ตามเช็คกันต่อ กับ 20 ซีรีส์ปีต่อมา ที่ดีที่สุดของปี 2015 (2)

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Banshee จาก ช่องซีนีแม็กซ์, Broad City ของ ช่องคอมมิดี เซ็นทรัล, Brooklyn Nine-Nine ที่ออกอากาศทางช่องฟ็อกซ์, Doctor Who จาก ช่องบีบีซี อเมริกา, The Flash ของช่องซีดับเบิลยู, Game of Thrones ทางช่องเอชบีโอ, The Good Wife ในช่องซีบีเอส, Girls จาก ช่องเอชบีโอ, Halt and Catch Fire ของ ช่องเอเอ็มซี, The Knick ทาง ช่องซีนีแม็กซ์, Manhattan จากช่องดับเบิลยูจีเอ็น, New Girl ที่ออกอากาศทางช่องฟ็อกซ์ และ Justified ของช่องเอฟเอ็กซ์) (อ่านตอนแรกได้ที่ http://bit.ly/1VaeypO)

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือส่วนหนึ่งใน 20 ซีรีส์ที่สานต่อเรื่องราวกันมา จนได้ออกอากาศในปี 2015 ที่ทางนิตยสารวาไรตี ยกให้เป็นซีรีส์ปีต่อๆ มาที่ดีที่สุด และคราวนี้ เราจะมาดูเรื่องที่เหลือกัน

Outlander (ช่องสตาร์ซ): ภายใต้รูปแบบเนื้อหาที่ผู้ชมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เศษเสี้ยวของช่วงเวลาในอดีต, เรื่องรักระดับมหากาพย์ และการผจญภัยที่มีพื้นฐานจากสิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ซีรีส์ชุดนี้ ยังพาไปพบกับเรื่องของอำนาจ, การครอบครอง, ความอดกลั้นและการละเมิดต่อกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่นำเสนอออกมาได้อย่างจริงใจ จนควรค่ากับการยกย่อง และในบางตอนของซีรีส์ก็เต็มไปด้วยความเข้มข้น และจริงจังในแบบที่ต้องสรรญเสริญกันเป็นพิเศษ แต่ที่น่าสนุกก็คือ ถึงรูปแบบของเรื่องจะเป็นแบบนี้ แต่ Outlander ก็ไม่ได้หลงไปอยู่ในวังวนของความซ้ำซาก ซีรีส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะพลิกแพลง และเปิดเผยสิ่งต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นงานที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติต่อตัวละครผู้หญิง, วิธีการนำเสนอสัญลักษณ์ของความเป็นชายในแบบสบายๆ, การใช้เรือนร่างกับหลายๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

Outlander เป็นหนึ่งในซีรีส์ไม่กี่เรื่อง ที่แสดงความกระหายใคร่รู้อย่างจริงๆ จังๆ ว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมจริงๆ แล้วมันดำเนินไปยังไง และถึงหัวใจของเรื่องจะแตกต่างออกไป แต่ช่วง 2-3 ตอนท้ายๆ ของฤดูฉายที่ 1 ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ทุกอย่างยังคงดำดิ่ง ขุดค้นลงไปในธีมที่เกี่ยวพันอยู่กับตัวเรื่องมานาน ซึ่งท้ายที่สุดก็เป็นเรื่องของการยอมรับและสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น สก็อตแลนด์และอังกฤษ, เจมีและแคลร์, เจมีและแจ็ค ใครปกครองใคร? ใครเป็นเจ้าของใคร? และด้วยอำนาจ หรือว่าการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ? เสรีภาพจะได้รับการปลดปล่อยอย่างไร เมื่อยุคสมัยถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีการปรับแต่งใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับคู่รัก หรือว่าประเทศชาติ ทุกอย่างล้วนมีขอบเขตกฏเกณฑ์จำกัด และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสลดใจ แม้เรื่องราวจะเดินทางจากช่วงเวลาหนึ่งไปยังช่วงเวลาหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็จะกลับมาสู่ความคิดที่ว่า การอยู่ในโอวาทสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายวิธี แต่การใช้กำลังบังคับให้จงรักภักดี ไม่มีทางได้รับการยอมรับ ที่เป็นการแสดงความเคารพอย่างเต็มใจ ทดแทนกลับมา

