ACTRESS/ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ
(Small Room)
“… เพราะคอนเส็ปท์ของอัลบัมนี้มันชัดมากว่าเราจะมาทางนี้ เราจะลองรับบท มันเลยกลายเป็นความตื่นเต้น ว่าเขาจะเขียนบทอะไรให้เรา…”
อิมเมจ – สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ พูดถึงคอนเซปต์ในการทำอัลบัมชุดแรกของตัวเอง ‘Actress’ เอาไว้กับนิตยสารสีสัน ที่แม้จะป็นส่วนหนึ่งของคำให้การที่หลากหลายเรื่องราว มากมายรายละเอียดตามประเด็นต่าง ๆ ที่ถูกหยิบมาพูดคุยกัน แต่ก็สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงความเป็นมา และกระบวนการทำงานของอัลบัมชุดนี้ ที่มีเพลงให้ฟังทั้งหมด 11 เพลง (รวมเพลง “Prologue”)
ที่หากตัดเพลงที่เป็นการเกริ่นนำทิ้งไป
สุธิตา จะมาสวมบทบาทต่าง ๆ ที่ถูกวางเอาไว้ให้เธอในบทเพลงทั้งหมด 10 เพลง
……………….
ปี 2557 รายการเดอะ วอยซ์ ประเทศไทย ปีที่ 3 คือเวทีแรกที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้จักกับสุธิตา หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันในรายการ และกลายเป็นที่จดจำของผู้ชมรายการจำนวนไม่น้อย จากภาพลักษณ์ที่ดูสบาย ๆ เรียบง่าย สวมแว่นตาโต ๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ และเสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์ในเพลง “Falling Slowly” เพลงรางวัลออสการ์ จากหนังเรื่อง ‘Once’
แม้จะไม่ใช่แชมป์ของรายการ แต่สุธิตาก็ไปไกลถึงตำแหน่งรองชนะเลิศ และมีผลงานตามมาหลังจากนั้นต่อเนื่อง ด้วยการเป็นเจ้าของเสียงร้องในซิงเกิลของตัวเอง และเพลงประกอบละครมากมาย ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตของศิลปินอีกไม่น้อย รวมถึงสวมบทบาทในละครโทรทัศน์ ‘สงครามเพลง’ และ ‘กามเทพผิดคิว’
……………….
หากจะนับกันจริง ๆ บทบาทที่สุธิตาเล่นใน ‘Actress’ ไม่ได้มีสิบแต่เป็นเก้า เมื่อเพลงสุดท้ายที่ใช้ชื่อเดียวกับอัลบัม “Actress” คือเพลงที่น่าจะเป็นตัวตนของเธอเอง หรือหากจะนับเป็นบทบาทที่สิบ บทบาทสุดท้ายของอัลบัมก็คือ การเล่นเป็นตัวของตัวเอง
ขณะที่บทต่าง ๆ ในเพลงอื่น ๆ ก็คือบทที่มีคนเขียนให้สุธิตาแสดง เลือกอิมเมจมาสวมบทบาท ซึ่งทำให้ตัวอัลบัมมีความหลากหลายทั้งเรื่องราว มุมมอง รวมถึงดนตรี ที่แตกต่างกันไปตามสายตาที่คนทำเพลงทั้งหลายเห็น หรือคิดว่าสุธิตาน่าจะเอาอยู่ พูดได้เข้าปาก ร้องเรื่องราวแบบนี้ได้ถึงอารมณ์
สุธิตาเริ่มการแสดงด้วยเสียงร้อง ผ่านเสียงเพลงได้อย่างน่าติดตาม ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง “Prologue” ที่ให้อารมณ์ฝัน ๆ ราวกับบอกกับคนฟังว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้ คือช่วงเวลาของจินตนาการ ช่วงเวลาของสิ่งที่เป็นมายา เป็นภาพลวงตา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่สิ่งที่เธอเป็นทั้งหมด
และหลังจากนั้น คนฟังก็จะได้พบกับสุธิตาในบทบาทที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะจากเรื่องราวที่เล่า หรือด้วยดนตรีที่ขับเคลื่อนเนื้อหา ที่มีทั้งซินธ์-พ็อปสนุก ๆ, พังก์-พ็อปใสนุ่ม, เพลงพ็อปนวลช้าที่เปิดช่องให้คนฟังละเลียดไปกับความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงออกมาได้อย่างเต็มที่, คันทรี-พ็อปที่หนักไปทางดนตรีอย่างหลัง, อัลเทอร์-พ็อป, อะคูสติกบาง ๆ ที่ขายเสียงร้องและอารมณ์ของเธออย่างจริงจัง,งานที่มีความเป็นละครเพลง (Musical) ในตัว
