นวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ของเจมส์ คลาเวลล์ (James Clavell) เคยขึ้นจอเล็กเป็นมินิซีรีส์ให้ชมกันตอนปี 1980 ซึ่งบ้านเรากว่าจะได้ชมก็หลังจากนั้นอีกหลายปี ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่ยุคนั้นเป็นขาใหญ่ในการนำมินิซีรีส์กับซีรีส์ทั้งฝรั่ง ทั้งจีนมาให้ผู้ชมโทรทัศน์ได้ชมกัน แต่ก่อนหน้าก็มีหนังสือแปลของคุณธนิต ธรรมสุคติให้ได้อ่านเป็นออเดิร์ฟไปก่อน
แต่ถ้าถามว่าจำอะไรได้บ้างจากมินิซีรีส์กับหนังสือ ‘Shogun’ ในยุคนั้น คำตอบก็คือ ภาพของริชาร์ด แชมเบอร์เลน (Richard Chamberlain) ที่รับบทเป็นหนึ่งในตัวเอกของเรื่อง จากนิตยสารสตาร์พิกส์ ที่ชอบเอาภาพจากมินิซีรีส์เรื่องนี้มาลงยั่วน้ำลาย พร้อมเรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ ทั้งของนักแสดง ทั้งเบื้องหลังการทำงาน ตั้งแต่เพิ่งออกอากาศในสหรัฐอเมริกามาลง ส่วนหนังสือก็จำได้เลา ๆ แล้ว เพราะอ่านตั้งแต่ยังไม่ทำบัตรประชาชน รู้ว่าเป็นเรื่องของลูกเรืออังกฤษคนหนึ่งที่ไปญี่ปุ่น แล้วไปช่วยให้ขุนนางคนหนึ่งชนะสงครามกลางเมืองระหว่างขุนนางด้วยกัน ที่ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับล่ามสาวชาวญี่ปุ่น เป็นเรื่องโรแมนซ์แทรกเข้ามา
เอ้า… จำได้ว่าตัวละครคนนั้นชื่อ จอห์น แบล็คธอร์น (John Blackthorne) แล้วก็ความสนุกของนิยาย ที่ต้องหยิบมาแอบอ่านเวลาอยู่ในชั้นเรียนอีกอย่าง
สรุปง่าย ๆ คือ ความทรงจำถึงมินิซีรีส์และหนังสือ ‘Shogun’ ในช่วงเวลาที่เป็นพีกของมัน เมื่อครั้งที่เปิดตัวหนแรก แทบจะเท่ากับ “0” ก็ว่าได้
ที่น่าแปลกใจก็คือ แม้จะเป็นมินิซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ (จากข้อมูลบอกว่าเป็นมินิซีรีส์ของสถานีเอ็นบีซี -NBC ที่มีผู้ชมมากที่สุด) แต่ก็ไม่มีสตรีมิงรายไหนซื้อสิทธิในการเผยแพร่ให้ได้ชมกัน ไม่เช่นนั้นก็คงได้ว่ากันต่อยาว ๆ ถึงความแตกต่างของ Shogun ฉบับริชาร์ด แชมเบอร์เลน-โตชิโร มิฟูเน่ (Toshiro Mifune) กับฉบับฮิโรยูกิ ซานาดะ (Hiroyuki Sanada) -คอสโม จาร์วิส (Cosmo Jarvis) ซึ่งหากสังเกตดี ๆ การวางชื่อนักแสดงของหนังทั้งสองฉบับ ก็มีความแตกต่างกันอยู่ เมื่อฉบับล่าสุดที่มีให้ชมทางดิสนีย์พลัส ฮ็อตสตาร์ ชื่อนักแสดงญี่ปุ่นถูกยกมาวางก่อนหน้า ที่คงพอจะบอกอะไรได้เลา ๆ
