ตอนจบของดูหนังทั้งปี 2019 พบกับ Joker คนใหม่ Star Wars ตอนสุดท้าย และ Men In Black แบบนานาชาติ

SHARE THIS
  • 141
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    141
    Shares

มาถึงตอนสุดท้ายแล้วสำหรับการพาไปรู้จักกับหนังเรื่องเด่นๆ ที่ห้ามพลาดของปี 2019 ที่หนนี้มีทั้งหนังภาคต่อ, หนังตอนแยกและงานรีเมคของหนังที่ต้องบอกกันเลยว่า ‘ต้องดู’

JOKER: เจ้าชายตัวตลกแห่งโลกอาชญากรรมกับการกลับมาแบบแสบสันต์
ผู้กำกับ: ท็อดด์ ฟิลลิปส์ นักแสดง: วาควิน ฟีนิกซ์, โรเบิร์ท เดอ นีโร, ซาซี บีทซ์, บิลล์ แคมป์

“ใครแคร์? ใครสน?” วาควิน ฟีนิกซ์ยักไหล่ให้กับคำถามที่ว่า เขารู้สึกกดดันกับการนำเอาหนึ่งในตัวร้ายที่ได้รับการจดจำมากที่สุดจากโลกของหนังสือการ์ตูน กลับมาขึ้นจอใหญ่อีกครั้งไหม ถึงแม้ว่าการรับบทนี้ของทั้งแจ็ค นิโคลสันและฮีธ เล็ดเจอร์ส ต่างก็แผ่เงาปกคลุมบรรดาหนังจากหนังสือการ์ตูนทั้งหลายมายาวนาน ฟีนิกซ์ที่ไม่รู้สึกหวาดหวั่นอะไร ยังบอกอีกด้วยว่า เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองติดกับดักจากการแสดงของทั้งสองรายก่อนหน้า “การเลือกรับบทของผมสำหรับหนังทุกเรื่องเหมือนๆ กันหมด” เขากล่าว “สิ่งที่ผมสนใจก็คือคนทำหนัง กับไอเดียของตัวละคร”

ซึ่งไอเดียที่ว่าก็ดูไม่ต่างไปจากทิ้งการทำซ้ำตัวละครจากหนังใหญ่เรื่องก่อนๆ ไป ที่หมายความรวมไปถึงการแสดงดิบๆ ดูเหมือนพวกแมงดา ที่จาเร็ด เลโทมอบให้บทนี้ในหนัง Suicide Squad ไปด้วย เพราะหนนี้หนังจากสร้างจาก Batman: The Killing Joke นิยายภาพที่ก่อกวนความรู้สึกสุดๆ ของอลัน มัวร์ แถมผู้กำกับท็อดด์ ฟิลลิปส์ยังเน้นการศึกษาตัวละครลึกลงไปให้มากขึ้น โดยวางให้เหตุการณ์ในหนังเกิดขึ้นในปี 1981 นักแสดงตลกผู้ล้มเหลว – อาร์เธอร์ เฟล็ค (ฟีนิกซ์) ต้องลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองให้ได้อีกครั้ง ในฐานะของราชาแห่งอาชญากรรมผู้ยิ่งใหญ่ของก็อทแฮม

Joker ยังเป็นการก้าวไปสู่ทิศทางใหม่ของท็อดด์ ฟิลลิปส์ ซึ่งเป็นที่รู้จักดีจากหนังผู้ชายเอะอะมะเทิ่ง อย่าง The Hangover ไตรภาค และ Old School กับผลงานเรื่องใหม่มีรายงานว่าเขาจะผสมผสานอารมณ์แบบหนังคลาสสิคของมาร์ติน สกอร์เซซี เช่น Taxi Driver และ Raging Bull เข้ามาในหนัง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเลือกโรเบิร์ท เดอ นีโร มารับบทพิธีกรรายการทอล์ค โชว์ทางโทรทัศน์ในหนัง โดยเจ้าความติดดิน ดิบ ก็ปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐานตั้งแต่การเทสท์หน้ากล้อง ที่ฟิลลิปส์ปล่อยคลิปออกมาให้ดูเพื่อฉลองการเริ่มลั่นกล้องในนิว ยอร์ค เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคลิปของฟีนิกซ์ทั้งที่แต่งหน้าและไม่แต่งหน้าเป็นเจ้าตัวตลกผู้น่าเกรงขาม