ที่หากไม่ใจร้ายก็บอกได้เต็มปากว่า สุธิตาทำได้ดี “ทั้งหมด” หรือหากจะโหดขึ้นมาหน่อยก็คงต้องพูดว่า เธอทำได้ดีเป็น “ส่วนใหญ่” ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ “รู้สึก” ว่า ยังมีบางอย่างที่สะดุดหู โดยเฉพาะขอบเขตของเสียงร้อง ที่ไม่ใช่ทุกเรนจ์ที่เสียงของสุธิตาจะไต่ไปถึงได้อย่างละมุน แต่ก็เป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตอนได้ยินครั้งแรกอาจจะรู้สึกแปร่งหู แต่พอฟังไปบ่อย ๆ มันก็กลายเป็นความแตกต่าง เป็นเสน่ห์ เป็นกิมมิคก็พอได้
และหากมองในมุมดี นี่ก็คือความพยายามทำงานที่ฉีกไปจากความคุ้นเคยเดิม ๆ ที่คนฟังเคยได้ยิน ได้ฟังจากสุธิตา เช่นเดียวกับที่ได้เห็นว่า เธอก็เป็นสาวช่างแซะ เป็นผู้หญิงขี้ประชด คนขี้เหงา สาวแร็ปใส ๆ เด็กสาวน่ารัก ๆ จากเรื่องราวต่าง ๆ ที่เธอถ่ายทอด
ในแบบที่เออ… เธอก็ทำอะไรแบบนี้ได้เหมือนกันนะ
ที่สำคัญอะไรที่ว่าสะดุด ๆ หูนั้น ที่พอฟังโดยอิงจากเรื่องราวก็เข้าปากสุธิตาได้พอดี
ท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นเสน่ห์ เป็นกิมมิค ได้จริง ๆ นั่นแหละ
……………………
เสน่ห์อีกอย่าง กิมมิคอีกเรื่องของ ‘Actress’ ที่ทำให้สนุกไปกับการฟัง คงเป็นเรื่องความแตกต่างในทางแนวดนตรีของแต่ละเพลง ที่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้โดยไม่ขรุขระหู เหมือนการดูหนังเรื่อง ‘I’m Not There’ งานอัตชีวประวัติของบ็อบ ดีแลน (ฺBob Dylan) ที่นำเสนอออกมาแบบงานทดลองของผู้กำกับท็อดด์ เฮยน์ส (Todd Haynes) ที่ให้นักแสดงถึง 6 คนเล่นเป็นดีแลน คริสเตียน เบล (Christian Bale), มาร์คัส คาร์ล แฟรงคลิน (Marcus Carl Franklin), ริชาร์ด เกียร์ (Richard Gere), ฮีธ เล็ดเจอร์ (Heat Ledger), เบน วิชอว์ (Ben Whishaw) กระทั่งเคต แบลนเช็ตต์ (Cate Blanchett) เพื่อถ่ายทอด “แง่มุม” ต่าง ๆ ของตำนานทางดนตรีรายนี้ ที่ต่อให้ใช้นักแสดงวัยไหน เพศใดนำเสนอ เมื่อทำได้ดีและเล่นถึง ทุกคนก็กลายเป็นจิ๊กซอว์ที่สามารถต่อรวมเป็นตัวตนของดีแลนได้อยู่ดี
และไม่ว่าจะเป็นดนตรีในทางไหน ใครทำ ธนชัย อุชชิน, นครินทร์ จรูญวิทยา (แชมป์ ไมยราพ), อนุโรจน์ เกตุเลขา (เติร์ด ทิลลีเบิร์ด) ฯลฯ ท้ายที่สุดมันก็คืองานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ “รองรับ” เสียงร้องของสุธิตา ที่โดยส่วนตัวแล้ว หากปิดหน้าปิดตา ไม่บอกว่าเสียงของใคร แม้อาจจะยังไม่ถึงกับจดจำได้ แยกแยะออกว่านี่ละ เสียงของอิมเมจ แต่เมื่อฟังรวมเป็นแพ็คเดียวกัน จะเป็นเพลงช้า เพลงช้ามาก เพลงสนุกกลาง ๆ เพลงคึกคักเต็มที่ เพลงที่เน้นอารมณ์เป็นพิเศษ ก็ไม่มีเพลงไหนที่ทำให้รู้สึกถึงการแตกแถว แตกทาง
ซึ่งแสดงให้เห็นว่านอกจากจะเป็นนักแสดง (ด้วยเสียงร้อง) เจ้าบทบาท สุธิตายังเป็นกิ้งก่าเปลี่ยนสีที่สามารถเชื่อมความแปลกแยกเข้าด้วยกันได้สำเร็จ ที่ก็คงต้องให้เครดิตกับคนทำงานที่อยู่เบื้องหลังเช่นกัน เมื่อช่วยเธอเคลียร์สิ่งเหล่านั้นออกไปจนเรียบเนียนได้อย่างที่เห็น
เช่นเดียวกับที่นักแสดงชั้นยอด ก็ต้องมีผู้กำกับชั้นเยี่ยมดูแล
ผลงานที่ออกมาถึงจะไปไกลเกินกว่าเป็น “การแสดงที่ดี”
(หมายเหตุ: อ่านบทสัมภาษณ์ของสุธิตา เพื่อทำความรู้จักกับเธอและอัลบัม Actress ได้มากกว่านี้ จากนิตยสารสีสัน ปีที่ 35 ฉบับที่ 11 โดยสั่งซื้อย้อนหลังได้จากเฟซบุกเพจ Season Magazine)
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 35 ฉบับที่ 12 มกราคม 2568
ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















