1%/ Paper Planes
[Genie Records/ GMM Music]
บินสูงเกินกว่าจะเป็นเครื่องบินกระดาษจากงานพ็อปพังก์ “ทรงอย่างแบด” เพลงฮิตของเหล่าวัยรุ่นฟันน้ำนม ที่หากมองเฉพาะตัวเพลง “ทรงอย่างแบด” ก็มีความแข็งแรง เป็นเพลงพร้อมฮิตในตัวอยู่แล้ว แต่พอได้เชื้อเพลิงจากแฟนเพลงกลุ่มพิเศษ ก็พาตัวเอง-ตัววงบินสูงได้อย่างที่เห็น จนเป็นสเปเชียลเคส เป็นกรณีศึกษาเรื่องการทำเพลงที่เข้าถึงกลุ่มคนฟังอีกกลุ่มที่มีความเฉพาะตัว มีความพิเศษสุด ๆ ที่สำคัญ จากแนวทางดนตรีของวงกับวัยกลุ่มคอเพลงวัยรุ่น (?) กลุ่มนี้ ช่างขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว
คนที่รู้จักพวกเขาจากแค่ 2 เพลงฮิต “แสแสร้ง (Pretend)” กับ “ทรงอย่างแบด (Bad Boy)” ที่ต่างเป็นงานพ็อปพังก์ ที่ผ่านการปรุงแต่งเป็นอย่างดีด้วยการเรียบเรียงดนตรีที่เข้ายุคสมัย มีซาวนด์ใหม่ ๆ บวกกับชื่อวงที่ทำให้นึกถึงวงแนวเดียวกันจากต่างแดน เช่น ซิมเพิล แพลน (Simple Plan)
คงตีตราว่า เปเปอร์ เพลนส์ (Paper Planes) คงเป็นวงพ็อปพังก์ แต่จากที่ได้ยินใน ‘1%’ อัลบัมชุดแรกของสองหนุ่ม ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ (ร้อง) กับ เซน-นครินทร์ ขุนภักดี (เบส) พวกเขาเป็นและมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ เยอะกว่า 1% โดยความเป็นพ็อปพังก์ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเหลือเพียง 1% เช่นกัน
เพลงในอัลบัม ‘1%’ มาตามสูตรของเพลงทางนั้น สั้น-กระชับ เพลงที่ยาวที่สุดก็ว่ากันสัก 4 นาทีครึ่ง และเปเปอร์ เพลนส์ก็ใส่เพลงลงมาในอัลบัมเต็มเหนี่ยว 21 เพลง (รวมงานแบบอินโทร, เอาท์โทร และอินเทอร์ลูด) ฟังยาว ๆ กินเวลากว่า 1 ชั่วโมงนิดหน่อย ซึ่งผิดท่าผิดทางการทำอัลบัมของศิลปินยุคนี้ ที่่มักมากันแบบสั้น ๆ ฟังกันไม่ถึงชั่วโมงก็จบครบทุกเพลงเป็นส่วนใหญ่
‘1%’ ไม่ใช่มีแค่ปริมาณ คุณภาพของเพลง ของอัลบั้มยังแปรผันไปตามจำนวนเพลง ตามเวลาในการฟังทั้งชุด ไม่ว่าวงจะตั้งใจหรือฟังรู้สึกไปเอง เมื่อรู้สึกถึงการวางเรื่องราว คอนเส็ปต์ไว้ชัดเจน ตั้งแต่การเรียงเพลงที่มีงานคั่นฉากมาแทรก และเพลงท้าย ๆ ของแต่ละช่วงสามารถส่งต่อไปยังอีกช่วงพอดิบพอดี จากงานอีโมและนูเมทัลในช่วงแรก เป็นพ็อปพังก์ ต่อด้วยงานเมนสตรีม ที่เน้นอารมณ์ความรู้สึก แล้วปิดจ็อบด้วยเพลงที่ส่งคนฟังหรือเป็นบทสรุปของอัลบัม
เพลง (หรือแทร็ค) สั้น ๆ ที่ใส่เข้ามาไม่ว่าจะก่อนหน้า-กลางหรือท้ายอัลบัม (จริง ๆ แล้วมีเพลงต่อท้ายอีกเพลงที่วางเอาไว้) ก็ดูช่วยเล่าเรื่องไปในคราวเดียวกัน ความหมายของชื่อเพลงแต่ละเพลงก็บอกเป็นนัย ๆ เอาไว้ “Hypothesis”, “Stochastic”, “Double-Blind” และ “Synopsis” โดยเพลงสุดท้ายเป็นการพูดถึงความฝันในนิยามของสองสมาชิกวง แล้วปิดจบอัลบัมด้วย “ใบไม้ (Fall)” ที่เรื่องต่อจากสิ่งที่เริ่มไว้ใน “Synopsis” ความฝันที่ดูไม่เหมือนความฝัน เมื่อเลือกจะอยู่นิ่ง ๆ ปล่อยให้ถูกพัดพาไป ไม่ใช่วิ่งไล่ตามความฝัน