สำหรับฟีนิกซ์ บทนี้จะแต่งหน้าแต่งตาน้อยลง แต่เน้นไปที่ว่า เฟล็คเปลี่ยนตัวเองจากนักแสดงตลกกลายไปเป็นเจ้าชายตัวตลกแห่งโลกอาชญากรรมได้ยังไง? และทำไม? “ภายใต้ฉากหน้าที่ดูตื่นเต้นของหนังเหล่านี้ มีตัวละครที่แสนมหัศจรรย์ผู้ต้องต่อสู้กับการใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง” เขากล่าว ซึ่งทำให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากตัวละครรายนี้ กลายเป็นวันที่เลวร้ายของใครหลายๆ คน

PET SEMATARY: ความสยองที่ขอบรั้วบ้าน
ผู้กำกับ: เควิน คอลช์, เดนนิส วิดมายเออร์ นักแสดง: เจสัน คลาร์ค, จอห์น ลิธโกว์, เอมี ไซเม็ทซ์, อ็อบส์ซา อาเหม็ด

นิยายเรื่อง Pet Sematary จากปี 1983 ของสตีเฟน คิง คือหนังสือเล่มที่มืดและน่ากลัวที่สุดของเขา ในตอนแรกคิงถึงกับมองว่ามันดูมืดเกินกว่าจะตีพิมพ์ด้วยซ้ำ นิยายเรื่องนี้เคยกลายเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกันมาแล้วในปี 1989 โดยฝีมือของผู้กำกับแมรี แลมเบิร์ท แต่เชื่อเถอะว่า การกลับมาในครั้งนี้มันสุกงอมได้ที่สำหรับการนำมาทำใหม่แน่ๆ แล้วก็ดูเหมือนว่าน่าจะอยู่ในมือที่ปลอดภัยของผู้กำกับร่วม เควิน คลอสช์และเดนนิส วิดมายเออร์ คนทำหนังนอกคอกผู้อยู่เบื้องหลังหนังสยองลี้ลับ Starry Eyes เมื่อปี 2014 ที่ยังเป็นพวกคลั่งคิง มาตั้งแต่เป็นเด็กๆ

“งานของคิงเป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมเริ่มอ่าน ตั้งแต่ตอนอายุ 11 หรือ 12 นี่ละ เหมือนๆ งานของโทลคีน” วิดมายเออร์พูด ขณะที่คลอสช์ผงกศรีษะยอมรับ “ผมหยิบ Pet Sematary ก็เพราะปกด้านหลังมันเขียนไว้ว่า ‘นวนิยายที่น่าพรั่นพรึงที่สุดเท่าที่มีการเขียนมา!’ แล้วพอได้มา ผมอ่านจบในเวลาเพียงแค่สองวัน มันเป็นหนังสือที่มีความแตกต่างบางอย่าง ทั้งมืดมน ทั้งอันตรายกว่า งานของคิงส่วนใหญ่จะมีอารมณ์ความรู้สึก เขาเป็นพวกที่มีหัวใจ Pet Sematary ไม่ใช่อะไรแบบนั้น เมื่อครอบครัวค่อยๆ บ้าคลั่งอย่างช้าๆ”

เราจะได้เห็นลูอิส ครีด (เจสัน คลาร์ค) คุณหมอจากชิคาโก ย้ายครอบครัวมาอยู่เป็นหลักแหล่ง หลังจากได้งานในมหาวิทยาลัยเมน แต่ดันเป็นที่ๆ ไม่เหมาะกับการตั้งรกราก เมื่อหน้าบ้านเป็นถนนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ท้ายที่สุดแมวของครอบครัวก็ต้องไปอยู่รวมกับสัตว์ท้องถิ่น ในสุสานสัตว์ที่เป็นชื่อเรื่องซึ่งอยู่ในป่า แต่ด้วยอะไรก็ตามพวกมันไม่อยู่ที่นั่นไปตลอดกาล อย่างที่คำโปรยของหนังบอกเอาไว้ ‘บางครั้งความตาย มันก็ดีกว่า’