เพราะมีนวนิยายเป็นกรอบกำหนดชัดเจน เรื่องราวของ ‘Shogun’ โดยรวม ๆ จึงไม่ต่างไปจากเดิม จอห์น แบล็คธอร์น ต้นหนเรือดัตช์ที่ไปเกยตื้นที่ญี่ปุ่น ได้พบกับขุนนาง โยชิอิ โทรานางะ (Yoshi Toranaga) หนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ที่มีความขัดแย้งกับสมาชิกคนอื่น ๆ ภายใต้การนำของอิชิโดะ คาซูนาริ (Ishido Kazunari) ซึ่งวางแผนจะกำจัดโทรานางะ เพราะมองเห็น “ประโยชน์” บางอย่างจากตัวแบล็คธอร์น โทรานางะเลยไว้ชีวิตต้นหนรายนี้ และให้เขาช่วยฝึกการใช้ปืนใหญ่ที่นำมาจากเรือของแบล็คธอร์น โดยมีโทดะ มาริโกะ (Toda Buntaro -“Mariko”) หญิงสูงศักดิ์ ภรรยาลูกน้องคนสนิทของโทรานางะเป็นล่าม แล้วก็อย่างที่รู้กันหรือน่าจะคาดเดาได้ไม่ยาก ความสัมพันธ์ของเธอกับแบล็คธอร์นก้าวข้ามการเป็นเพื่อนร่วมงาน และกลายเป็นส่วนโรแมนซ์ของซีรีส์ ที่ทำให้หนังมีสีสันที่แตกต่าง ไม่ใช่มีแค่การแย่งชิงอำนาจระหว่างโทรานางะและอิชิโดะ
ปมความรักของมาริโกะกับแบล็คธอร์นก็ต่อยอดออกไปอีก เพราะไม่ใช่มีเพียงแง่มุมรักสามเส้า หรือความรักต้องห้าม รวมถึงความรักต่างวัฒนธรรม ซึ่งเป็นทางโรแมนซ์ล้วน ๆ แต่ยังมีเรื่องมุมมองต่อสตรีเพศของตะวันตกและตะวันออก ที่มีทั้งความแตกต่างและคล้ายคลึงถูกนำเสนอไปพร้อม ๆ กัน
การปะทะกันของสองวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทัศนคติที่แปลกแยกกัน ก็คืออีกหนึ่งความโดดเด่นของ ‘Shogun’ ที่นอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความซับซ้อน และพาเนื้องานไปไกลกว่าที่โครงเรื่องหลักวางเอาไว้แล้ว ยังมีเรื่องความขัดแย้งทางศาสนา ที่แม้จะเป็นศาสนาคริสต์เหมือนกัน แต่พอต่างนิกายก็ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ และยังขยับขยายไปสู่ความขัดแย้งทางการค้า หรืออาจมองย้อนกลับไปก็ได้ว่า ความขัดแย้งทางการค้าก็คือที่มาของความขัดแย้งทางศาสนาได้เช่นกัน
ถึงจะไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจน แต่ ‘Shogun’ ก็บอกเป็นนัย ๆ ว่า ศาสนาก็ไม่ต่างไปจากอาวุธหรือกองทัพ เมื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วงชิงดินแดนหรืออำนาจ จนคำกล่าวที่ว่า เพื่อให้ผู้คนหลุดพ้น ผู้คนได้พบทางสว่าง เป็นแค่คำโฆษณาชวนเชื่อของผู้เผยแพร่เท่านั้น
การชม ‘Shogun’ เลยเป็นความบันเทิงที่มีหลากหลายแง่มุมให้ติดตามและขบคิด โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อ ขนบธรรมเนียนประเพณี ที่เห็นได้ชัดว่า มีผลต่อกระบวนการทางความคิด ตลอดจนการกระทำของตัวละคร นอกจากให้เครดิตเจมส์ คลาเวลล์ผู้ประพันธ์นิยายว่า สามารถสอดแทรกเรื่องราวเหล่านี้เข้ามาในเรื่องได้อย่างกลมกลืน และจากข้อมูลบางแหล่ง หลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับวัฒนธรรมตะวันออก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ก็นำนวนิยาย ‘Shogun’ ไปเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นความ “ถูกต้อง” หรือ “ใกล้เคียง” ประวัติศาสตร์ของเรื่อง ก็ต้องให้เครดิตกับราเชล คอนโดะ (Rachel