ฟังไปแล้ว เหล็กกับไม้ – Wood and Steel ความแตกต่างที่ลงตัว เจิดจ้า และสดใส จากเป้ อารักษ์

Share this:
Facebook
Google+
https://www.sadaos.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-wood-and-steel/
Twitter
Pinterest

เหล็กกับไม้ / เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจ แบนด์
[What the Duck]

ชีวิตหลังสเลอ ของอารักษ์ อมรศุภศิริ แม้จะยังคงทำงานเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่ก็แตกต่างกันในรายละเอียดชัดเจน อารักษ์ หรือเป้ ที่เรียกๆ กันกลายเป็นศิลปินโฟล์ค ทำเพลงบอกเล่าเรื่องราวในสังคม ที่บ้านเราเรียกกันว่า ‘เพลงเพื่อชีวิต’ แม้จะกลับมาทำงานในรูปแบบของวงอีกครั้ง ในฐานะ เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจ แบนด์ แต่ก็เป็นการขยายตัวออกไปจากสิ่งที่เริ่มต้นเอาไว้ ในตอนที่ทำอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก Auto Erotic ไม่ใช่สานต่อในสิ่งที่เคยทำสมัยเป็นเป้ สเลอ

จากงานชุดแรกชื่อเดียวกับวงในปี 2555 (ถ้าจำไม่ผิด )ต้องรออีกร่วมๆ 4-5 ปี งานชุดที่สองของ เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจ แบนด์ ถึงได้มีออกมาให้ได้ฟังกัน ซึ่งดูเหมือนว่าคนทำงานแรงเหลือ และมีไอเดียเหลือเฟือ ผลลัพธ์จึงกลายเป็นอัลบั้มคู่ที่มีเพลงรวมกันทั้งหมด 16 เพลง ในชื่อ เหล็กกับไม้

โดยบางเพลงถูกตัดมาเป็นซิงเกิลให้ได้ฟัง หรือดาวน์โหลดกันตั้งแต่ปี-2 ปีก่อน ซึ่งบางที ในแง่การทำงาน อารักษ์และเพื่อนๆ อาจจะทำกันแบบค่อยๆ เก็บ ค่อยๆ เกี่ยวกันไป แต่ที่น่าสนใจก็คือ บรรดาเพลงที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้เป็นปีๆ ก็ไม่ได้หลุดไปจากเพลงอื่นๆ ในอัลบั้ม ทั้งในเรื่องของซาวนด์ดนตรี หรือว่าแนวทาง ถือว่ากระบวนการทำงานในห้องอัดทำกันมาได้ดี รวมไปถึงการวางคอนเส็ปท์ของอัลบั้มก็ด้วย

 

เห็นได้ชัดจากแนวเพลงในอัลบั้มที่ถูกวางแยกกันชัดเจน เป็นสองครึ่ง ครึ่งละ 8 เพลง มีซาวนด์และแนวทางดนตรีที่แตกต่างกัน สมกับที่ชื่ออัลบั้มว่าเอาไว้ เหล็กกับไม้

ไม่ใช่แค่แรงเหลือ มีเวลา เลยทำเพลงใส่ๆ เข้ามา งานนี้คงคิดกันไว้เรียบร้อย ซึ่งก็รวมไปถึงตัวอาร์ทเวิร์คของอัลบั้ม ที่ได้เห็นแผ่นหลังของอารักษ์ในเสื้อผ้าสองสไตล์ มีแบ็คกราวน์ดที่แตกต่างกันชัดเจน

ครึ่งแรกของอัลบั้ม คือดนตรีร็อค ที่ผสมผสานซาวนด์ล้ำๆ ร่วมสมัย ใช้ลูป ใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิคส์ ใช้เอ็ฟเฟ็คท์กับเพลง ตัวจังหวะจะโคนเอง ฟังหนักแน่น บางเพลงอาจขยับเต้นรำไปด้วยได้ อย่างที่ได้ยินใน ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง ที่หลอมรวมเข้ากับอิทธิพลดนตรียุค 70s ที่หยอดเข้ามาได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็น ลูกลิคตอดเล็ก ตอดน้อย, ซาวนด์กีตาร์ หรือว่าการใช้ออร์แกน ตลอดจนทางเพลง เช่นใน อย่าเล่นกับไฟ ที่ทำให้นึกถึงงานร็อคหรือฮาร์ด ร็อคจากยุค 70s ไม่ว่าจะเป็นภาคริธึม เสียงกีตาร์ หรือการใช้ริฟฟ์

 

ครึ่งที่สองของเหล็กกับไม้ จะเป็นงานคันทรี-ร็อค, โฟล์ค รวมไปถึง โฟล์ค-ร็อค ซึ่งแฟนๆ ของอารักษ์น่าจะคุ้นๆ กันดีอยู่ และนอกจากจะใช้งานเครื่องดนตรีอะคูสติคเป็นหลัก ก็ยังหยิบจับเครื่องดนตรีในกลุ่มดนตรีคันทรีมาใช้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไม่ว่าจะเป็นแบนโจ, ฮาร์โมนิกา ขณะที่จังหวะจะโคนของเพลง มากกว่าครึ่งของงานในส่วนนี้ สามารถเอาไปเปิดฟังกันในซาลูน ที่เห็นๆ กันในหนังตะวันตกได้สบายๆ