Parks and Recreation (ช่องเอ็นบีซี): ฤดูสุดท้ายของซีรีส์เรื่องนี้ น่าจะกลายเป็นการวิ่งแสดงถึงชัยชนะที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วสิ่งที่ผู้ชมได้ชมไม่ใช่อะไรแบบนั้น Parks and Recreation ยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่โดนใจ, สนุก, อ่อนหวาน และน่ารื่นรมย์อย่างสุดๆ ไปจนถึงตอนสุดท้าย

ขณะที่ Leslie and Ron คือตอนคลาสสิคของซีรีส์ The Johnny Karate Super Awesome Musical Explosion Show ก็ต้องเป็นตอนที่สนุกสุดๆ ในแบบที่ไม่มีใครอยากให้จบเลยจริงๆ

Penny Dreadful (ช่องโชว์ไทม์): ซีรีส์สยองขวัญสไตล์กอธิค มีเรื่องราวในฤดูฉายที่สองที่ยากจะคาดเดา โดยความขัดแย้งที่เป็นศูนย์กลางของเรื่อง เป็นของตัวละครที่รับบทโดย เฮเลน แม็คครอรี ซึ่งค่อยๆ แสดงความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นมาอย่างช้าๆ และตอน The Nightcomers ก็ไม่ใช่แค่การแสดงให้เห็นความเยี่ยมยอดของนักแสดงรับเชิญอย่าง แพตตี ลูโปน และดาวเด่นของเรื่องเอวา กรีน แต่ยังเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นที่เจ๋งที่สุด เท่าที่เคยเห็นกันในจอโทรทัศน์เลยก็ว่าได้

แล้วก็ยังมีเสียงพูดของบิลลี ไพเพอร์ในตอนท้ายๆ ของฤดูฉาย ซึ่งเป็นยิ่งกว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่นักแสดงหญิงรายนี้เคยทำมา

The Returned (ช่องซันแดนซ์): กับการออกอากาศมาแล้วสองปี เชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่า ซีรีส์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอะไร หรือครึ่งหนึ่งของเรื่องราวมีอะไรเกิดขึ้น The Returned คือการไตร่ตรองถึงความเศร้าโศกและการสูญเสีย? หรือว่าเป็นเรื่องราวของทั้งอำนาจและอันตรายในการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน? เป็นหนังซอมบีใช่ไหม? หรือเป็นเรื่องของโลกธรรมดาๆ ที่ลึกๆ แล้วเกิดเสียสมดุลย์ และเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างรุนแรงต่อคนโชคร้ายที่เข้ามาขวางทางโดยบังเอิญ? แล้วทำไมซอมบี้ฝรั่งเศสต้องสูบบุหรี่? และอะไรในตัวของวิคเตอร์ที่ทำให้เขากลายเป็นคนที่ดูน่าพรั่นพรึงล่ะ? ไม่มีใครรู้ แต่ก็ไม่มีใครสน

ในด้านที่เป็นความเปราะบาง ซีรีส์เรื่องนี้เป็นงานที่ขาดแคลน ‘คำตอบ’ แต่ก็กลบเกลื่อนด้วยความโดดเด่นจากการพยายามตั้ง ‘คำถาม’ และทิ้งความลึกลับในจิตใจของมนุษย์เอาไว้ นี่คือซีรีส์ที่ยากจะเห็น เมื่อไม่ได้สนใจในการเล่า ‘เรื่อง’ หากแต่พยายามทำให้นึกถึงเรื่องเล่าที่ไร้กาลเวลา และที่สำคัญมันทำได้ผล