นี่คือเพลงที่ฟังปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย (ที่น่าจะที่สุดในอัลบัม) และแตกต่างชัดเจนกับเพลงแรกจริง ๆ ของ ‘1%’ “กำหมัด (Smoulder)” ที่ดนตรีหนักแน่น เนื้อหาดุ อารมณ์เกรี้ยวกราด กับเรื่องราวของคนที่รู้ตัวว่าโดนคนที่รักหลอก “ใบไม้ (Fall)” ยังปิดอัลบัมได้อย่างสวยงาม พาอารมณ์คนดูกลับมาสู่จุดที่สงบ ไม่พลุ่งพล่าน หลังผ่านช่วงเวลา อารมณ์ต่าง ๆ จากเพลงทั้งหมด
นอกจากสัมผัสของการ “คิดมาเป็นอย่างดี” ในการสร้าง “อัลบัม” แต่ละเพลงของ ‘1%’ ก็น่าจะผ่านการคิดมาในดีกรีที่ไม่ต่างกัน ดนตรีที่นำเสนอเนื้อหาแต่ละเพลง เป็นการเลือกถูกและเต็มไปด้วยความเข้าใจ “ความว่างเปล่า (Emptiness)” ที่ได้สองสมาชิกของซิลลี ฟูลล์ส (Silly Fools) มาร่วมงาน มีกลิ่นอายของแขกรับชวนปกคลุมให้รู้สึก โดยไม่ลืมความเวิ้งว้าง อย่างชื่อเพลงว่าเอาไว้, “ควัน (Tearless)” เปเปอร์ เพลนส์เริ่มเดินทางด้วยอัลเทอร์เนทีฟ แล้วพามาบรรจบกับงานอีโม ที่เติมเต็มกันได้พอดิบพอดี หรือ “หมดมวนนี้ (Cigarette After Sex)” ก็อวลด้วยควันดนตรีฮิปฮ็อปฟุ้ง ๆ ปกคลุมดนตรีร็อคซึ่งเดินเข้ามาตอนหลังได้อย่างกลมกลืน
“เธอสวยที่สุดในชุดสีขาว (Reminisce)” งานบัลลาดที่เปิดด้วยเสียงร้องของธันวากับเปียโนซึ้ง ๆ อบอุ่นด้วยดนตรีสวย ๆ กับเครื่องสาย สมกับที่ว่าด้วยความปรารถนาดีที่ชายคนหนึ่งมอบให้คนที่รัก เมื่อเห็นเธอมีความสุขกับคนที่เธอรัก แม้ตัวเองจะเจ็บปวด ด้วยองค์ประกอบของงานและโครงสร้างของดนตรี หากนิยามว่านี่คือ “November Rain” ในแบบของเปเปอร์ เพลนส์ก็คงได้ แม้ทางดนตรีและอารมณ์ของเพลงจะแตกต่างกัน ส่วน “กลับมาเพื่อบอกลา (Just to Let Me Know)” ก็มากับกรุ่นกลิ่นเบา ๆ ของดนตรีเจ-ร็อค
ทั้งสองเพลงนี้ก็คือเพลงที่สวยที่สุดของ ‘1%’ อย่างไม่ต้องสงสัย
การแทรกบทสนทนาเข้ามาในบางเพลง เป็นลูกเล่นที่ทำให้เพลงสนุกขึ้น รวมถึงแปลกหู โดยเฉพาะในเพลงที่มีอารมณ์เฉพาะบางอย่าง เช่น อารมณ์เสียดสีที่ได้ยินจาก “เหตุด่วนเหตุร้าย (Heart Thief)” ที่ช่วยตอกย้ำเรื่องราวให้สมบูรณ์ในคราวเดียวกัน
เพลงทั้งหมดทั้งมวลใน ‘1%’ ล้วนมาพร้อมซาวนด์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ฟัง “สด” และมี “พลัง”
ที่พิเศษใส่ไข่คงเป็นการใช้เสียงร้องของธันวา ที่นำวิธีและเทคนิคการใช้เสียงที่หลากหลายมารับใช้เพลงที่มีอารมณ์และรายละเอียดดนตรีที่แตกต่างกัน ได้อย่างลงตัวในทุกวิธีของการทำงาน จะร้อง ร่าย หรือว้าก เกรี้ยวกราดหรืออบอุ่น คุมได้อยู่หมัด จะเป็นโทนเสียงแบบใด อารมณ์ไหน ไม่แกว่งหรือโดดไปจากกัน การใช้เสียงกับบางคำ บางประโยคในเพลง ยังทำให้เสน่ห์และอารมณ์ของเพลงชัดขึ้น เช่น การกระแทกเสียงเน้นการประชดประชัน – “ขอให้โชคเลว (Good Luck, Not!)”, การร้องคำว่า “โธ่เว้ย” ใน “ต่อให้ (Headstart)” และที่ลืมไม่ได้เสียง “แบด” แผด ๆ จาก “ทรงอย่างแบด (Bad Boy)”
ร่ายแร็ปที่โฟลวไหล ที่เติมอารมณ์อีโรติกเข้ามาได้ละมุน ๆ ใน “หมดมวนนี้ (Cigarette After Sex)”