Kondo) กับจัสติน มาร์กส์ (Justin Marks) สองผู้สร้างสรรค์มินิซีรีส์ฉบับนี้ (ที่ฝ่ายหลังยังเป็นผู้ดำเนินรายการ หรือ Showrunner อีกตำแหน่ง) ซึ่งทำให้หลาย ๆ ประเด็นที่นำเสนอที่ไม่ต่างไปจากการใส่น้ำในน้ำมัน ผสมผสานกันได้กลมกลืนและสอดแทรกอย่างถูกช่องถูกทาง ไม่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลจนน่าเบื่อ ผ่านสายตาของจอห์น แบล็คธอร์น ที่ไม่ต่างไปจากคนนอก ที่หลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่เขาต้องเรียนรู้และรับมือกับมันให้ได้
คอสโม จาร์วิสทำได้ดีกับการเป็นเจ้าหนูจำไม ที่สงสัย-ตั้งคำถาม-ตื่นตะลึงไปกับหลายเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเขา (และผู้ชม) ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็ค่อย ๆ นิ่งขึ้น สงบมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
แล้วไม่ใช่แค่คนเดียวที่ทำได้เนี้ยบ หนังได้ทีมนักแสดงที่แข็งแรง “มาก” มารับผิดชอบตัวละครที่ “ซับซ้อน” และล้วนแต่เป็นคนสีเทา ผิดกันก็แค่เฉด จากคนนอกที่สับสน งุนงงในสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญของแบล็คธอร์น มาสู่คนที่ดูนิ่งไม่หวังอำนาจหรือต้องการเป็นใหญ่อย่าง โทรานางะ ที่ท้ายที่สุดเขาก็คือ “ไอ้ตัวร้าย” ที่ใช้ผู้คนมากมายเป็นเบี้ย ที่พร้อมสละได้ พร้อมนำไปใช้งาน ต่อให้เป็นลูกชายแท้ ๆ ที่ในบางมุมก็อาจมองได้ว่า เขาใช้กรอบขนบประเพณีมาบีบบังคับผู้คนให้เดินไปตามเกมที่เขากำหนด และฮิโรยูกิ ซานาดะก็ส่งผ่านความโหดเหี้ยม อำมหิต เลือดเย็น เจ้าเล่ห์แสนกลของตัวละครให้เห็นอย่างชัดเจน รับกับการเล่าเรื่องของคอนโดะและมาร์กส์ จน ‘Shogun’ ไม่ต่างจากการเล่นหมากรุกที่ตัวละครต่างชิงไหวชิงพริบกัน โดยโทรานางะดูจะเป็นผู้เล่นที่ยากจะคาดเดา และมีกลเม็ดล่อหลอกให้คู่แข่งหลงทางไปกับการเดินหมากในแต่ละครั้ง ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ ยาบูชิเงะ (Kashigi Yabushige) ขุนนางแห่งอิซุ (Izu) ของทาดาโนบุ อาซาโน (Tadanobu Asano) ที่แม้จะรับใช้โทรานางะ แต่ก็พร้อมร่วมมือกับอิชิโดะถ้าโทรานางะเพลี่ยงพล้ำ เป็นคนเหยียบเรือสองแคม ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย ที่ยากจะไว้ใจ แถมยังคิดว่าตัวเองฉลาด รับมือกับนายสองคนที่ต่างก็เป็นอริกันได้ คิดว่ากุมชะตาชีวิตตัวเองไว้ในมือ หากท้ายที่จริงแล้ว…. สิ่งที่เขาคิดกับสิ่งเป็นจริงอาจไม่เหมือนกันก็ได้
ฉากสนทนาในตอนสุดท้ายของโทรานางะกับยาบูชิเงะ คือฉากที่เต็มไปด้วยการแสดงที่ยอดเยี่ยม แสดงถึง “ชั้น” (Class) การแสดงของทั้งคู่ และการแสดงที่อาซาโนมอบให้ อาจทำให้ลืมไปเลยว่า เขาเคยเป็นพระเอกของเป็นเอก รัตนเรืองในหนังถึง 2 เรื่องด้วยกัน
