ด้วยความรำลึกถึง เอ็ดดี มันนีย์ เจ้าของเพลง “Two Tickets to Paradise” ผู้จากไป

SHARE THIS
  • 110
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    110
    Shares

“I’ve got two tickets to paradise. Won’t you pack your bags, we’ll leave tonight
I’ve got two tickets to paradise. I’ve got two tickets to paradise” ท่อนฮุคที่โดนใจของเพลง “Two Ticket to Paradise” ว่าเอาไว้

นี่คือเพลงที่เอ็ดดี มันนีย์ เจ้าของเสียงร้อง แต่งให้แฟนสาวในตอนนั้น เมื่อแม่ของเธออยากให้แต่งงานกับหมอหรือทนายมากกว่านักดนตรี เขาเขียนโดยหวังว่าจะได้รับอนุญาตให้พาเธอไปเที่ยวในช่วงวันหยุดได้ และมันก็กลายเป็นหนึ่งในเพลงดังของเขา เช่นเดียวกับ “Baby Hold On”, “Shakin’” และ “Take Me Home Tonight” ที่จะทำให้แฟนๆ สามารถรำลึกถึงเขาได้นานเท่านาน หลังเจ้าตัวจากไปเมื่อ 13 กันยายนที่ผ่านมาในวัย 70 หลังเป็นมะเร็งหลอดอาหารในระยะที่สี่ ซึ่งถูกเปิดเผยใน Real Money ซีรีส์เรียลิตีว่าด้วยชีวิตของเขาและครอบครัว ที่ออกอากาศทางช่องเอเอ็กซ์เอส เมื่อเดือนเมษายน 2018

มันนีย์เกิดเมื่อ 21 มีนาคม 1949 ที่บรูคลีน, นิว ยอร์ค มีชื่อเต็มๆ ว่า เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ มาโฮนีย์ โดยโตมาที่ลอง ไอส์แลนด์ และเริ่มทำงานเป็นผู้รักษากฎหมายเช่นเดียวกับพ่อ โดยเป็นตำรวจในนิว ยอร์ค ซิตีอยู่สองปีก่อนจะมาทำงานดนตรี เขาย้ายมาอยู่แถบซาน ฟรานซิสโกกับเพื่อนๆ นักดนตรีทำให้ได้พบกับโปรโมเตอร์ระดับตำนาน บิลล์ แกรห์ม ในปี 1976 ซึ่งกลายเป็นผู้จัดการของเขาในเวลาต่อมา และผลักดันจนมันนีย์เป็นศิลปินยอดขายระดับแผ่นแพลทินัมในยุค ‘80s

เพลงฮิตที่ส่งมันนีย์ให้โด่งดังก็มี ”Baby Hold On” ที่ไปได้ถึงอันดับ 11 บนชาร์ทเพลงฮิตของสหรัฐ อเมริกา และ “Two Tickets to Paradise” ที่ไปถึงอันดับ 22 ในปี 1978 ทั้งคู่, ตามด้วย “Maybe I’m a Fool” ที่ขึ้นอันดับ 22 กับ “Think I’m in Love” อันดับ 16 ในปีต่อมา และ “Shakin’” อันดับ 63 ในปี 1982, “Take Me Home Tonight” ปี 1986 ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 4 และเป็นเพลงที่ขึ้นชาร์ทสูงที่สุดของเขา แล้วก็ “Walk on Water” อันดับ 9 ในปี 1988

แต่ชีวิตของมันนีย์ก็ไม่ได้สวยหรูนัก เนื่องจากยาเสพติดและแอลกอฮอล์ ที่ทำให้เขาเกือบตายมาแล้ว แต่ก็ทำให้เขาเดินไม่ได้นานเป็นปี เมื่อกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง มันนีย์ก็ไปปรากฏตัวในรายการ “Oprah: Where Are They Now?” เมื่อปี 2016 ซึ่งช่วยให้เกิดรายการ Real Money ที่ออกอากาศมาได้สองฤดูฉายแล้ว