หนังยังคงว่าด้วยเรื่องความตาย, ความเศร้าโศก และครอบครัวที่แตกกระจายเป็นชิ้นๆ เหมือนเดิม เรียกได้ว่าความทุกข์ทรมานที่อยู่ในหนังสือไม่มีการสั่นคลอน แล้วตัวหนังที่มีนักแสดงนำร่วมอย่าง จอห์น ลิธโกว์ และเอมี ไซเม็ทซ์ จะอ้าแขนรับความมืดมิดด้วยไหม? “แน่นอน” คลอสช์พูดพร้อมรอยยิ้ม “มันจะทำให้พวกวัยรุ่นขนหัวลุก แต่มันจะทำให้พวกผู้ใหญ่อกสั่นขัญแขวนไปด้วย มันจัดเต็มเต็มที่แล้วก็มีความเป็นจิตวิทยาในตัว” นี่ถือว่าเป็นคำเตือนเลยนะ

MEN IN BLACK: INTERNATIONAL: การรวมกลับมารวมตัวกันของสองอเวนเจอร์ส
ผู้กำกับ: เอฟ. แกรี เกรย์ นักแสดง: เทสซา ธอมป์สัน, คริส เฮมสเวิร์ธ, รีเบ็คกา เฟอร์กูสัน, เอ็มมา ธอมป์สัน, เลียม นีสัน

คริส เฮมสเวิร์ธ เล่นเอาบรรดาแฟนๆ ของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลส่งเสียงครางฮือ เมื่อเขาโพสท์แฮชแท็ก #revengers4life ขึ้นบนอินสตาแกรม พร้อมคำบรรยายภาพของเขาที่กลับมาเข้าคู่กับเทสซา ธอมป์สัน นักแสดงร่วมจอจาก Thor: Ragnarok อีกหน ในหนังเรื่องใหม่ของ Men in Black ที่ในตอนนั้นยังไม่มีชื่อตอน ซึ่งใครก็ตามถ้านับตัวเองเป็นแฟนหนังจักรวาลมาร์เวล หนังภาคต่อที่ว่าด้วยนโยบายที่มีต่อพวกต่างดาวเรื่องล่าสุดจากค่ายโซนีเรื่องนี้ ต้องเป็นหนังอีกเรื่องที่คุณคงไม่ยอมปล่อยผ่านไปจากคลังสมองแน่ๆ

นี่คือหนังที่มีความเป็นหนังภาคต่อ, ตอนแยก และรีบูทพอๆ กัน กับหนังเรื่องที่สี่ของภาพยนตร์ภาคต่ออายุ 21 ปี ที่เริ่มต้นด้วยทีมบุรุษชุดดำที่รับบทโดยวิลล์ สมิธและทอมมี ลี โจนส์ จะเปลี่ยนเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เอชและเอ็ม ที่รับบทโดยเฮมสเวิร์ธและธอมป์สัน ซึ่งบางทีอาจจะได้โฆษณาจากร้านเอชแอนด์เอ็มพ่วงมาด้วย ส่วนตัวเรื่องราวจะถูกวางไว้เพื่อขยายจักรวาลของหนังเรื่องก่อนออกไปอีก ในทิศทางที่ให้ความรู้สึกสดใหม่ ที่ผู้ชมคาดหวังตัวละครใหม่ๆ, มนุษย์ต่างดาวใหม่ๆ และสถานที่ใหม่ๆ ไว้ได้เลย แต่ที่ไม่เปลี่ยนคือ ทุกอย่างจะหลอมรวมกันในอารมณ์และชุดสูทเดิมๆ

“เห็นๆ อยู่ว่าหนังชุดนี้ เป็นรองเท้าคู่ใหญ่มากที่จะใส่ให้พอดี” เฮมสเวิร์ธพูดถึงการสานต่อสิ่งที่เริ่มไว้โดยสมิธและโจนส์ “เพราะฉะนั้นเราเลยพยายามอย่างหนัก เพื่อทำให้บางอย่างอลังการและสนุกสนาน” ขณะที่ Ragnarok รวมไปถึง Ghostbusters ฉบับปี 2016 แสดงให้เห็น เฮมสเวิร์ธกับธอมป์สันสามารถจัดอารมณ์ขันแบบการ์ตูน เข้ามาใส่ในหนังที่ว่าด้วยการจัดการมนุษย์ต่างดาว ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือการ์ตูนของโลเวลล์ คันนิงแฮมและแซนดี คาร์รูเธอร์ส ได้แน่ๆ

