ดูมาแล้ว – WITHOUT REMORSE ความเข้มข้นของฉากแอ็กชัน ที่รั้งความเอาท์ของเรื่องราว และประเด็นไม่อยู่ ** ½

เรื่องราวของหนึ่งในตัวละครสำคัญจากนิยายทอม แคลนซี ที่แตกหน่อต่อยอดจาก เรื่องของแจ็ก ไรอัน ซึ่งเคยปรากฏตัวในหนังแจ็ก ไรอันมาแล้วสองครั้ง Clear and Present Danger และ The Sum of All Fears ที่ได้วิลเล็ม ดาโฟ และลีฟ ชไรเบอร์ มารับบทตามลำดับ แต่กับการขึ้นจอใหญ่เป็นครั้งแรกในหนังของตัวเอง จอห์น คลาร์ก กลายเป็นเนวีซีล ผิวดำที่รับบทโดยไมเคิล บี.จอร์แดน
หนังเป็นเรื่องของ คลาร์ก ที่ครอบครัวถูกฆ่าโดยมือสังหารรัสเซีย ขณะที่เพื่อนร่วมทีม ซึ่งเคยปฏิบัติภารกิจต่างแดนร่วมกัน และพบความเกี่ยวพันของพวกรัสเซียในการทำงานครั้งนั้น ล้วนถูกเก็บ ทำให้เขาตัดสินใจตามล้างแค้น ไปถึงดินแดนของฝ่ายตรงข้าม ที่อาจเป็นชนวนในการจุดไฟสงครามเย็นขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่ได้อ่านตัวนิยาย (โดยส่วนตัวอ่านนิยายชุดแจ็ก ไรอันของแคลนซี เพียงแค่สามเรื่อง คือ The Hunt for Red October, The Patriot Gameและ Clear and Present Danger) เพราะฉะนั้นคงบอกไม่ได้ว่า ตัวหนังเล่าเรื่องได้ตามเรื่องราวในหนังสือไหม หรือเก็บประเด็นของนิยายได้เป๊ะหรือเปล่า รวมไปถึงเล่าเรื่องได้สนุกขนาดไหนเมื่อเทียบกับตัวอักษร แต่ก็บอกถึงความแตกต่างได้อย่างหนึ่ง คือ คลาร์กในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่เนวีซีลผิวขาว ที่ถูกให้นิยามว่า เป็น ‘ด้านมืดของแจ็ก ไรอัน’ อย่างที่เคยเห็นกัน

ขณะที่ในส่วนที่เหมือน หนังยังเป็นงานแอ็กชัน/ สายลับ ที่มีเรื่องของปฏิบัติการข้ามประเทศ, ทฤษฎีสมคบคิด หรือแผนการร้ายบางอย่าง รวมไปถึงเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องของ สงครามเย็น

ผู้กำกับสเตฟาโน โซลิมา จาก Sicario: Day of the Soldado กลับมาร่วมงานกับมือเขียนบทเทย์เลอร์ เชอริแดน อีกครั้ง ตัวหนังมาพร้อมกับความขึงขัง โดยเฉพาะบรรดาฉากแอ็กชันที่ดูลุ้นระทึก ตื่นเต้น ที่มีฉากถูกปิดล้อมบนตึกในรัสเซียเป็นไฮไลท์สำคัญ แต่กับตัวเรื่อง Without Remorse ดูจะเป็นสูตรสำเร็จจนไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์ คอหนังสายลับทั้งหลาย น่าจะคาดเดาได้สบายๆ ว่า ใครคือตัวร้ายตัวจริง ใครคือตัวหลอก ขณะที่มูลเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราว ที่อาจนำไปสู่สงครามเย็นครั้งใหม่ อาจจะมาพร้อมกับมุมมองใหม่ ที่เพื่อปลุกเลือดรักชาติ สร้างความสามัคคี แต่ก็ต่างไปจากที่เคยมีเพียงแค่นั้น และอย่าลืมว่า แผนสร้างสงครามเย็นครั้งใหม่นั้น ถูกนำมาใช้เป็นประเด็นสำคัญของหนังสายลับมาตลอดนับตั้งแต่กำแพงเบอร์ลินถูกทำลาย สหภาพโซเวียต ล่มสลาย เอาง่ายๆ ก็ตั้งแต่หนัง Mission: Impossible ภาคแรกนั่นละ

มาถึงตอนนี้ ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนขั้ว และคู่กรณีในเวทีการเมืองโลกไม่ได้มีแค่รัสเซียและสหรัฐอเมริกา สิ่งที่หนังนำเสนอเลยดูเป็นเรื่องพ้นสมัย และซ้ำซาก การเล่าเรื่องก็ดูเป็นแบบแผนที่คุ้นเคย ขณะที่การชมผ่านจอโทรทัศน์ในบ้าน ก็ทำให้หลายๆ สถานการณ์ของหนัง ‘กด’ ผู้ชมไม่สำเร็จ

Without Remorse เลยดูเป็นหนังแอ็กชัน สายลับ ที่ธรรมดาๆ ไปนิด ไม่ใช่งานในระดับสร้างจากนิยายของทอม แคลนซี แม้ บี.จอร์แดน รวมไปถึงเจมี เบล, กาย เพียร์ซ จะให้การแสดงที่ดีเอาไว้ก็ตาม แต่เมื่อไม่สามารถสลัดหลุดจากสูตรสำเร็จเก่า หรือทำให้ความเดิมๆ ของหนัง กลายเป็นความบันเทิงที่มีชีวิตชีวากว่าที่เคยเป็นขึ้นมาได้

ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะมีปฏิบัติครั้งต่อไปบนจอใหญ่ของจอห์น คลาร์ก ทั้งๆ ที่มีแผนสร้าง รวมถึงตัวหนังจบแบบเปิดทางอ้าซ่าเอาไว้ขนาดนั้น

[WITHOUT REMORSE ทางแอมะซอน ไพร์ม วิดีโอ]

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1328 ปักษ์หลัง พฤษภาคม 2564

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On