ฟังไปแล้ว อัลบั้มซาวนด์แทร็คของหนังเพลง Into the Woods อีกหนึ่งงานเพลงของสตีเฟน ซอนด์ไฮม์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

INTO THE WOODS / Various Artists
[Walt Disney Records/Universal Music]

เพียงแค่บอกว่าเป็นผลงานละครเพลงของสตีเฟน ซอนด์ไฮม์ ที่เขาเขียนทั้งคำร้องและทำนอง โดยมีที่มาจากเรื่องราวในหนังสือชื่อเดียวกันของเจมส์ ลาไพน์ เพียงแค่นี้ก็สามารถจบการเขียนถึงอัลบั้มเพลงประกอบของหนังเพลง Into the Woods ได้เรียบร้อยแล้ว ด้วยความที่สามารถการันตีความยอดเยี่ยมของผลงานกันได้เลยนับตั้งแต่ตรงนี้

สำหรับสตีเฟน ซอนด์ไฮม์นั้น เป็นชื่อสำคัญในวงการละครเพลงมายาวนานกว่า 50 ปีแล้ว และไม่ใช่เพียงแค่เป็นที่รู้จัก ซอนด์ไฮม์สามารถคว้ารางวัลโทนี อวอร์ดส์ มาครองแล้วถึง 8 ครั้ง ซึ่งมากกว่าที่บรรดาคอมโพเซอร์รายไหนๆ ทำได้ และซอนด์ไฮม์ยังขยับขยายความสำเร็จของตัวเองเข้าไปในด้านอื่นๆ ของวงการบันเทิงอีกด้วย และประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน เมื่อคว้ารางวัลออสการ์มาครองได้จาก เพลง Sooner or Later (I Always Get My Man) จากหนังเรื่อง Dick Tracy รวมทั้งไปคว้ารางวัลแกรมมีได้อีก 8 รางวัล, รางวัลพูลิตเซอร์ และรางวัลลอเรนซ์ โอลิเวียร์ อวอร์ดส์

ความสามารถของซอนด์ไฮม์นั้นเจิดจรัสในระดับที่ คอลัมนิสท์ – แฟรงค์ ริช จากหนังสือพิมพ์ เดอะ นิว ยอร์ค ให้ขนานนามว่าเป็น “ศิลปินที่เยี่ยมยอดที่สุด และบางทีเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการละครเพลงอเมริกัน” งานละครเพลงที่โด่งดังของเขา เฉพาะงานที่ซอนด์ไฮม์แต่งทั้งทำนองและเนื้อร้องก็ได้แก่ A Funny Thing Happened on the Way to the Forum, Company, Follies, A Little Night Music, Sweeney Todd, Sunday in the Park with George และเรื่องนี้ Into the Woods

นอกจากนี้ซอนด์ไฮม์ยังเป็นผู้เขียนเนื้อร้องให้กับละครเพลงอมตะอย่าง West Side Story และ Gypsy อีกด้วย

สำหรับภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้า ที่หยิบเอาละครเพลงของซอนด์ไฮม์มาดัดแปลงก็คือ Swe eney Todd ที่กำกับโดยทิม เบอร์ตัน ขณะที่เรื่องนี้ Into the Woods จะเป็นผลงานการกำกับของร็อบ มาร์เชล์ เจ้าของรางวัลออสการ์จากหนัง Ciocago

ตัวหนังนั้นถือได้ว่าเป็น Avengers ของนิทานเลยทีเดียว เพราะขนตัวละครจากนิทานเรื่องต่างๆ มาเจอกันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น แจ็ค จากแจ็คผู้ฆ่ายักษ์, ซินเดอเรลลา, หนูน้อยหมวกแดง, ราพันเซล ซึ่งตัวละครแต่ละตัวนั้น ก็มาปรากฏในเรื่องแบบที่ย้อนแยงกับที่เคยรู้จักกันในนิทานต้นฉบับ โดยมีเรื่องราวของผัว-เมีย คนขายขนมปังที่อยากมีลูกเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเรื่องราวทั้งหมดเข้ามาด้วยกัน

ไม่ว่าแจ็คที่จริงๆ เป็นเด็กแสนซื่อ จนเฉียดโง่, ซินเดอเรลลา ที่ไม่ได้เปราะบางอย่างที่เห็น, หนูน้อยหมวกแดงที่เจ้าเล่ห์ไม่ใช่เล่น หรือเจ้าชายที่มีดีเพียงแค่ขายเสน่ห์แต่เพียงอย่างเดียว