จากที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบเป็นงานที่จับเอา Jump Street/ MIB มาเจอกัน บทที่เขียนโดยอาร์ท มาร์คัมกับแม็ทท์ ฮอลโลเวย์ (Iron Man) สร้างความประทับใจให้กับวอลเตอร์ เอฟ. พาร์คส์ ผู้อำนวยการสร้างร่วมสำเร็จ เพราะมีทั้งเรื่องราวแบบต่างดาวสไตล์เดียวกับหนังเรื่องก่อนๆ หน้า และยังกล้าที่จะเดินไปในเส้นทางใหม่ๆ

“มันยากมากๆ ที่จะเจอบทหนังที่อ่านไปจนจบ แล้วคุณรู้ว่ากำลังถือหนังเรื่องหนึ่งอยู่ในมือ” พาร์คส์กล่าว “แต่อาร์ทกับแม็ทท์ เขียนบทหนังตอนแยกที่ด้วยอะไรบางอย่าง คือความตรงไปตรงมากับแก่นของโลก MIB แถมยังขยายตัวเรื่องไปสู่สถานที่ใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยความสดได้อีก”

ที่น่ายินดีก็คือ ผู้กำกับที่จับเอาสิ่งต่างๆ มาวางเข้าด้วยกันก็คือ เอฟ. แกรี เกรย์ ที่เคยเอาเรื่องราวของวงแร็ป NWA มาขึ้นจอในหนังอัตชีวประวัติ Straight Outta Compton และงานที่เอาใจผู้ชมอย่างเต็มที่ Fast & Furious 8 หนังฉบับนี้ของเกรย์จะพาบุรุษชุดดำไปลอนดอน ที่เราจะได้เห็นเอ็มมา ธอมป์สัน จาก MIB3 กลับมาดูแลการปกป้องโลกในฐานะเจ้าหน้าโอ ขณะที่เลียม นีสัน จะมารับบทเป็นหัวหน้าหน่วยประจำลอนดอน ซึ่งจะผสมสานทักษะในการแสดงแบบการ์ตูนและหนังแอ็คชัน กับประสบการณ์แบบก็อทแฮมจากเพื่อนๆ ในชุดดำมาใช้ในหนัง แล้วก็มีนักแสดงร่วมอย่าง ราฟ สปัลล์ และคูเมล นานใจนี ส่วนรีเบ็คกา เฟอร์กูสันก็จะพักจากการดูทอม ครูซห้อยโหนโจนทะยานในหนังชุด Mission: Impossible มาเล่นเป็นตัวร้าย

ด้วยองค์ประกอบที่มีตัวของธอมป์สัน/ เฮมสเวิร์ธอยู่แถวหน้า แน่นอนว่าหนังจะขึ้นจอด้วยความสนุกแบบหนังการ์ตูน/ แอ็คชัน/ ไซ-ไฟ ที่เข้าถึงได้หลากหลายอายุ ซึ่งเป็นสิ่งที่โซนีทำออกมาได้สวยใน Jumanji: Welcome to the Jungle ซึ่งบางทีแฮชแท็กที่เฮมสเวิร์ธว่าเอาไว้ อาจจะกลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องเหมาะเหม็งในท้ายที่สุด

MISSING LINK: ไลกากับหนังที่ขนดกที่สุดของพวกเขา
ผู้กำกับ: คริส บัทเลอร์ นักแสดง: ฮิวจ์ แจ็คแมน, แซ็ค กาลิฟิอานาคิส, โซอี ซัลดานา

จาก Coraline และ The Boxtrolls มาถึง Kubo and the Two Strings ไลกาสตูดิโอจากพอร์ทแลนด์ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการผูกขาดงานแอนิเมชันแบบสต็อป-โมชัน ที่มีความหลอนๆ ในตัว และกับงานชิ้นที่ห้า ซึ่งได้คริส บัทเลอร์จาก ParaNorman มากุมบังเหียน เขาอยากทำให้อะไรหลายๆ อย่างมันดูสว่างมากขึ้น “ผมเล่นอยู่ในเงามืดมาตลอด” ผู้กำกับที่เกิดในลิเวอร์พูล ยอมรับ “เพราะฉะนั้นผมเลยอยากเดินออกมาสู่แสงเจิดจ้า ที่ว่าด้วยการผจญภัยที่แสนคลาสสิค การเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยสีสันซึ่งผสมผสานกันระหว่างเรื่องราวแบบเจมส์ บอนด์, เชอร์ล็อค โฮล์มส์ และอินเดียนา โจนส์”