เพลงเน้นอารมณ์ก็ทำได้ถึง “กลับมาเพื่อบอกลา (Just to Let Me Know)” กับ “เธอสวยที่สุดในชุดสีขาว (Reminisce)” และแน่นอน “ใบไม้ (Fall)” เป็นตัวอย่างที่ดี
ถ้าอยากรับรู้ด้วยหูตัวเอง เปิดยูทูบฟัง “ทรงอย่างแบด (Bad Boy)” เพลงดังของพวกเขาประกอบ เน้นเฉพาะเสียงร้อง แค่เพลงนี้เพลงเดียวก็คงพอจะบอกได้แล้วว่าขนาดไหน
เพลงนี้ไม่ใช่เพลงเดียวในอัลบัมที่ฟังแล้วขาย เกิน 50% ใน ‘1%’ เป็นเพลงที่ถ้าไม่ใช่ขายได้ด้วยตัวมันเอง อย่างน้อยก็พร้อมจะปั้นขายได้ไม่ยาก เมื่อท่วงทำนองเป็นป็อปติดหู เมโลดีฟังไหลไปด้วยดีกับภาษาง่าย ๆ มีสัมผัสของคำที่ร่ายได้ลื่น แร็ปได้ไหล ฟังได้เพลิน พอรวมกับท่วงทำนองและอารมณ์ดนตรี ที่มีสารพัด เศร้า ซึ้ง เสียดสี แดกดัน ก็ฟังจัดจ้านมากขึ้น
เนื้อหาของเพลง นอกจากเรื่องความรัก ที่ว่าด้วยการหลอกลวงเป็นส่วนใหญ่ มีแซมด้วยเพลงรักผิดหวัง ที่มักจบตรงการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น มีเรื่องความสัมพันธ์แบบคืนเดียวจบ มีเพลงรักน่ารัก ๆ มาเติมความหลากหลาย ยังมีเรื่องการต่อสู้ชีวิต ที่หากเจาะจงโดยอิงจากบทสัมภาษณ์ในที่ต่าง ๆ ของวงก็คือ ของตัวธันวา แกนหลักของเปเปอร์ เพลนส์ที่มีส่วนในการแต่งและทำงานทุกเพลง และทุกส่วนของอัลบัม ร่วมกับนครินทร์ เพื่อนร่วมวง เพิ่มเติมด้วย อรรถพร สุคม, ชยพัทธ์ ทองศรี, ฤทธิ์อำนาจ ขวานทอง และอีกหลายคน ที่ร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งกว่าจะมาถึงตรงนี้ ไม่ได้เดินบนถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผ่านการต่อสู้ ความผิดหวัง รู้สึกท้อแท้ ไม่น่าจะน้อย จากเนื้อหาในเพลง
“หากฉันดีกว่านี้ (What If?)”, “No Light”, “ใบไม้”, “Synopsis” คือเพลงเหล่านั้น และแม้ “1%”จะเป็นเพลงชื่อชุด ที่ราวกับประกาศให้ผู้คนได้รับรู้ว่า สิ่งที่หลาย ๆ คนเห็น สิ่งที่หลาย ๆ คนมองว่าเขาเป็น ก็แค่ 1% ของตัวจริงเท่านั้น
แต่โดยส่วนตัว กลับรู้สึกว่าเพลงที่อยู่บนยอดสุดไม่ใช่เพลงนี้ แต่เป็น “No Light” เพลงเศร้่าที่มีทั้งความสวยงาม ความเกรี้ยวกราด เพลงชีวิตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ ความพยายาม ที่พอถึงฝั่ง กลับกลายเป็นว่าไม่มีความสุข และไม่เหลือใคร โดยเฉพาะคนที่อยากให้เห็นและรับรู้ถึงความสำเร็จที่ได้รับมากที่สุด แม้ไม่ใช่เพลงที่จบแบบแฮปปีเอนดิง แต่ก็ไม่ได้ปิดฉากแบบโศกนาฏกรรม ทั้งในเพลงและความเป็นไปของเปเปอร์ เพลนส์ เพราะอย่างน้อยธันวากับเพื่อนก็ได้บินสูงบนฟากฟ้าอย่างมั่นคง สมกับที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจนสร้างงานได้เขี้ยวข้นเช่นที่เห็น
และคงเป็นหนึ่งในเครื่องบินกระดาษไม่กี่ลำ ที่ไม่น่าจะมีถึง 1% ด้วยซ้ำที่ทำได้
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 36 ฉบับที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568
ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