ตัวงานเปิดด้วยเพลง Prologue: Into the Woods ที่ยาวเหยียดถึง 14 กว่านาที ซึ่งเป็นการบอกเล่าถึงความเป็นมาของตัวละครแต่ละตัว รวมไปถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจเดินทาง “เข้า” หรือ “ผ่าน” ป่า ไม่ว่าจะเป็น แจ็คที่ต้องเอาวัวตัวโปรดไปขาย, ผัว-เมีย ร้านขายขนมปังที่ต้องไปหาของมาให้แม่มดถอนคำสาป, หนูน้อยหมวกแดงที่ต้องไปหายาย ฯลฯ ซึ่งเป็นการเปิดเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการมองที่เรื่องราว หรือว่าตัวเพลง ที่ร้อยเรียงมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการท่วงทำนองในบางท่อน ที่แม้จะเป็นท่วงทำนองเดียว แต่เนื้อร้องก็แตกต่าง หรือบ้างก็เป็นเนื้อร้องเดียวกันด้วยซ้ำ แต่กลับมีความหมาย นัยที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นลูกเล่นที่เห็นกันบ่อยๆ ในงานของซอนด์ไฮม์ และทำให้รู้สึกเหมือนกับตัวละครพูดจาโต้ตอบกัน ทั้งสนุก ทั้งเต็มไปด้วยสีสัน

กับเพลงส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างไปจากหนัง ที่มีอารมณ์เสียดสี เย้ยหยันอยู่ในที หากแต่นำเสนอออกมาในโทนของอารมณ์ขัน ไม่ได้แสบสันต์หรือให้ความรู้สึกจริงจัง อย่างที่เคยได้ยินใน Sweeney Todd ซึ่งก็หมายความรวมไปถึงโทนดนตรีที่ดูสดใสมากกว่า ไม่ได้ดำมืดเหมือนหนังเพลงเขย่าขวัญเรื่องนั้น

แล้วก็มีดนตรีประกอบ หรือสกอร์สั้นๆ เข้ามาสอดแทรกเป็นระยะๆ โดยส่วนใหญ่จะหนักไปในทางหม่นๆ สร้างความตื่นเต้นเป็นหลัก

กับบรรดานักแสดงที่มาร้องเพลงในหนังนั้น ทุกคนอยู่ในระดับที่สอบผ่าน กระทั่งบางคนอย่าง คริส ไพน์ ที่อาจจะร้องได้ไม่เนี้ยบนัก แต่กับฉากร้องเพลงของเขาในเพลง Agony กับบิลลี แมกนุสสัน ก็ทำออกมาได้สนุกสนาน ให้อารมณ์ราวกับดูบอยแบนด์แบบดูโอ ร้องเพลงกันในหนังบอลลีวูดยังไงยังงั้น

ทุกเพลงอาจจะไม่ถึงกับเป็นป็อปจ๋า มีท่อนฮุคที่ติดหู แต่ก็มาพร้อมกับเมโลดีที่สวย ฟังไพเราะในแบบป็อป ที่ทำให้ฟังได้อย่างลื่นไหลไปตั้งแต่ต้นจนจบ

ที่สำคัญ ขณะที่ตัวหนังเรื่องราวในช่วงท้ายดูจะโดน หรือหลุดโทนของเรื่องไปบ้าง แต่กับการฟังในอัลบั้ม ฟังกลมกลืมและลงตัวกว่าเยอะ แม้เพลงในช่วงหลังๆ จะให้ความรู้สึกจริงๆ มากกว่าช่วงแรกอยู่บ้างก็ตามที

เพลงร้องเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม และในหนังก็คือ Children Will Listen ที่ไม่ต่างไปจากการบอกกับผู้ใหญ่ทั้งหลาย ให้เตือนเด็กๆ ด้วยว่า อย่างคิดว่าโลกที่เราอยู่นั้น เป็นเหมือนกับโลกในนิทาน ที่ถูกอย่างดูสวยงาม ชัดเจน ซึ่งถือเป็นการให้แง่คิดที่สำคัญ รวมไปถึงประสบการณ์สำคัญสำหรับเด็กๆ ที่ชีวิตยังผ่านพบอะไรมาไม่มาก แล้วกับการเดินทางเข้าป่าของตัวละครแต่ละคน ก็คือการเผชิญหน้ากับอุปสรรคทั้งหลาย ช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิต ที่เราต้องอาศัยความกล้าหาญ สติปัญญาเพื่อเอาชนะมันให้ได้

ถือเป็นงานที่คมคาย แตกต่าง ตั้งแต่แรกเริ่มเป็นละครเพลง แม้กับฉบับภาพยนตร์จะมีความเห็นแย้งมาว่า ด้วยตราดิสนีย์ที่ปะอยู่ ทำให้งานสดใส และลดโทนหม่นลงจากงานต้นฉบับอยู่ไม่น้อยเลย แต่เท่าที่ฟังดู แบบไม่เคยสัมผัสกับต้นฉบับ เทียบกับเพลงในหนัง Sweeney Todd อาจจะฟังดูสดใสกว่ากันชัดเจนก็ตามที หากก็ถือว่ายังเก็บอารมณ์เสียดสี ด้านมืดๆ เอาไว้ได้อยู่

ที่สำคัญ… นี่คืองานของซอนด์ไฮม์ เพียงแค่นี้ จบนะ…

จากคอลัมน์ สะกิดร่องเสียง โดย นพปฎล พลศิลป์ นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1177 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

&nbsp


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.