ดูมาแล้ว – VAN HELSING SEASON 4: “กลับมาสนุกได้อีกที แต่ไม่ควรไปไกลกว่านี้มากนัก”

SHARE THIS
  • 69
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    69
    Shares

จะเรียกว่าเป็นงานในแบบ ‘Guilty Pleasure’ หรืองานที่รู้สึกผิดที่ชอบ (ด้วยความที่อาจจะเป็นงานที่ดูสนุก) ก็พูดไม่ได้เต็มปาก จะบอกว่าเป็นงานที่ดีก็คงไม่ใช่ เพราะนับจากปีแรกที่เริ่มต้นมาได้อย่างน่าสนใจ และดูเอาสนุกได้ในระดับหนึ่ง ซีรีส์ของช่องไซไฟที่บ้านเราดูได้ทางเน็ทฟลิกซ์ ก็ออกนอกลู่นอกทางตุปัดตุเป๋ เรื่องราวได้หน้าลืมหลัง จับแพะชนแกะ โดยเฉพาะความเป็นไปของตัวละคร ที่หากมองย้อนไปจากปีหลังๆ ดูเหมือนว่าจะเดินหน้ากันเป็นมีทฤษฎีสมคบคิด หรือมีการเขียนบท หรือวางแผนโดยเหล่าตัวร้ายให้เดิน แถมทุกอย่างยังเข้าล็อคของพวกมันทุกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ

 

โดยเฉพาะในปีที่สาม ที่ดูจะเลอะๆ เทอะๆ ไปเลยด้วยซ้ำ เมื่อหนังแปรสภาพจากการเป็นงานไซไฟ ไปสู่หนังแฟนตาซีเต็มรูป เมื่อที่มาของเหตุการณ์ตั้งต้น เป็นเรื่องของตำนานปรำปราว่าด้วยการต่อสู้กันของตระกูลแวน เฮลซิง และพวกแวมไพร์ จนปมทางวิทยาศาสตร์หดหายและไร้ความสำคัญไปเลย

แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังว่าปมต่างๆ ได้น่าติดตาม จนไม่อยากจะทิ้งไปกลางคันเหมือนกัน

กับปีที่สี่ “Van Helsing” เริ่มต้นได้อย่างกระฉับกระเฉง และน่าติดตาม ที่สำคัญหนังแนะนำตัวละคร ‘นำ’ คู่ใหม่ให้คนดูได้รู้จัก และดูจะมีความน่าสนใจมากกว่าตัวเอกหลักของเรื่อง วาเนสซา แวน เฮลซิง (เคลลี โอเวอร์ทัน) ที่ช่วงหลังๆ ดูเป็นตัวละครน่าเบื่อไปแล้วก็ว่าได้

 

ตัวละครคู่ที่ว่าก็คือ ไวโอเล็ทกับแจ็ค (คียา คิงและนิโคล มูนอซ ตามลำดับ) ซึ่งต่างก็มีความสัมพันธ์บางอย่างกับวาเนสซา และแฮนเซน (นีล แม็คโดนัฟ) ผู้บริษัทคนสำคัญของบลัค-เทค ที่มีเบื้องหลังอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความสดแล้ว ทั้งคู่ยังมาพร้อมกับประเด็นใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ทำให้ดูสนุกขึ้นมาได้อีกครั้ง

ขณะที่การกำจัดตัวร้ายที่ดูไม่มีสีสัน และที่มาที่ไปทำให้หนังขาดความน่าเชื่อถือ อย่าง แซม (คริสโตเฟอร์ เฮเดอร์ยาฮี) ออกไป กับการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ตัวละครเหล่าภคิณีก็ช่วยให้หนังมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น

 

แม้จะเปิดเรื่องได้สนุก แต่ “Van Helsing” ก็ดูอ่อนแรงลงไปในช่วงกลางเรื่อง เช่นเดียวกับสถานการณ์ของตัวละครที่ติดอยู่สถานที่บางแห่ง จนดูอืด หากถือว่ายังดีที่กลับตัวได้ทัน เมื่อสองตอนสุดท้ายของปี สามารถกลับมาปิดจบได้อย่างเร้าใจ และกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกน่าติดตาม โดยเป็นการสานต่อจากปมที่ดูเหมือนเลอะเทอะ เมื่อมีการจับผู้คนที่รอดตายจากแวมไพร์ มาประลองกันในแบบแข่งกลาดิเอเทอร์ แล้วถ่ายทอดให้ผู้คนได้ชม ซึ่งอาจจะทำให้หนังที่เบี่ยงไปเป็นงานแฟนตาซี ที่มีความเป็นงานไซ-ไฟอ่อนๆ กลับมามีความเข้มข้นจริงขึ้นมาได้อีกครั้ง โดยเฉพาะการเล่นกับปมการเมือง หรือว่าทฤษฎีสมคบคิด

แต่ถ้าคิดจะไปไกลกว่านี้ ก็ต้องบอกว่าไม่น่าจะเข้าที ด้วยความที่หากลองย้อนกลับไปถึงความเป็นไปของหนังในปีแรก “Van Helsing” นั้น ช่างมาไกลเหลือเกินจนนึกไม่ออกว่า ตอนต้นหนังเนื้อหนังมีความจริงจัง และหนักแน่นขนาดไหน

ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่มีการประกาศออกมาแล้วว่า “Van Helsing” ในฤดูฉายที่ห้า จะเป็นปีสุดท้ายที่เราได้ชมการต่อสู้กันระหว่างตระกูลแวน เฮลซิงและแวมไพร์ ที่ยังมีปมซึ่งว่าด้วยมนุษย์บางกลุ่มรอให้คลี่คลาย เป็นความสดใหม่ที่น่าสนใจอีกหนึ่งเรื่องราวให้ติดตาม

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1306 ปักษ์หลัง มิถุนายน 2563


SHARE THIS
  • 69
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    69
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On