THOR: THE DARK WORLD: เริ่มเรื่องราวต่อจากที่หนัง Avengers ทิ้งเอาไว้ แล้วก็ปเิดปมใหม่ ที่ว่าด้วยพลังพิเศษที่ยากจะหยุดยั้ง ตัวร้ายตัวใหม่ที่มีความเกลียดชังแอสการ์ดเป็นทุนเดิม ที่แน่นอนว่าพวกมันจะต้องหาทางเอาคืน แล้วก็ทำตามจุดมุ่งหมายคือ นำจักรวาลทั้งหมดไปสู่ความมืดมิด
แม้จะมาพร้อมกับผู้กำกับใหม่ และเติมตัวละครใหม่ๆ เข้ามา แต่หนังก็ขาดความสดใหม่ในตัว โชคดีที่หนังมาอยู่ในมือของคนที่เล่าเรื่องเป็น กับบทที่พยายามยำอารมณ์แบบงานครบรสจนทุกอย่างกลมกล่อม ลงตัว ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ขัน ความโรแมนติค ฉากแอ็คชัน หรือความสะทเือนใจ ก็ทำให้หนังออกมาดูสนุกได้ แม้จะไม่ถึงกับ “ฟิน” สุดติ่งก็ตามที
โทนของหนังดูหม่นกว่าภาคแรก ดูขึงขังกว่า แต่ก็ไม่ถึงเครียดขึ้ง หรือหม่นจนดูหดหู่ เมื่อมีอารมณ์ขันมาเบรคได้อย่างถูกจังหวะจะโคน ถ้าช่วงแรกของหนังปูเรื่องได้เร็วกว่านี้ หนังน่าจะสนุก กระชับกว่าที่เป็นอยู่ คริส เฮมสเวิร์ธกลับไปให้การแสดงในแบบค้อน ทั่ง โกลน อีกครั้ง หลังฉายฝีมือให้เห็นใน Rush แต่ที่ตลกก็คือ มาดแข็งๆ ของเขากลับรับ-ส่งกันได้อย่างสนุกกับการแสดงของทอม ฮิดเดิลสตันในบทโลกิ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าฝ่ายหลังต้องใส่ “พลัง” เข้ามาเยอะพอสมควร
เมื่อหนังเด่นที่การเล่าเรื่องมากกว่าความตื่นตา หนังก็จบด้วยการสานทิ้งปมมากมายให้ได้เอาไปใช้งานต่อ ทั้งในตัวเรื่องเอง ทั้งช่วงกลางเครดิต ยกเว้นช่วงปิดเครดิต ที่เอาไว้ให้ได้อมยิ้มเล็กๆ กัน ถ้าไม่เบื่อไปกับการหนังดู เครดิตทั้งหมดของหนังซะก่อน
และไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เรื่องๆ หนังมาร์เวลก็ยังรักษาคุณภาพของงานสามมิติได้ย่ำแย่เหมือนเคย
โดย นพปฎล พลศิลป์















