ตามดูการทำงานในอัลบั้มคลาสสิค Sticky Fingers ของ The Rolling Stones

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

(อ่านตอนที่ 1 ได้ที่ http://bit.ly/1Ck7nJg) ในการทำงานอัลบั้ม Sticky Fingers ของเดอะ โรลลิง สโตนส์ ซึ่งเป็นอัลบั้มคลาสสิคของพวกเขา และวงการเพลง เป็นครั้งแรกที่เดอะ สโตนส์ ทำงานกันโดยไม่มีไบรอัน โจนส์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ได้มิค เทย์เลอร์ เข้ามาแทนที่

“มิค เทย์เลอร์ เข้ามาอยู่ในวงตอนออกทัวร์ปี ’69 ซึ่งเป็นการทำให้เดอะ สโตนส์กลับมาอยู่ร่วมกันอีก” ริชาร์ดส์ เขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ “เราเลยทำ Sticky Fingers กับเขา และดนตรีมันก็เปลี่ยนไป ในแบบที่แทบจะไม่รู้ตัว คุณแต่งเพลงโดยมีมิค เทย์เลอร์ อยู่ในใจ บางทีก็แทบจะไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ คุณรู้ว่าเขาสามารถทำให้เกิดสิ่งที่แตกต่าง คุณให้บางอย่างที่เขารู้สึกสนุกกับมัน หลายๆ เพลงใน Sticky Fingers มีที่มาจากเรื่องที่ว่า ผมรู้ว่าเทย์เลอร์กำลังจะดึงสิ่งดีๆ ออกมา”

ในแง่ของการทำงานดนตรีแล้ว เทย์เลอร์ดูเหมือนเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ทางวงขาดอยู่พอดี “เขาเป็นคนที่มีอิทธิพล, เป็นคนที่มีเมโลดี ซึ่งเราไม่เคยมีมาก่อน และตอนนี้เราก็ไม่มี” แจกเกอร์ให้สัมภาษณ์เมื่อตอนปี 1995 “ไม่ว่าจะเป็นคีธ หรือ รอนนี (วูด) ก็ไม่ได้เล่นในสไตล์แบบนั้น ผมนั่งลงกับมิค เทย์เลอร์ แล้วเขาก็จะเล่นไลน์กีตาร์ที่ลื่นไหลออกมา รับกับเสียงร้องของผม เขาเป็นคนที่น่าตื่นเต้น น่ารัก และให้บางสิ่งที่ผมตามไป หรือปะทะ บางคนถึงกับคิดเลยว่า นั่นคือวงเวอร์ชันที่เจ๋งที่สุด ที่เคยมี”

“ผมจำได้อย่างชัดเจน ตอนที่พวกเราอัดเพลง Can’t You Hear Me Knocking กัน นี่เป็นอีกเพลงหนึ่งที่มีเทคมหัศจรรย์เกิดขึ้น” คริส คิมซีย์ เอ็นจิเนียร์ของอัลบั้มกล่าว “พวกเขาเข้ามาแจมกันในตอนท้าย แล้วเทย์เลอร์ก็เล่นท่อนโซโลที่น่าทึ่งออกมา มันเป็นไปตามสัญชาตญานอย่างแท้จริง พวกเขาถูกหวยเลยละวันนั้น ในฐานะเด็กหนุ่มอายุ 20 ปีที่ดูพวกเขาเล่นกัน ผมไม่รู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนใหม่ เพราะดูเหมาะเจาะลงตัวกับพวกเขาอย่างสมบูรณ์”

ขณะที่ลายมือของเทย์เลอร์เป็นที่รู้สึกได้ในอัลบั้ม บางเพลงก็ได้ประโยชน์จากความสุขที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ซึ่งดูเหมือนเป็นการทำงานที่เดอะ สโตนส์ชื่นชอบ และได้ยินกันตั้งแต่เพลงเปิดอัลบั้ม Brown Sugar ที่ยังเป็นซิงเกิลนำของงานชุดนี้อีกด้วย

“ผมแต่งเพลงนี้กลางทุ่งในออสเตรเลีย เป็นสภาพแวดล้อมที่แปลกดี ผมไปเล่นหนังเรื่อง Ned Kelly แล้วมือผมก็ได้รับบาดเจ็บตอนถ่ายฉากแอ็คชัน มันงี่เง่ามาก” มิค แจกเกอร์ นักร้องนำของวงกล่าว “ผมพยายามจะใช้มือให้ได้เหมือนปกติ แล้วตอนนั้นก็มีกีตาร์ไฟฟ้าตัวใหม่ด้วย ก็เลยหยิบมันมาเล่นท่ามกลางชนบทแบบนั้น และเขียนเพลงนี้ขึ้นมา”

เดอะ โรลลิง สโตนส์ ยังคงสานต่อการยกย่องงานดนตรีอเมริกัน ด้วยเพลงที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของดนตรีคันทรีอย่าง Wild Horses ซิงเกิลที่สองของงานชุดนี้

“ผมรักดนตรีคันทรี แต่ก็ผมว่า ไม่ง่ายเลยที่จะทำออกมาได้อย่างเข้าถึง” แจกเกอร์ บอกในการให้สัมภาษณ์ “ผมคิดว่า เพลงคันทรีจะต้องร้องแบบสบายๆ ผมเลยร้องแบบนั้น เสียงประสานมันก็ต่างไปจากบลูส์มากๆ มันไม่มีการบิดโน้ตในแบบเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ ผมเลยคิดไปว่า มันมีความเป็นอังกฤษมาก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพลงแบบอเมริกันก็เถอะ มันเป็นเพลงที่ผมรู้สึกคุ้นเคยจริงๆ มันใกล้ชิดกับรากของผม”

อ่านต่อตอนที่ 3 ได้ที่ http://bit.ly/1NRzLnc

จากเรื่อง ย้อนอดีต 44 ปี อัลบั้มคลาสสิคของวงการเพลง Sticky Fingers จาก The Rolling Stones (2) โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On