ฟังไปแล้ว ซาวนด์แทร็คหนัง LOVE, SIMON หนังใสๆ ที่ได้เพลงเพราะๆ มารับใช้ให้รื่นรมย์

SHARE THIS
  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares

LOVE, SIMON (Original Motion Picture Soundtrack)/ Various Artists
[RCA/ Sony]

หนัง LGBT (Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender/Transsexual) วัยรุ่นก้าวพ้นวัย ในแบบฟีลกู๊ด ผลงานการกำกับของเกร็ก เบอร์แลนติ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์ซูเปอร์ฮีโรฮิตของฝั่งดีซี Arrow, The Flash ที่อาจจะรู้สึกว่าเป็นการทำงานที่ผิดที่ผิดทางไปสักหน่อย แต่ถ้ามองไปถึงเครดิตในการทำงานก่อนๆ หน้า เบอร์แลนติก็คือคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์วัยรุ่นดังระเบิดในยุค 90 เช่น Dawson’s Creek หรือหนังเบาๆ อย่าง The Broken Hearts Club: A Romantic Comedy

ซึ่งการทำหนังอย่าง Love, Simon นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขาอะไรเลยก็ว่าได้

หนังได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งจากผู้ชมและนักวิจารณ์ ขณะที่บ้านเราก็ยืนโรงฉายได้ยาวๆ แม้กับเนื้อหาที่มาแบบใสๆ อาจจะไม่ถูกใจคอหนังที่ชอบความจริงจังนัก แต่ในแง่มุมหนึ่งก็เป็นงานที่น่าจะทำให้กลุ่มเป้าหมายมองเพื่อนที่เป็นเกย์, เลสเบียน, ไบเซ็กชวล หรือว่า คนข้ามเพศ ด้วยสายตาและมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม

นอกจากจะเป็นงานฟีลกู๊ด ดูสบายๆ รื่นรมย์แล้ว Love, Simon ก็ยังมาตามสูตรของหนังโรแมนติกวัยรุ่นใสๆ ทั่วไป ด้วยการใส่เพลงป็อปเพราะๆ เข้ามาให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่ม ที่บางเพลงก็ใส่เต็ม บางเพลงก็ใช้คลอประกอบช่วยเสริมอารมณ์ของภาพ

โดยมีทั้งงานเก่า งานใหม่ งานของศิลปินเก่า ศิลปินใหม่ ให้ได้ฟังกัน ไม่ว่าจะเป็น “Alfie’s Song (Not So Typical Love Song)” ของ Bleachers, “Strawberries & Cigarettes” ของทรอย ซีแวน ไปจนถึงเพลงอมตะอย่าง “I Wanna Dance with Somebody (Who Loves Me)” จากวิทนีย์ ฮุสตัน, “Someday at Christmas” ของ Jackson 5

ขณะที่แนวทางดนตรีก็หลากหลาย แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนแล้วแต่มีความเป็นป็อปในตัวที่แรงใช้ได้ และทำให้เข้าถึงง่าย แม้จะไม่ใช่เพลงฮิตติดหู หรือเพลงดังในอดีตมาก่อน

โดยบลีเชอร์ส ศิลปินอินดีป็อปอเมริกัน ที่เป็นชื่อในการทำงานของแจ็ค แอนโทนอฟฟ์ (สมาชิกคนหนึ่งของ Fun.) มีเพลงในอัลบัมซาวนด์แทร็คให้ได้ฟังกันถึง 4 เพลง แถมด้วยอีกหนึ่งเพลงที่เป็นงานเดี่ยวของแอนโทนอฟฟ์กับโม เรียกได้ว่ากับหนังเรื่องนี้เขาแทบจะเป็นคนทำเพลงประกอบของหนังเลยก็ว่าได้

ทั้งสี่เพลงของบลีเชอร์ส คือเพลงป็อปฟังสบายๆ ใสๆ ไม่ต่างไปจากหนัง หากก็มีจังหวะจะโคน มีบีท เข้ามาเติมความหนักแน่น แล้วก็ไม่ใช่เพลงแบบบับเบิลกัม ฟังแล้วแม้จะติดหูหากก็ผ่านไปในเวลาอันรวดเร็ว การเรียบเรียงดนตรีมีลูกเล่น มีความซับซ้อนพองาม แบบที่ไม่ทำให้เพลงฟังยากและไม่ใช่เพลงป็อปดาดๆ ทั่วไป และทำให้นึกถึงเพลงในหนังวัยรุ่นตอนปลายยุค 80 ดนตรีเข้มข้นแต่ก็ไม่จริงจังจนเกินเหตุ เช่น ใน “Keeping a Secret” งานบัลลาดที่ใส่เสียงร้องประสานแบบโซลเข้ามาได้อย่างกลมกลืน ตัวดนตรีเองก็ให้ความรู้สึกในแบบเพลงป็อปผู้ใหญ่ฟัง มากกว่าจะเป็นงานลูกกวาดหวานแหว๋ว แต่ก็มีรายละเอียดของดนตรีที่ต่างไปจากฟัน. แล้วหากไล่เรียงดูจากชื่อเพลง เนื้อหา งานของศิลปินรายนี้น่าจะทำเพื่อเสิร์ฟเนื้อหาในหนังโดยตรงเลยก็ว่าได้

