ฟังไปแล้ว – นี่แหละชีวิต งานเพลงชีวิตของน้อย วงพรู ที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหู

SHARE THIS
  • 130
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    130
    Shares

นี่แหละชีวิต / น้อย พรู
[LoveIs Entertainment]

 

หลังพรูยุติการทำงานด้วยอัลบัม Zero เมื่อปี 2548 นอกจากจะได้เห็น กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ไปเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ทของศิลปินหลายๆ คน ไปร้องเพลงให้กับศิลปินหลายๆ รายแล้ว ก็ยังจะพบกับเขาได้อีกจากหนังหลายๆ เรื่องในโรงภาพยนตร์ ที่กฤษดาหรือที่แฟนๆ เรียกกันติดปากว่าน้อย วงพรู ฝากฝีมืออันน่าจดจำเอาไว้ไม่น้อยเลย เช่น 13 เกมสยอง, อันธพาล หรือ ขุนพันธ์​ จนดูเหมือนว่า น่าจะหันไปเอาดีทางการแสดงไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะอย่าลืมว่า นอกจากเรียนจบด้านมานุษยวิทยาจากนิว ยอร์คแล้ว เขายังเรียนการแสดง ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งเป็นนักแสดงละครเวทีและทำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่นั่นอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะกลับมาเมืองไทย ดูธุรกิจของครอบครัว และอย่างที่รู้กัน

เป็นนักร้องนำและสมาชิกคนหนึ่งของวงพรู

ผ่านไป 14 ปี กฤษดากลับมาทำงานเพลงอีกครั้ง แต่ไม่ใช่มาพร้อมกับพี่ชาย สุกี้ กมลสุโกศล แคลปป์ และเพื่อนๆ ในนามพรู หากเป็นในฐานะศิลปินเดี่ยว กับอัลบัม นี่แหละชีวิต ที่เปิดตัวด้วย “แด่ศาลที่เคารพ” เพลงที่ว่าด้วยชีวิตของคนที่เคยทำความผิดและถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดีจากรอบข้าง แม้วันนี้จะกลับตัวกลับใจแล้ว แต่ก็ไม่มีใครมองพวกเขาเปลี่ยนไป หรือให้โอกาสได้พิสูจน์ตัวเอง ซึ่งมิวสิค วิดีโอทำออกมาได้อย่างมีพลังและกินใจ กับการให้อดีตผู้ต้องขังได้เผยความรู้สึกของตัวเอง ตัดสลับกับภาพการแสดงสดในเรือนจำของกฤษดากับวงดนตรีแบ็คอัพ

ที่ไม่ใช่แค่เป็นการประกาศถึงการกลับมาของเขาด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็เหมือนกับการถามแฟนๆ ว่า ยินดีที่จะให้โอกาสกับอัลบัมชุดนี้ และการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวขอองตัวเองหรือไม่ไปพร้อมๆ กัน

แล้วเมื่อถึงเวลาที่ นี่แหละชีวิต เผยตัวออกมาให้ได้ฟังกันเต็มๆ จากซาวนด์และสำเนียงดนตรีที่มี รวมไปถึงเนื้อหาของเพลง “แด่ศาลที่เคารพ” ยังไม่ต่างไปจากเพลงที่แนะนำตัวอัลบัมเดี่ยวชุดแรกของกฤษดาด้วยเช่นกัน ในเรื่องของบรรยากาศและโทนของเพลง ไม่ว่าจะเป็นดนตรีที่ฟังผ่าน อาจจะรู้สึกถึงงานของพรูอยู่ในที แต่เมื่อไล่เรียงละเลียดฟังจากเพลงแรกไปจนถึงเพลงสุดท้าย ในความไม่ต่างก็มีความไม่เหมือนให้รับรู้ เพราะเนื้อดนตรีฟังนุ่มนวลกว่า ซาวนด์กีตาร์หรือกลองไม่ได้ดิบหรือหวือหวาอย่างที่งานในนามวงเป็น ดนตรีฟังใหญ่ สวย มีบรรยากาศที่คลี่คลาย ให้ความรู้สึกในเชิงบวก เปี่ยมไปด้วยความหวัง และความอบอุ่น

กระทั่งในเพลงบัลลาด เหงาๆ พูดถึงความรักที่ไม่มีวันกลับมา อย่าง “ห้วงรัก” ที่ทำให้รู้สึกถึงความสวยงาม ความสุขของความรัก ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ได้ใช้ ได้อยู่กับใครสักคน และได้รัก แม้บทสรุปสุดท้ายจะไม่ใช่ความสมหวังก็ตามที