ความโดดเด่นในเพลงของมันนีย์ก็คือ การเป็นเพลงสำหรับชนชั้นแรงงาน จนเขาได้ฉายาว่าเป็น “ราชาแห่งควีนส์” ในปี 2002 นอกจากเรื่องร้องและแต่งเพลงแล้ว มันนีย์ยังมีพรสวรรค์เรื่องอารมณ์ขัน ซึ่งปรากฏบ่อยๆ ในมิวสิค วิดีโอและบทสัมภาษณ์ อย่างปีที่แล้ว เขาให้สัมภาษณ์ว่า ถึงบรรดาเพลงฮิตของเขาจะ “ไม่ทำเงิน” แล้วตามด้วยมุกแบบตลกร้าย “เด็กๆ ก็ไม่ต้องติดคุก ไม่มีใครต้องเข้าสถานบำบัด ไม่มีใครเจออุบัติเหตุทางรถยนต์สัปดาห์นี้ ยังมีนมแช่ในตู้เย็น และผมก็มีอีกเดือนที่ผ่านไปด้วยดี”

มันนีย์เคยเล่าถึงเพลง “Two Tickets to Paradise” ว่า “ผมใช้เวลา 6 เดือนในการแต่งเพลงนี้” เขาเริ่ม “แล้วก็มีคนบอกว่า มันไม่ตลาดพอสำหรับสถานีวิทยุเอเอ็ม ผมบอกไป ‘ช่างมันเถอะ!’ ผมกับจิมมี ลีออนหันไปแต่งเพลง ‘Baby Hold On’ เสร็จในอีกสองวันครึ่งถัดมา ผมเขียนท่อนร้องเขาแต่งท่อนเชื่อม และกลายเป็นเพลงดังระเบิดเพลงแรกของเรา ซึ่งผมไม่อยากจะเชื่อ” ที่น่าประหลาดใจก็คือ ตอนที่ “You’ve Really Got a Hold on Me” “กลายเป็นเพลงดังในชาร์ทเพลงอาร์แอนด์บี ใครๆ ก็คิดว่าผมเป็นศิลปินผิวดำจากฮาร์เล็ม พี่น้องผมที่เป็นตำรวจในฮาร์เล็มบอกว่า คนผิวดำต่างคิดว่าผมพวกอเมริกัน นิโกร แต่ผมก็โตมากับเพลงของโอติส เรดดิง และเจมส์ บราวน์ คนโปรดในวง the Beatle ของผมคือจอห์น เล็นน็อน และผมก็เป็นนักแต่งเพลง”

มีคนดังๆ มากมายที่เป็นแฟนเพลงของมันนีย์ เช่น เลดี กากา, Nine Inch Nails รวมไปถึงเดฟ โกรห์ล “สมาชิกในวง Foo Fighters คนหนึ่งเป็นแฟนเพลงของเอ็ดดี มันนีย์” เขาเล่า “ผมลืมไปละว่าเขาชื่ออะไร แต่เขาเคยตีกลองให้ Nirvana เขาพูดถึงผมบ่อยมาก ผมเคยเห็นเขาในทีวี เขาบอกว่ามี ‘Baby Hold On’ ในเซ็ทการแสดงของวงด้วย ผมแทบไม่เชื่อเลยเอ้า”

และวันนี้เพลง “Baby Hold On” ในการแสดงของฟู ไฟเทอร์ส คงมีความหมาย และความประทับใจที่แตกต่างไปจากเดิม เมื่อเจ้าของเพลงตัวจริงจากไปแล้ว

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ด้วยความรำลึกถึง เอ็ดดี มันนีย์ เจ้าของเพลง “Two Tickets to Paradise” ผู้จากไป คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 18 กันยายน 2562


SHARE THIS
  • 110
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    110
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On