Missing Link ยังเป็นหนังสัตว์ประหลาดอีกด้วย โดยศูนย์กลางของเรื่องคือ นักทำลายเรื่องเล่าปรำปรา – เซอร์ไลโอเนล ฟรอสท์ (ให้เสียงโดยฮิวจ์ แจ็คแมน) ผู้ออกเดินทางค้นหาบิ๊กฟุต ทางตะวันเฉียงเหนือของแปซิฟิค “บางทีเขาอาจจะเป็นนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสัตว์ลึกลับคนแรกของโลก” บัทเลอร์พูดถึงตัวเอกของเรื่อง ที่ได้พบกับมิสเตอร์ลิงค์ (แซ็ค กาลิฟิอานาคิส) ผู้สูญเสีย เพื่อออกตามหาเผ่าพันธุ์ที่สูญหายมายาวนาน บัทเลอร์เสริมอีกว่า “งานสต็อป-โมชัน มีความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่สำหรับการทำให้วานรเคลื่อนไหว ที่ย้อนไปได้ไกลจนถึงหนัง King Kong” อย่างไรก็ตามปัญหาของบิ๊กฟุตก็คือ ขน “ตัวละครอะไรก็ตามที่มีขน ล้วนสร้างปัญหาให้กับการทำสต็อป-โมชัน” ผู้กำกับกล่าว “เราต้องใช้เวลากับการทำตัวหุ่นถึงสองปีกว่าจะสมบูรณ์อย่างที่เห็น”

THE SECRET LIFE OF PETS 2: อีกหนึ่งการมองดูสัตว์เลี้ยงของเราด้วยความสดใส
ผู้กำกับ: คริส เรนอด นักแสดง: แพ็ตตัน ออสวอลด์, เอริค สโตนสตรีท, เควิน ฮาร์ท, ทิฟฟานี แฮดดิช

“มันเป็นความท้าทายเสมอสำหรับการคิดเรื่องให้กับหนังภาคต่อ” คริส เรนอด ผู้กำกับหนัง Pets 2 บอก “คุณอยากจะนำเสนอคอนเส็ปท์ ตัวละคร แล้วก็สถานที่ใหม่ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจด้วยว่า ไม่ได้ทิ้งอะไรที่คนดูชอบในหนังต้นฉบับไป เราคุยกันแล้วก็พัฒนาไอเดียต่างๆ จนกระทั่งได้เรื่องราวที่รู้สึกว่า จะพาเราไปสู่ทิศทางใหม่ๆ” ครั้งหนึ่งหนังของสตูดิโออิลลูมิเนชัน ผู้สร้าง Minions เคยขุดค้นไปในโลกแสนหรรษาของบรรดาสัตว์เลี้ยง ในยามที่เราไม่ได้อยู่กับมัน “ผมคิดว่าฉากสัตวแพทย์ (ในตัวอย่าง) เป็นตัวแทนของหนังเรื่องนี้ ในความรู้สึกแบบที่เรามองหาเสมอๆ ซึ่งบรรดาเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายน่าจะจดจำได้” เรนอดคุยต่อ และหนนี้หนังได้แพ็ตตัน ออสวอลด์ มาให้เสียงแม็กซ์ผู้ชอบทำอะไรขายหน้าแทนหลุยส์ ซี.เค. “แพ็ตตัน มีเสียงที่อบอุ่นและให้ความรู้สึกเปราะบาง ซึ่งเป็นลักษณะของตัวแม็กซ์ได้อยู่หมัด” เรนอด กล่าว ความสัมพันธ์ของแม็กซ์และดุค (เอริค สโตนสตรีท) ยังเป็นหัวใจของหนัง และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป “ความสัมพันธ์ประหลาดๆ ที่เติมเข้ามา จะเป็นการจับคู่กับตัวละครดั้งเดิมของเรา รวมไปถึงกับพวกตัวละครใหม่ๆ ด้วย” เรนอดย้ำ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ภาคต่อจะ “เหมือนกับภาคแรก ตรงที่เป็นการแสดงความชื่นชมสัตว์เลี้ยงที่พวกเรารัก”