หรือเพลงเศร้าๆ ที่ว่าด้วยการรอคอยที่ไม่มีทางสมหวัง “ฉันจะเฝ้ารอ” ที่ต่อให้เนื้อหาในเพลงฟังสิ้นทางขนาดไหน ดนตรีก็ยังมีแรงของความหวังให้ได้รู้สึกไปจนถึงโน้ทสุดท้าย

อย่างน้อยที่สุดก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นของความรักที่เคยมี และหลงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้

การใช้เสียงของกฤษดาก็ฟังเต็มอารมณ์ รื่นหูมากกว่าอดีต รวมถึงมีการใช้เทคนิคทั้งจากการร้อง และอุปกรณ์ในห้องอัดเสียง ที่หลากหลาย ทำให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ในหลายมิติ ไปตามความรู้สึกที่ตัวอักษรในแต่ละเพลงแสดงออกมา ได้มากและดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแต่ละเพลงแม้จะเป็นมุมมองในเชิงบวก ให้ความหวังกำลังใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีแต่เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสุข สมหวัง หลายๆ เพลงเริ่มต้นด้วยเนื้อหาที่บอกถึงความท้อแท้ เสียใจ หมดหวัง ก่อนที่จะมีแสงสว่าง ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นมารับในช่วงท้าย ไม่ว่าจะเป็น ซึ่งไม่ใช่มีแค่ดนตรีเท่านั้นที่จะคลี่คลายจากเศร้าเป็นสุข จากมืดเป็นสว่าง

เสียงร้องของกฤษดาก็เช่นกัน

แม้จะให้รู้สึกถึงความหวัง กระตุ้นให้มีพลังในการต่อสู้ชีวิต เดินไปสู่จุดหมายปลายทาง คล้ายๆ จะเป็นเพลงโลกสวย แต่ท้ายที่สุดหลายๆ เพลงใน นี่แหละชีวิต ก็ไม่ได้ความว่าสิ่งที่ทำ มุ่งมั่นจะให้ผลลัพธ์ที่สวยงามสมหวังซะเมื่อไหร่ ทั้งที่ได้ยินในเพลงรักเศร้าๆ อย่าง “ห้วงรัก” หรือ “ฉันจะเฝ้ารอ” ที่ว่ามาในตอนต้น เพลงที่พูดถึงชีวิตจริงๆ จังๆ แบบ “นี่แหละชีวิต” เพลงที่เป็นชื่อชุด และ “ตราบใดที่เธอยังมีชีวิต” ที่ได้กมลา สุโกศล คุณแม่ของกฤษดาเองมาร่วมร้อง ที่อาจจะทำให้นึกถึง “Live & Learn” ก็ไม่ได้มีเพลงไหน ที่บ่งบอกจำเพาะเจาะจงว่า สู้แล้ว ทุ่มแล้ว เทแล้ว จะได้พบกับความสำเร็จ

จาก “ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ความฝันที่ดีมันต้องเป็นเช่นไร… แล้วควรจะยิ้มหรือว่าร้องไห้ กับสิ่งที่ฉันนั้นได้แลกมา” และ “เส้นทางของตัวฉันเอง ขาวหรือดำ แต่ไม่ใช่เทา ทำร้ายจิตใจใครหรือเปล่า ทำไมวันนี้ ไม่เห็นเหมือนอย่างที่ฝันเลย” ใน “นี่แหละชีวิต”

ไปถึง “อาจจะดูเหมือนสิ้นหวังและแพ้พ่าย จนไม่เหลือแม้แต่ความต้องการจะหายใจ อยากจะจบทุกๆสิ่ง ทิ้งทุกเรื่องราวแล้วจากไป… แต่ว่าถ้าหนังเรื่องนี้เธอยังดูไม่ครบ อย่าเพิ่งสรุปตอนจบว่าจะเป็นเช่นไร อาจจะผิดหวังหรืออาจจะสดใส จะจบลงอย่างไรใครจะรู้” ที่ “อยากขอให้เธอยังมีความหวัง อยากขอให้เธอกัดฟันและเดินเรื่อยไป เพื่อที่จะได้พบตอนจบฉากสุดท้าย ด้วยสายตาเธอเอง” ของ “ตราบใดที่เธอยังมีชีวิต”

สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ก็คือ ยอมรับกับสิ่งที่เป็นไป ต่อให้เป็นเพลงที่ดูจะสมหวังกับความฝันที่เป็นจริงอย่าง “แค่เรา” ก็ต้องเผชิญกับความลุ่มๆ ดอนๆ ค่อยๆ กว่าจะถึงวันนั้น

แต่อย่าเพิ่งคิดว่า อัลบัมชุดนี้คงเต็มไปด้วยเพลงที่ซีเรียส จริงจัง เพราะก็อย่างที่ชื่ออัลบัมบอกไว้ นี่แหละชีวิต มีหลากหลายให้รับรู้ ที่ในงานชุดนี้ก็ยังมีเพลงน่ารักๆ อย่าง “เล็กน้อยมหาศาล”, เพลงสั้นแต่ซาบซึ้งเหลือเกิน “ใกล้แค่นี้เอง” – “ใกล้แค่นี้เอง ใช่แล้วเท่านี้เองความฝัน ที่ฉันค้นหามานานเท่าไหร่ สุดท้ายใกล้แค่นี้เอง เมื่อได้เห็นในสายตาของเธอ”

ขณะที่เพลงก่อนสุดท้าย “ประเทศไทย” ซึ่งบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อดินแดนที่อยู่อาศัย ที่หลายปีผ่านมามีทั้งกีฬาสีทางการเมือง เรื่องของการใช้ชีวิตที่ปากกัดตีนถีบมากขึ้น จนวิถีที่เคยเป็น ค่อยๆ เลือนหาย ก็เขียนเนื้อหาได้อย่างคมคาย ไม่ใช่ขอร้องอ้อนว้อนให้คนไทยรักกัน บลาๆๆ แต่เป็นการทวงถามสิ่งที่เหมือนไม่มีให้เห็นแล้วในวันนี้ เช่น รอยยิ้ม, ความเข้าใจ, ความรัก, น้ำใจ, การให้อภัย, ความห่วงหาอาทร

กระทั่งเจ้าตัวเอง ก็รู้สึกว่าโอกาสได้พบกับสิ่งเหล่านี้น้อยลงทุกที แต่ก็ยัง “อยู่ตรงนี้ ฉันรออยู่ตรงนี้ และฉันยังคงรอคอยที่นี่ แม้ตอนนี้ไม่มีโอกาสเหลือ อยู่ตรงนี้ฉันจะยังรออยู่ตรงนี้ โดยน้ำตาและจิตใจที่เชื่อ ว่าสักวันหนึ่งเธอนั้นจะกลับมา” ซึ่งน่าจะคล้ายๆ กับความคิดของอีกหลายๆ คน

และกับเครดิทในการแต่งเพลงที่ไล่ๆ ดูในแอปเปิล มิวสิค กฤษดาเขียนเพลงในอัลบัมชุดนี้ทั้งหมด โดยมีบอยด์ โกสิยพงษ์ร่วมแต่งใน “แด่ศาลที่เคารพ” และ เฮย์ดน์ เบนดอลล์ กับ วิชญา วัฒนทรัพย์ ร่วมเขียนเพลงที่เป็นชื่อชุด เพียงสองเพลง

ซึ่งจากที่ได้ยิน ได้ฟัง นอกจาก “ประเทศไทย” ที่บิดมุมมองในการพูดถึงบางอย่างได้อย่างสวยงาม เพลงอื่นๆ ก็มาพร้อมการใช้ภาษาที่ท่วงท่าลีลาที่เฉพาะตัว กระทั่งในเพลงที่เนื้อหาถูกพูดซ้ำไปซ้ำมา ก็ยังได้ภาษาหรือการผูกเรื่องมาทำให้แปลกหู โดยไม่ได้ยากหรือซับซ้อนเกินเข้าใจ ที่เมื่อร่วมกับดนตรี ที่พัฒนาขึ้นมาจากที่เคยเป็นในวงพรู แม้จะรู้สึกถึงการมีอยู่ของวงดนตรีที่เขาเริ่มต้นในเนื้องาน

แต่จากสิ่งที่ได้ยินและมี บางทีกฤษดา สุโกศล แคลปป์ อาจไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อในการทำงานว่า น้อย พรู อีกต่อไป

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ แนะนำ-วิจารณ์ นิตยสารสีสัน ปีที่ 30 ฉบับที่ 12 เดือนสิงหาคม 2562


SHARE THIS
  • 130
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    130
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On