Review (ช่อง Comedy Central): ฟอร์เรสท์ แม็คนีล เป็นได้ทั้งตัวประหลาดและเหยื่อ หรืออาจจะเป็นการผสมผสานของทั้งสองอย่างที่ว่ามา บางทีนี่คือการเปรียบเทียบที่ครอบคลุมที่สุด เขาเป็นตัวละครที่ทำให้หลายๆ คนนึกถึงวิลล์ แกรห์ม ใน Hannibal แต่แทนที่จะมีฮันนิบาล เลคเตอร์ คอยกระซิบอยู่ที่ข้างหู ฟอร์เรสท์มีความปรารถนาที่จะสร้างความสัมพันธ์ และสนใจในสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง และมันก็พาเขาหลงทางไปพบอะไรที่น่าทึ่งอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมาอธิบายถึงเสน่ห์ของซีรีส์ที่เป็นเรื่องเศร้าเคล้าอารมณ์ขันเรื่องนี้ และด้วยวิธีการบางอย่าง ผู้สร้างสรรค์ซีรีส์อย่าง แอนดี ดาลี และกลุ่มเพื่อนๆ ที่แสนเริงรื่น สามารถทำให้ Review ฤดูฉายนี้ ออกมาดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะเป็นไปได้ หากมองไปถึงฤดูฉายแรกที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และน่าทึ่ง

กับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้, ดาลี และทีมนักแสดงแสนมหัศจรรย์ คว้าดาวห้าดวงไปประดับกันถ้วนหน้า

Silicon Valley (ช่อง HBO): ในปีแรก ซีรีส์เสียดสีวัฒนธรรมธุรกิจสตาร์ทอัพของเอชบีโอ นำเสนอความน่าทึ่งได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ซีรีส์ในฤดูฉายแรกควรจะ ‘ต้อง’ เป็น และสมควรกับการได้รับเวลานำเสนอชีวิตของคนโง่หลากสีสันแห่ง ไพด์ ไพเพอร์ ให้มากขึ้นไปอีก และไม่ต้องหยิบเอาพวกเด็กบ้าเรียน, พี่น้องคลั่งเทคโนโลยี และมหาเศรษฐีทั่วๆ ไป ที่บังเอิญมาเดินเหยียบรอยกันมาพูดถึง เพราะคนสำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ ก็คือ เออร์ลิช บาคแมน ที่รับบทได้อย่างเปี่ยมพรสวรรค์โดย ทีเจ มิลเลอร์

Survivor’s Remorse (ช่องสตาร์ซ): แม้จะไร้ซึ่งต่อมกีฬา แต่ก็สนุกได้กับการชมซีรีส์เรื่องนี้ ที่ว่าด้วยชีวิตของสตาร์หนุ่มในกีฬาบาสเก็ตบอล ที่ไต่เต้าไปสู่ชื่อเสียงและลาภยศ นี่คืองานที่สร้างความบันเทิงได้อย่างเน้นๆ สนุก และน่าหัวเราะ ซึ่งสอดแทรกอยู่ในเรื่องราวที่น่าเชื่อถือ และพยายามนำเสนอให้เห็นโลกที่กระหายชื่อเสียงออกมาอย่างถึงแก่นอย่าง และมีความรับผิดชอบ Survivor’s Remorse มีทั้งความเป็นซิต-คอมสำหรับครอบครัวและรอม-คอมรสแซ่บ

ที่สำคัญ ยังเต็มไปด้วยนักแสดงสมทบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น รอนรีโค ลี หนุ่มหน้าตายที่ไม่เคยพลาดการสร้างความยอดเยี่ยมออกมา, เอริกา แอช ที่เล่นเป็นเอ็ม-ชัค ก็เล่นได้มันส์มากทุกครั้งที่ปรากฏตัว และทิชินา อาร์โนลด์ ที่ช่างสรรหาการแสดงออกที่เต็มไปด้วยมิติและความลึก จนไม่อยากละสายตาไปจากบท
แคสซีที่เธอเล่น ซึ่งเปรียบได้กับพ่อบ้านหญิงของครอบครัว แล้วยังมี จูเลียสของไมค์ เอ็ปป์ส ที่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของ Survivor’s Remorse ตัวละครที่ดูผ่อนคลายและจงรักภักดี สุดโต่งในบางครั้ง แต่ก็สร้างความมันส์ได้สุดๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่แปลกที่ใครๆ จะบอกว่า ลุงจูเลียสนี่ละ ที่เจ๋งที่สุดในเรื่องนี้

จากเรื่อง 20 ซีรีส์ปีต่อมา ที่ดีที่สุดของปี 2015 (2) คอลัมน์ ดูหนังที่บ้าน โดย นายละเด่าส์ นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1202 ปักษ์หลังกุมภาพันธ์ 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On