FROZEN 2: เราจะได้ฟังเพลงใหม่ในหนัง Frozen อีก 7 เพลง
ผู้กำกับ: คริส บัค, เจนนิเฟอร์ ลี นักแสดง: คริสเทน เบลล์, ไอดินา เมนเซล, อีวาน ราเชล วูด, สเตอร์ลิง เค. บราวน์

“ยิ่งใหญ่ขึ้น แล้วอลังการกว่าเดิม” นั่นคือคำอธิบายถึงหนังราชินีหิมะภาคต่อจากผู้กำกับร่วมและผู้เขียนบท เจนนิเฟอร์ ลี เราจะได้เห็นพี่-น้องมหัศจรรย์ อันนา (คริสเทน เบลล์) กับเอลซา (ไอดินา เมนเซล) ต้องทิ้งอาณาจักรอาเรนเดลล์ เพื่อออกผจญภัยครั้งใหม่ ซึ่งบรรดาเพื่อนพ้องอย่าง มนุษย์หิมะ-โอลาฟ และคริสตอฟฟ์ กวางเรนเดียร์ของหวานใจอันนา น่าจะเดินทางไปด้วย หนังมีเจ้าของเสียงใหม่ๆ อย่าง อีวาน ราเชล วูด และสเตอร์ลิง เค. บราวน์ ส่วนผู้แต่งเพลง Let It Go โรเบิร์ท โลเปซกับคริสเทน แอนเดอร์สัน-โลเปซ จะกลับมาพร้อมกับเพลงใหม่ 4 เพลงจากทั้งหมด 7 เพลง “เราทำงานกับพวกเขาตั้งสองปี และเพลงนี้ก็แว้บเข้ามา จากนั้นฉันก็รักมันเลย” ลี เรียกน้ำย่อย ที่น่าจะบอกได้เลยว่า เตรียมตัวได้ยินเพลงที่ว่าซ้ำแล้วซ้ำเล่ากันได้เลย

TOY STORY 4: พวกของเรากลับมาแล้ว
ผู้กำกับ: จอช คูลีย์ นักแสดง: ทอม แฮงค์ส, ทิม อัลเลน, โจน คูแซ็ค, โทนี เฮล, จอร์แดน พีล, คีแกน-ไมเคิล คีย์

คุณจะสร้างตอนต่อของ Toy Story 3 ที่เป็นหนังไตรภาคสุดเพอร์เฟ็คท์ได้ยังไง? “นั่นคือคำถามคำใหญ่เลยล่ะ” จอช คูลีย์ ผู้กำกับที่เปิดตัวกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกกล่าว “หนังทุกเรื่องเป็นเรื่องของวูดี ผมคิดว่าหนังเรื่องที่สามคือจุดจบสำหรับเวลาของวูดีกับแอนดี และตอนนี้เขาก็มาอยู่ในห้องใหม่เอี่ยมอ่อง นี่คือจุดเริ่มต้นช่วงเวลาของเขากับบอนนี… ซึ่งจับเขาไปอยู่ในสถานการณ์ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และอะไรที่เจ๋งๆ ก็มาจากตรงนั้นแหละ”

ไม่น่าแปลกใจที่รายละเอียดไม่มีเผยออกมา แต่เรื่องย่อคร่าวๆ อย่างเป็นทางการบอกว่า “การเดินทางผจญภัย ของเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ ที่แสดงให้วูดีเห็นว่าโลกใหญ่แค่ไหนสำหรับบรรดาของเล่นอย่างเขา”

คนสำคัญของผู้มาใหม่ได้แก่ ฟอร์คี (ให้เสียงโดยโทนี เฮล จาก Arrested Development) ช้อนผสมส้อม ผู้ไม่อยากเป็นของเล่น “วันหนึ่ง พวกเรานั่งอยู่ในห้อง แล้วก็คุยกันตลกๆ ว่า อะไรจะเกิดขึ้นหากเด็กคนหนึ่งสร้างของเล่นขึ้นมาในจักรวาลนี้?” คูลีย์ เผย “พวกของเล่นมีงานที่ต้องทำ พวกเขาเกิดมาเพื่อเด็กๆ เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดสนุกๆ ว่า ‘งานของช้อมผสมส้อมก็คือ ช่วยให้คุณกินอะไรได้ แล้วจากนั้นก็จบไป ถ้ามันเกิดมีชีวิตล่ะ ตอนนี้เป้าหมายของมันเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง มันจะเป็นยังไง?’”