นอกจากงานของบลีเชอร์ส อัลบัมซาวนด์แทร็คของ Love, Simon ยังเพลงมีเพลงที่น่าสนใจอีกหลายเพลง เช่น “Love Lies” ของ Khalid and Normani ที่เป็นงานแบบนิว เวฟ ที่มาพร้อมกับเสียงร้องแบบโซลเข้มๆ, “Strawberries & Cigarettes” งานดรีมป็อปสวยๆ ของทรอย ซีแวน หรือเพลงป็อปสนุกๆ คึกคักจาก วิทนีย์ ฮุสตัน “I Wanna Dance with Somebody (Who Loves Me)” ที่ทำให้รู้สึกถึงเพลงในหนังวัยรุ่นจากยุค 80 อย่างที่ว่าเอาไว้ในตอนต้นมากขึ้นตามไปด้วย

แม้ศิลปินจะหลากหลาย แนวทางเพลงอาจจะไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเป๊ะๆ แต่ด้วยความเป็นป็อป และโทนรวมไปถึงบรรยากาศของเพลงที่ไม่แตกต่างกันนัก ทำให้อัลบัมซาวนด์แทร็ค Love, Simon กลายเป็นงานที่ฟังเพลิน เปิดได้เรื่อยๆ อีกชุดหนึ่ง แม้จะไม่ใช่ซาวนด์แทร็คแบบรวมเพลงดังในอดีต หรือมีเพลงฮิตมากมาย

แต่เป็นงานที่ได้เพราะความลงตัวและกลมกลืน และมีอารมณ์ถวิลหาอดีตกลายๆ ในเนื้องาน

Love, Simon Track List
1. “Alfie’s Song (Not So Typical Love Song)” – Bleachers (3:01) 2. “Rollercoaster” – Bleachers (3:12) 3. “Never Fall in Love” – Jack Antonoff and MØ (3:36) 4. “Strawberries & Cigarettes” – Troye Sivan (3:21) 5. “Sink In” – Amy Shark (4:35) 6. “Love Lies” – Khalid and Normani (3:23) 7. “The Oogum Boogum Song” – Brenton Wood (3:07) 8. “Love Me” – The 1975 (3:42) 9. “I Wanna Dance with Somebody (Who Loves Me)” – Whitney Houston (4:50) 10. “Someday at Christmas” – Jackson 5 (2:44) 11. “Wings” – Hearts (4:58) 12. “Keeping a Secret” – Bleachers (3:25) 13. “Wild Heart” – Bleachers (3:21)

รู้จักกับ Bleachers: ศิลปินอินดีป็อปจากนิว ยอร์ค ที่เป็นชื่อในการทำงานของแจ็ค แอนโทนอฟฟ์ ที่เป็นสมาชิกของวง Steel Train และ Fun. โดยอิทธิพลดนตรีของบลีเชอร์สนั้น มาจากงานของศิลปินในช่วงปลายยุค 80 – ต้นยุค 90 รวมไปถึงหนังวัยรุ่นไฮสคูลของจอห์น ฮิวจ์ส โดยแอนโทนอฟฟ์เก็บเงียบโปรเจ็คท์การทำงานในนามบลีเชอร์สเอาไว้อยู่นานจนกระทั่งมีซิงเกิลแรก “I Wanna Get Better” ออกมาในปี 2014

บลีเชอร์สมีอัลบัมแรก Strange Desireออกมาในปี 2014 กับอาร์ซีเอ เรคอร์ดส์ แล้วก็ตามด้วยงานภาคต่อจากอัลบัมเปิดตัว Terrible Thrills, Vol. 2 ในปี 2015 ที่เป็นการนำเอาเพลงจากอัลบัมแรกให้ศิลปินหญิงคัฟเวอร์ ก่อนที่จะมีอัลบัมที่สอง Gone Now ออกมาในปีที่แล้ว

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ สะกิดร่องเสียง นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1259 ปักษ์แรกกรกฎาคม 2561
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On