แต่ที่มองว่าเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง ก็คือ โทดะ มาริโกะ ล่ามสาวของแบล็คธอร์น ของแอนนา ซาวาอิ (Anna Sawaii) ที่น่าจะเป็นตัวละครที่ซับซ้อนที่สุดของเรื่อง ตั้งแต่การเป็นคนญี่ปุ่นที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาธอลิก คู่อาฆาตกับโปรเตสแตนต์ของแบล็คธอร์น ซึ่งในทีแรกทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อใจการทำงานของเธอนัก อีกด้านหนึ่งเธอคือข้ารับใช้โทรานางะที่ซื่อสัตย์ยิ่ง แล้วจากความเป็นมา เธอเป็นลูกสาวของผู้ที่สังหารผู้นำคนก่อน แต่ถูกบังคับให้แต่งงานกับขุนศึกคู่ใจของโทรานางะ ที่มักดูแคลนครอบครัวเธอในอดีต มองเธอเป็นวัตถุมากกว่าคนที่มีชีวิตจิตใจ ด้วยสถานภาพของตัวละคร มาริโกะอาจไม่ใช่ตัวละครที่เป็นศูนย์กลางอย่าง แบล็คธอร์นที่ผู้ชมรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านมุมมองของเขา ไม่ใช่ตัวละครที่สำคัญอย่างโทรานางะ แต่กับการเล่าเรื่องของ ‘Shogun’ ที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอเส้นทางสู่อำนาจของโทรานางะ มาริโกะคือคนที่ขาดไม่ได้ ยิ่งเรื่องราว
ตั้งแต่กลางค่อนไปทางท้าย เธอมีบทบาทบนจอมากกว่าแบล็คธอร์นหรือโทรานางะด้วยซ้ำ น้ำหนักความสำคัญก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวละครหลักของเรื่องทั้งสองคน
ตัวละครอื่น ๆ ที่มาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง ล้วนมีความสำคัญ มีบทบาทของตัวเอง ไม่ว่าจะมามากมายหรือน้อยนิด อาทิ โอมิ (Kashigi Omi) หลานชายของยาบูชิเงะ, นางะกาโดะ (Yoshii Nagakado) ลูกชายของโทรานางะ, เหล่าขุนนางที่บางคนก็ตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงกันของศาสนากับผลประโยชน์ที่ได้มาจากความศรัทธา และคุณหญิงอิโยะ (Lady Iyo) ชายาผู้นำคนก่อน ที่ในตอนต้นเรื่องโทรานางะเอาเธอไปเก็บไว้ที่เอโดะ หากท้ายที่สุดเธอคือหมากสำคัญในแผนของเขา ทั้งที่ตอนแรกเธอปราศจากความไว้เนื้อเชื่อใจ และต้องการจัดการเขาให้สิ้นซากด้วยซ้ำ
ความสำคัญของอิโยะและมาริโกะในเรื่อง ก็ทำให้มองได้ในเวลาเดียวกันว่า แม้จะเป็นเรื่องของผู้ชาย แต่ความยิ่งใหญ่ การขึ้นสู่อำนาจของพวกเขา ก็ต้องมี “เธอ” เป็นกลไกสำคัญ
ด้วยความยาวระดับ 10 ตอน ‘Shogun’ ถือว่ายาวพอเหมาะ การเล่าเรื่องกระชับในระดับที่ดูสนุก ไม่แน่นเกินจนรวบรัดเพราะมีพื้นที่ให้เล่าเรื่อง ไม่โหวงเหวง เพราะมีปมประเด็นมากมายให้เล่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่แน่ไม่นอน ตัวละครต้องแก้ไขปัญหา หรือวางหมากที่ทำให้อีกฝ่ายหลงทาง หรือเสียเวลาไปกับการจัดการเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ปมส่วนตัวของตัวละครก็น่าสนใจ เพราะมันคือประเด็นที่หลาย ๆ ครั้งเป็นสิ่งสากล นักแสดงเล่นกันได้เพลินตา