คนใหม่ๆ ในหนังยังมีดัคกีและบันนี ที่เป็นของรางวัลจากงานคาร์นิวัล ซึ่งให้เสียงโดยคีย์และพีล “มันโคตรยากเลย ที่จะไม่ทำให้แต่ละเทคพังด้วยเสียงหัวเราะ” คูลีย์พูดถึงการทำงานของทั้งคู่ แต่ถึงจะมีตัวละครใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา แต่เขาก็ยังอยากให้หนังมีอารมณ์ที่คุ้นเคย “นี่ต้องใช้ลูกเล่นในการสร้างสมดุลย์” เขาบอก “เพื่อให้หนังอยู่ในแนวทางเดียวกับเรื่องอื่นๆ แต่จะไม่ใช่การทำซ้ำสิ่งที่เราเคยทำมาก่อน มันต้องมีความใหม่ แต่ให้ความรู้สึกที่คุ้นๆ กันดี ซึ่งเป็นงานโคตรยากเลย”

การพาของเล่นไปสู่โลกกว้าง ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็นการสร้างอะไรใหม่ๆ “มีอะไรเยอะมากที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในหนังชุดนี้” คูลีย์ เสริม “การได้พาพวกของเล่นออกไปจากเขตไตร-เคาน์ตี เป็นสิ่งใหม่ ไม่ใช่แค่สำหรับเราแต่กับวูดีก็ด้วย” แต่อารมณ์ความรู้สึกยังคงเช่นที่เป็นมา โดยทิม อัลเลนให้ความเห็นว่า ตัวเราเร้าอารมณ์สุดๆ จนเขา “ไม่สามารถดูไปจนถึงฉากสุดท้ายได้”

แล้วคนดูต้องเตรียมผ้าเช็ดหน้าไหม? “คนมากมายโตมากับตัวละครเหล่านี้ พวกมันให้ความรู้สึกถวิลหาอดีตเต็มๆ สำหรับคนดู แล้วก็เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันกับผู้ชม” คูลีย์ให้ความเห็น ก่อนตบท้าย “การเตรียมผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะ”

STAR WARS EPISODE IX: RISE OF SKYWALKER: มหากาพย์อวกาศมาถึงบทสรุปแล้ว
ผู้กำกับ: เจ.เจ. เอบรามส์ นักแสดง: เดซีย์ ริดลีย์, อดัม ไดรเวอร์, จอห์น โบเยกา

“มากไป เร็วไป” บ็อบ ไอเกอร์ ซีอีโอของดิสนีย์ พูดถึงการแผ่ขยายเรื่องราวของ Star Wars ที่ล้มครืนในปี 2018 “คุณมองถึงความพยายามทำให้ช้าลงได้เลย” เขาเสริม ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ถึงการตัดสินใจของเขาที่จะค่อยๆ ลด การเดินหน้าอย่างบ้าคลั่งของหนังชุดนี้ ที่ในช่วงเวลา 6 ปีนับตั้งแต่ปี 2012 ที่ดิสนีย์ซื้อกิจการลูคัสฟิล์มมาไว้ในมือ เรามีหนัง Star Wars ออกมาให้ชมไปแล้วถึง 4 เรื่อง มันมากเกินไปไหม แถมยังมีหนังโทรทัศน์ฉบับคนแสดงที่จ่อคิวสร้างอีกจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ The Mandalorian ของจอน แฟฟโรว์ และ Rogue One ตอนก่อนของดีเอโก ลูนาได้ไปต่อ หนังตอนแยกของโบบา เฟ็ทท์ และโอบีวัน เคโนบีสถานการณ์ไม่ดีนัก ส่วนหนังใหญ่เรื่องหลักของ Star Wars ยังอยู่ดีมีสุข แล้วก็เหลืออีกเรื่องหนึ่งอยู่ในโปรแกรม นั่นก็คือหนังเรื่องที่เก้าที่ยังไม่มีชื่อ ซึ่งเป็นการปิดฉากไตรภาคยุคใหม่ที่เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อนด้วย Star Wars: The Force Awaken แล้วเมื่อเรื่องราวจบสมบูรณ์เรียบร้อย ไอเกอร์กับแคธลีน เคนเนดีคงหาเวลามาแต่งร่างสร้างสมดุลย์กันใหม่ให้กับหนังชุดนี้