เรื่องราวในเพลงก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับดนตรี ภาษา-เนื้อหาของทั้งสองส่วนแตกต่าง และรับกับแนวทางดนตรีที่มี จากครึ่งแรก จะมีทั้งเรื่องความสัมพันธ์ หรือความรักในแบบคนเมือง ที่มักเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในยามค่ำคืน ที่ไม่รู้ว่าจะไปจบแบบไหน เป็น One Night Stand หรือว่าคบหากันยืนยาวต่อไปอย่าง บอกฉันที หรือบอกเล่าชีวิต-ไลฟ์สไตล์ของคนในสังคมคอนกรีต เช่น “เพื่อนของเธอบางคนดูไม่สนุก เขานั่งก้มหน้ามองจอแล้วบอกว่าเขามีความสุข แต่หากมีใครน่ะคว้ากล้องขึ้นมา แสงแฟลชจะเปลี่ยนลูกแกะให้กลายเป็น ม้า” ใน ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง

พอมาถึงอีกครึ่งหนึ่งของอัลบั้ม เนื้อหา คำร้อง ดูจะเป็นอารมณ์แบบบ้านๆ ให้ความรู้สึกจริงใจ ความรักก็เป็นความรักที่ว่ากันยาวๆ ไม่มีลังเล ไม่มีไม่แน่ใจ เช่นที่ในเพลง เพลงรัก ว่าเอาไว้ “ฉันรักเธอดังกว่าระเบิด ฉันรักเธอสูงกว่าดาว ฉันรักเธอแรงกว่าหมัดบัวขาว ไม่มีสาวคนไหนเท่าเธอ ฉันรักเธอนานกว่าชีวิตเต่า ฉันรักเธอยาวกว่าทางหลวง ฉันรักเธอซึ้งกว่าเพลงพุ่มพวง ไม่ต้องห่วงว่าจะเท่าไร แค่ฉันรักเธอ”

 

เสียงร้องของอารักษ์ ถึงไม่ใช่เสียงร้องที่เนี้ยบในแบบนักร้อง แต่ก็เป็นเสียงร้องแบบคนที่ร้องเพลงเป็น และปรับใช้ให้เข้ากับดนตรี เนื้อหาของเพลงได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ช่วยย้ำความต่างของงานในส่วนที่เป็นเหล็กกับไม้ โดยเฉพาะอารมณ์ที่ใส่เข้ามา ทำให้ถ้อยคำ ภาษา แตกต่างไปตามรูปแบบดนตรี กับคำแบบนี้ ในดนตรีที่เป็นร็อค อาจจะฟังแล้วสัมผัสถึงการประชดประชันแดกดัน แต่กับดนตรีคันทรี หรือโฟล์ค น้ำเสียงที่อารักษ์ใช้ และดนตรีที่เป็น ก็กลายเป็นการหยอกล้อ แซวเล่นๆ แบบน่ารัก ทีเล่นทีจริงขึ้นมา

แน่นอนว่า… จาก หม่าเล้ หม่าเล้ เมื่อหลายปีก่อน อารักษ์ร้องเพลงดีกว่าวันนั้นเยอะ และมากด้วย

แม้ภาษาในเพลงของ Wood and Steel อาจจะไม่ได้สวยงามมากมาย แต่ก็มีความหมาย มีลูกเล่น ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง ที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน, การเปรียบเทียบง่ายๆ แต่เข้าใจในทันที ที่สำคัญส่วนใหญ่มาพร้อมกับอารมณ์ขัน ที่มีทั้งแบบเสียดสีแสบๆ หรือหยิกหยอกสนุกสนาน อย่างที่ได้ยินใน แพ้ หรือว่า ชู้ทางกาย ในอัลบั้มไม่ว่าจะเป็นครึ่ง ไม่มีงานฟังซึ้งแบบเลี่ยนๆ แต่ต้องมีอะไรที่เปรี้ยวๆ เผ็ดๆ เข้ามาเบรค ในแบบที่เข้าปาก เข้าคอของคนร้อง (และแต่ง) ได้เป็นอย่างดี

 

และทำให้ เหล็กกับไม้ ไม่ใช่งานที่สด ใหม่ ในแบบที่ตรงกับคำฝรั่งว่า New, Fresh แต่คงต้องใช้เป็น Vivid หรือเต็มไปด้วยความเจิดจ้า สดใส เพื่อให้สมกับเป็นอัลบั้มเพลงไทย ที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกว่า ปีนี้ น่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับวงการเพลงไทย

เมื่อได้ฟังอะไรๆ ที่ดีๆ กันแบบนี้ตั้งแต่ต้นปี

โดย นพปฎล พลศิลป์ จากคอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน

 

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

Share this:
Facebook
Google+
https://www.sadaos.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-wood-and-steel/
Twitter
Pinterest

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On