า ฮยอนซู คือผู้ลงมือ โดยไม่สนใจรายละเอียดรายรอบเลย ส่วนอัยการที่มาทำคดี อันแทฮี (คิมชินรก) ก็เป็นพวกที่เอาให้มั่นคั้นให้ตาย ไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้ และลึก ๆ แล้วเธอก็มีเป้าหมายบางอย่างที่ไม่ต่างไปจากซังบอม ส่งผลให้การทำคดีนี้ของทั้งคู่ไม่ต่างไปจากการรวมหัวเพื่อส่งฮยอนซูไปสู่ลานประหาร ที่ระหว่างการพิจารณาคดีเด็กหนุ่มก็ถูกส่งไปขังในเรือนจำ ซึ่งเป็นโลกอีกใบที่แตกต่างไปจากที่เขาคุ้นเคย ที่สำหรับคนดูอย่างเรา ๆ มันก็คือการโยนวิบากกรรมให้ฮยอนซูซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากที่เลวร้ายที่สุดก็คือ หนังยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้ชมที่ว่า เด็กหนุ่มหน้าตาดี ท่าทางสุภาพคนนี้ ไม่ใช่ฆาตกรไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการพิจารณาคดี ที่ดูเหมือนว่า ด้วยฤทธิ์ยาและเหล้าเป็นไปได้ที่เขาจะทำอะไรบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว ที่เมื่อรวมกับหลักฐานต่าง ๆ รายรอบ ก็ทำให้เราเริ่มไม่แน่ใจในตัวเด็กหนุ่มไปพร้อม ๆ กัน

แล้วภายใต้ฉากหน้าของงานขึ้นโรงขึ้นศาล สิ่งที่หนึ่งที่ ‘One Ordinary Day’ นำเสนอไปพร้อม ๆ กัน หากเริ่มต้นแบบลางเลือน ก่อนที่จะเด่นชัดและถูกเน้นย้ำมากขึ้นก็คือ เรื่องการดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย ที่นอกจากจะเป็นแหล่งสร้างชื่อให้กับบางคน เช่น ทนายจากสำนักงานใหญ่ ที่มาจับคดีนี้ก่อนที่จะโบกมือลา เมื่อฮยอนซูไม่ยอมทำตามความต้องการของเธอ ที่เป็นการประสานประโยชน์กับฝ่ายตำรวจและอัยการ ยังเป็นบันไดให้หลาย ๆ คนได้ใช้ไต่เต้าโดยไม่นึกถึงสภาพชีวิตและจิตใจของคนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ ฮยอนซู

ไม่ว่าจะเป็นการพยายามบีบคั้นทางจิตใจของเด็กหนุ่มระหว่างการพิจารณาคดี การหาหลักฐานมามัดตัวเขาให้ได้มากที่สุด โดยไม่สนใจความผิดปกติบางสิ่งบางอย่าง

โดยเฉพาะการถูกส่งตัวไปสู่เรือนจำ ที่กลายเป็นเบ้าหลอมใหม่ของเด็กหนุ่ม เมื่อต้องเจอกับพวกสิงห์ขี้คุกทั้งหลาย ความรุนแรง และความกดดัน จนเปลี่ยนเขาจากเด็กมหาวิทยาลัยท่าทางใส ๆ ไปเป็นชายหนุ่มที่แข็งกร้าว กร้านโลกมากขึ้น เพื่อที่จะเอาตัวให้รอดจากชีวิตในคุก จนกลายเป็นลูกมือของเจ้าพ่อคนหนึ่งในคุก ที่บุคลิกภาพต่าง ๆ ของเขา เมื่อวันเวลาผ่านไปก็แตกต่างจากที่เคยเป็นในวันที่ย่างกรายเข้ามาลิบลับ

หลายคนอาจจะมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ช่องโหว่ หรือความอ่อนแอของกฎหมาย หากจริง ๆ แล้ว สิ่งที่ ‘One Ordinary Day’ พยายามจะนำเสนอก็คือ ที่เป็นปัญหามากกว่าช่องโหว่หรือความอ่อนแอของกฎหมายก็คือ ผู้คนที่ใช้และทำมาหากินกับกฎหมายต่างหาก เมื่อมองถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นเชื่อเสียง, การได้หน้าที่การงานมั่นคง หรือการได้เติบโตในตำแหน่งหน้าที่ โดยหลงลืม หลักการที่ว่า “ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ไม่มีผู้ใดสมควรถูกสันนิษฐานว่าผิด” ซึ่งเป็นคำพูดที่พิมพ์ไว้ในหน้าแรกของหนังสือประมวลกฎหมายอาญาที่เจ้าพ่อคุกมอบให้กับฮยอนซู และคนพวกนี้นี่เอง ที่ทำให้กฎหมายกลายเป็นสิ่งที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์ การดำเนินคดีกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