รายละเอียดของหนังเรื่องที่เก้ายังคงเก็บเงิียบ เว้นแต่ว่าจะมีใครยั่วออกมาแบบมั่วๆ ถ้าหนังตอนที่แล้ว The Last Jedi ทำให้แฟนๆ รู้สึกปวดร้าว หนังเรื่องสุดท้ายของไตรภาคจะเป็นผลงานของมือที่ปลอดภัย เจ.เจ. เอบรามส์กลับมารับงานอีกครั้ง โดยเป็นการทำหน้าที่แทนโคลิน เทรโวร์โรว์ ที่ถอนตัวออกไปจากโปรเจ็คท์อย่างเงียบๆ เมื่อเดือนกันยายน 2017 ด้วยสาเหตุ “ความแตกต่างทางความคิดสร้างสรรค์” การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ก็มี การได้พอล อิงกลิส ผู้กำกับศิลป์จากหนัง Blade Runner 2049 เข้ามาทำหน้าที่ ขณะที่ตัวพล็อตก็อาจจะมีเซอร์ไพรส์สำคัญ โดยเฉพาะตัวละครที่เป็นพ่อ-แม่ของเรย์ “ทุกอย่างยังเปิดกว้าง” ไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับ The Last Jedi บอก

เรย์จะพบว่าเรื่องราวของเธอนั้น มีอะไรมากกว่าชีวิตชั้นต่ำบนดาวแจคคูไหม? ไคโล เรนจะกอบกู้ตัวเองกลับมาได้หรือเปล่า? นั่นคือสิ่งที่หลายๆ คนสงสัย แต่อะไรที่หลายๆ คนรู้ก็คือ ฟินน์ (จอห์น โบเยกา) กับเรย์ (เดซีย์ ริดลีย์) กลับมาร่วมทีมกันอีกครั้ง “นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้น” โบเยกา กล่าว “ฟินน์และเรย์กลับมาอยู่ด้วยกันอีก แล้วลูค สกายวอลเคอร์ของมาร์ค แฮมิลล์ จะกลายเป็นพลังด้วยหรือเปล่า? ส่วนแม็ทท์ สมิธ อดีตดาราจาก Doctor Who จะมาเล่นเป็นใครล่ะ? ไหนจะใบหน้าที่คุ้นเคย อย่าง บิลลี ดี วิลเลียมส์ที่กลับมาสวมเสื้อคลุมของแลนโด คาลริสเชียน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 ใน Return of the Jedi

และวิลเลียมส์ก็ไม่ใช่คนดังจากอดีตรายเดียวที่กลับมา “เราโคตรรักแคร์รี ฟิเชอร์” เอบรามส์พูดถึงนักแสดงคนสำคัญ ที่จากไปเมื่อเดือนธันวาคม 2016 “การหาบทสรุปที่น่าพึงพอใจสำหรับเรื่องราวของสกายวอลเคอร์ โดยไม่มีเธอทำให้เราต้องหาทางออกที่ดีที่สุด เราไม่คิดที่จะเลือกนักแสดงคนใหม่มารับบท หรือใช้ตัวละครซีจี เราต้องหาวิธีที่ให้เกียรติสิ่งที่แคร์รีมอบเอาไว้ รวมไปถึงบทบาทของเจ้าหญิงไลอา ด้วยการใช้ฟุตเตจที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ที่เราถ่ายเอาไว้ใน Episode VII”

สำหรับอะไรก็ตามที่จะเป็นการปูพื้นเอาไว้ให้สานต่อจาก Episode IX ยังคงไม่มีความกระจ่างชัด “เราคุยกันถึงเรื่องราวของ Star Wars ในอีก 10 ปีข้างหน้า และเราก็มองดูว่ามีเรื่องตรงไหนที่เราจะไปต่อกันได้” เคนเนดีกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ก่อนหน้าที่ไอเกอร์จะตัดสินใจลดการปล่อยหนัง Star Wars “เรามองไปถึงเรื่องราวในอนาคต หลังจาก Episode IX กับบรรดาตัวละครใหม่ๆ เรย์, โพ, ฟินน์, บีบี-8” ซึ่งตอนนี้ก็มีแต่เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า ยังคงมีเรื่องราวเหล่านี้ให้สานต่อหลังจาก Episode IX

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ดูหนังทั้งปี 5 นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1276 ปักษ์หลังมีนาคม 2562


SHARE THIS
  • 141
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    141
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On