หากก็เป็นงานเล่าเรื่องแบบเผาหัวช้า (Slow Burn) ปั้น-สร้าง (Build) มาตลอดทางเพื่อส่งไปถึงจุดพีกในตอนท้าย ที่หลาย ๆ คนคงมองว่า น่าจะเป็นการศึกครั้งใหญ่ แต่คอนโดะกับมาร์กส์ กลับจบเรื่องราวในแบบเซ็น เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน หรือพะรุงพะรัง อาจไม่คุ้มค่าสำหรับคนที่คาดหวังว่า จะได้พบฉากสงครามอลังการ แต่ในอีกมุมมันก็ทำให้ได้เห็นความยิ่งใหญ่ของคนอย่างโทรานางะ ที่เพื่อเส้นทางสู่ความสำเร็จ ต้องเสียสละได้ทุกอย่าง และเมื่อเสียไปแล้วก็ต้องนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้ม โดยเฉพาะหอกข้างแคร่ที่มีไว้ก็เสียววูบ ปล่อยไปก็เสียววาบ
เรื่องน่าจะจบลงตามหนังสือของเจมส์ คลาเวลล์ แต่ล่าสุดมีข่าวว่า สองผู้สร้างสรรค์กับทีมผู้อำนวยการสร้างกลับมาคุยกันต่อ เพื่อปั้นเรื่องอีกสัก 2 ฤดูฉาย โดยว่ากันว่าจะนำข้อมูลที่คลาเวลล์ใช้เขียนนิยายมาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งก็น่าสนใจว่าจะทำได้ดีขนาดไหน เพราะต้นทางของ ‘Shogun’ คือ เรื่องจริงแล้วถูกแต่งแต้มให้มีความสนุกสนานแบบงานดรามา โทรานางะ ก็คือโทกุงาวะ อิเอยาซุ (Tokugawa Ieyasu) ผู้รวมญี่ปุ่นเป็นปึกแผ่น และตั้งระบบการปกครองแบบโชกุน แบล็คธอร์นก็คือ วิลเลียม อดัมส์ (William Adams) ชาวอังกฤษคนแรกที่เดินทางไปถึงญี่ปุ่น โทดะ มาริโกะก็อิงมาจากโฮซากาวะ กราเซีย (Hosokawa Gracia) หญิงสูงศักดิ์ที่ความเป็นมาไม่ต่างจากกัน เพียงแต่ไม่เคยเจอกับอดัมส์ เช่นที่มาริโกะได้พบกับแบล็คธอร์น
ดูประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้น ตัวเรื่องยังมีของให้เล่าอีกเยอะ และสำหรับใครที่อยากเรียนรู้หรือศึกษาเพิ่มเติม ดู ‘Age of Samurai: Battle for Japan’ ที่สนุกจนลืมไปเลยว่าเป็นงานสารคดีที่มีให้ชมทางเน็ตฟลิกซ์อีกเรื่องก็น่าจะดี
ตอนนี้มาลุ้นกันว่า ถ้าได้ทำต่อคอนโดะกับมาร์กส์ จะเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีเหมือนที่เล่าเรื่องจากนิยายไหม เพราะหลายครั้งแล้วที่การสานต่อเรื่องราวใหม่เอง มักจะเจ๊งมากกว่าจึ้ง
ข้อมูลภาพยนตร์
ผู้สร้างสรรค์: ราเชล คอนโดะ, จัสติน มาร์กส์ จากนวนิยายเรื่อง Shogun ของเจมส์ คลาเวลล์ นักแสดง: ฮิโรยูกิ ซานาดะ, คอสโม จาร์วิส, แอนนา ซาวาอิ, ทาดาโนบุ อาซาโน, ทาเคฮิโระ ฮิระ, ทอมมี บาสทอว์, ฟูมิ นิไกโดะ
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 35 ฉบับที่ 5 มิถุนายน 2567
ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