หนังแสดงให้เห็นประเด็นดังกล่าวชัดเจน แต่ในเรื่องของการพิจารณาคดีในศาล ดูจะถูกใช้เพื่อหวังผลทางดราม่า หรือสร้างความทุกข์แสนสาหัสให้กับตัวละคร จนดูหละหลวม ไม่หนักแน่นนัก แต่อย่างน้อยก็ทำงานได้ผล รวมถึงสร้างสถานการณ์พลิกผันไป-มา ให้เรื่องราวดูสนุก เข้มข้นทางอารมณ์ เช่นเดียวกับเรื่องราวในเรือนจำ ที่ถึงจะดูหลุดไปจากภาพรวม หากอย่างน้อย มันก็ตอกย้ำให้เห็นว่า ความผิดพลาดของการดำเนินคดีตามกระบวนทางกฎหมาย ที่เป็นไปเพื่อเป้าหมายบางอย่าง ไม่ใช่เพื่อค้นหาความ ‘จริง’ หรือ ความ ‘ถูกต้อง’ มันส่งผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำอย่างไรบ้าง

ไม่ใช่แค่ประเด็นจะชัดเจน การเล่าเรื่องแม้จะมีข้อบกพร่องในด้านหนึ่ง หากก็กลายเป็นเรื่องดีในอีกมุมหนึ่ง บรรดานักแสดงยังขึ้นจอได้อย่างสมบทบาท รับ-ส่งกันได้สนุก โดยมีสองหนุ่มสองวัย ชาซึงวอนกับคิมซูฮยอนเป็นศูนย์กลาง รายแรกคือ ทนายเรื้อน ๆ ที่ดูไม่มีฝีไม้ลายมือ แต่ด้วยบางสิ่งบางอย่าง ก็ทำให้เรา ๆ รู้สึกเสมอว่า เขามีอะไรอยู่ในตัว แม้บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่ดูเกินเลย หรือไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่อย่าลืมว่า นี่คือตัวละครที่คลุกคลีอยู่กับโลกของกฎหมายข้างถนน คนในโลกมืดของสังคมเมืองตลอดเวลา ส่วนสตาร์ดังอย่างซูฮยอนก็ไม่ได้เป็นฮยอนซูแค่หน้าตา ภาพลักษณ์ ที่หลาย ๆคนเอาใจช่วยในทันที ที่ถูกโยนเข้าห้องขัง หากยังแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวละครจากข้างในได้ดี ไม่ไว้จะเป็นท่วงท่าที่แข็งกร้าวมากขึ้น แววตาที่ไม่ได้ดูสดใสอย่างที่เคยเป็น ขณะที่ดวงตาที่เหม่อลอยในฉากสุดท้ายของหนัง ก็สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่า ที่มีความสับสนซุกซ่อนอยู่ภายใน

ท้ายที่สุด ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละ และความรู้สึกผิดของใครบางคน จะทำให้ครรลองของกฎหมายเป็นไปอย่างที่ควรเป็น และชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้หลุดพ้นจากโลกที่ไม่สมควรเข้าไปได้สำเร็จ แต่มันก็สายไปแล้ว เพราะชีวิตของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะหัวจิตหัวใจ ที่วันธรรมดาวันหนึ่งในชีวิตตอนนี้ ไม่ใช่วันธรรมดาวันหนึ่งเหมือนที่เคยเป็นไปอีกต่อไป (ONE ORDINARY DAY ทางวิว)

โดย นพปฎล พลศิลป์
(เป็นกำลังใจให้ www.sadaos.com ด้วยการสนับสนุนทางการเงิน ได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วส่งสลิปการโอนเงินมาที่ shopsadaos@gmail.com เพื่อมอบรางวัลให้กับผู้สนับสนุนที่โชคดีต่อไป)

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:Movie Review

Comments are closed.