ดูมาแล้ว – THE UPSIDE ความสบายใจ ที่ใช้หลบหนีความร้อน และโลกจริงอันวุ่นวาย

SHARE THIS
  • 102
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    102
    Shares

THE UPSIDE: งานรีเมคจากหนังฝรั่งเศสเมื่อปี 2011 The Intouchables ซึ่งสร้างมาจากเรื่องจริงของฟิลิปเป ปอซโซ ดิ บอร์โก มหาเศรษฐีที่เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา และกลายเป็นงานแจ้งเกิดโอมาร์ ไซในบทนักโทษภาคทัณฑ์ที่มาดูแลฟิลิปเป หนังประสบความสำเร็จทั้งรายได้ ทั้งรางวัล โดยมาไกลถึงได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม

กับหนังฉบับอเมริกัน ได้นีล เบอร์เกอร์ ที่ประสบความสำเร็จจาก Limitless หนังไซ-ไฟ แบรดลีย์ คูเปอร์แสดงนำ ที่ผลงานหลังจากนั้นมีแค่ Divergent ที่ไปได้สวยอยู่แค่เรื่องเดียวมาเป็นผู้กำกับ มีไบรอัน แครนสตัน นักแสดงฝีมือดีมารับบทมหาเศรษฐีที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็น และเควิน ฮาร์ดเป็นนักโทษภาคทัณฑ์ที่ดูแลเขา แล้วก็มีนักแสดงออสการ์ นิโคล คิดแมนมาร่วมทีมอีกคน

จากหนังฟีลกู๊ดที่ดูนิ่งๆ ในแบบหนังฝรั่งเศส ที่จะว่าไปแล้วก็ดูฉูดฉาดมากกว่าหนังฝรั่งเศสโดยทั่วๆ ไปเหมือนกัน The Intouchables ที่กลายเป็น The Upside ถือว่ามีความฉูดฉาดมากขึ้น หากมองในแง่ดี แต่ถ้าเป็นในขั้วตรงข้ามก็ต้องบอกว่าโฉ่งฉ่างไปนิด

เรื่องราวของหนังในภาพรวมก็ต้องบอกว่า ยังอยู่ในโครงเดิมๆ เดลล์ตัวละครของฮาร์ทเข้าไปหาฟิลลิปตัวละครของแครนสตันเพื่อขอลายเซ็นยืนยันการสมัครเข้าทำงาน เพื่อเอาไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ทัณฑ์บนว่าพยายามหางานทำแล้ว แต่ไม่ได้ แต่มหาเศรษฐีของแครนสตันดันชอบท่าทางของเดลล์ หนุ่มผิวดำขึ้นมา ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการปฏิบัติต่อเขาโดยไม่มองว่าเป็นคนพิการ แล้วก็ไม่พยายามโปรโมทตัวเอง เนื่องจากไม่ได้อยากได้งานจริงๆ ทำให้ตัวมหาเศรษฐีรู้สึกถึงความจริงใจในตัวอดีตคนคุกรายนี้ จนตัดสินเลือกเดลล์เข้าทำงาน แม้จะปฏิเสธในตอนแรก แต่เมื่อมองถึงผลตอบแทน และการที่จะมีโอกาสได้พบลูก รวมไปถึงคืนดีกับภรรยา ก็ทำให้เดลล์ตอบตกลง

และการใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงเวลาหนึ่ง ของคนต่างสีผิว ต่างฐานะ ต่างสถานภาพทางสังคมคู่นี้ ก็ทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยน เมื่อต่างฝ่ายต่างให้บทเรียนจากโลกของตัวเองแก่กันและกัน เดลล์ได้รู้จักกับงานศิลปะ การใช้ชีวิตในสังคมชั้นสูง ส่วนฟิลลิปก็ได้ใช้ชีวิตห่ามๆ ไม่ต้องจมอยู่กับบ้าน

หากท้ายที่สุด การที่สนับสนุนให้ฟิลลิปก้าวข้ามบางสิ่งบางอย่าง ก็ทำให้ฟิลลิปรู้สึกแย่กับสิ่งที่ตัวเองเป็นและนำไปสู่จุดแตกหักของทั้งคู่…

ไม่ต่างไปจากต้นฉบับที่แม้จะสร้างจากเรื่องจริง แต่ความเป็นไปต่างๆ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ช่างคลี่คลายกันอย่างง่ายดาย ที่หากเทียบกันแล้วดูจะง่ายดายยิ่งกว่าด้วยซ้ำไป แม้พยายามจะใส่ปมบางอย่างให้หนังดูมีความเข้มข้นมากขึ้น อย่างเรื่องลูกของเดลล์ที่อยู่ในดงของพวกอาชญากร หากก็ไม่ได้หยิบใช้อย่างจริงๆ จังๆ

และตัวเรื่องของหนังก็เป็นเรื่องเล่าในแบบเก่าๆ ที่มาพร้อมกับมุมมองในแบบเดิมๆ ที่เมื่อถูกเล่าซ้ำแบบไม่ได้ลงลึก หรือมีความซับซ้อนในการนำเสนอที่มากขึ้นด้วยแล้ว The Upside ก็ไม่ต่างไปจากงานตามสูตรที่ผู้ชมคุ้นเคยกันดี

ซึ่งไม่ได้หมายความถึงแค่เนื้อหาของหนัง การเล่าเรื่อง ลักษณะของตัวละครก็เป็นไปในแบบเดิมด้วยเช่นกัน ยังดีที่นักแสดงหลักๆ ของเรื่องไปด้วยกันได้ดี โดยเฉพาะเควิน ฮาร์ท ที่แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นมากกว่านักแสดงตลกเอะอะมะเทิ่ง ขณะที่แครนสตันที่ต้องนั่งนิ่งๆ แสดงออกทางสีหน้า แววตา และบทสนทนาตลอดทั้งเรื่อง ก็รับ-ส่งกับฮาร์ทได้ดี กระทั่งคิดแมนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ซึ่งทั้งหมดช่วยให้หนังเรื่องนี้เดินหน้าไปโดยไม่ถึงกับน่าเบื่อ และทำให้ผู้ชมมองข้ามเรื่องความน่าประหลาดใจ หรือสถานการณ์ที่พลิกผันของตัวละครไปได้เลย

ในเรื่องความสด บางคนอาจจะบอกว่า เพราะหนังเป็นงานรีเมคจะมองหาความสดอะไรได้ แต่ถ้าคิดจะทำ ในความสัมพันธ์ของตัวละครเช่นที่เห็นในหนัง วมไปถึงเรื่องครอบครัวของเดลล์ มีช่องว่างให้ใส่อะไรได้อีกตั้งมากมาย โดยไม่จำเป็นต้องหลุดไปจากการเป็นงานฟีลกู๊ดก็ยังได้

ปัญหาเลยอยู่ที่ว่า หนังไม่พยายามทำตัวเองแตกต่าง หรือยกระดับให้อยู่ห่างจากหนังต้นฉบับ หรือว่าทั้งผู้กำกับและคนเขียนบท มีศักยภาพเท่าที่เห็นๆ กันแค่นี้

The Upside จึงทำไม่ได้อย่างที่ชื่อของตัวเองเป็น ก็แค่หนังดูเพลินๆ เรื่องหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1275 ปักษ์แรกมีนาคม 2562


SHARE THIS
  • 102
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    102
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On