ฟังไปแล้ว America งานใหม่กับเส้นทางที่เปลี่ยนไปของ Thirty Seconds to Mars

SHARE THIS
  • 65
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    65
    Shares

วงทรีโอ ที่มีนักแสดงตาสวย Jared Leto เป็นแกนนำ ทั้งร้องและเล่นดนตรี รวมกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ Shannon Leto และ Tomo Milicevic ที่ออกผลงานมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่งานชุดแรก 30 Seconds to Mars เมื่อปี 2002 โดยทิ้งช่วงห่างระหว่างอัลบัมราวๆ 3-4 ปี

อัลบัมแรกอาจประสบความสำเร็จในวงแคบๆ แต่งานชุดที่สองในปี 2005 Beautiful Lie พาพวกเขาแจ้งเกิดสำเร็จ ขณะที่ This Is War อัลบัมที่สามในอีกสี่ปีต่อมา ก็ฉายให้เห็นความสามารถทางด้านดนตรีของพวกเขาชัดขึ้น เนื้อดนตรีเป็นเรื่องเป็นราว มีการทดลองต่างๆ แสดงถึงอิทธิพลดนตรีที่พวกเขาได้รับมา และผสมผสานกลายเป็นตัวตนของตัวเองได้อย่างลงตัวและกลมกลืน

อัลบัมชุดที่สี่ Love, Lust, Faith and Dreams เมื่อปี 2013 เธอร์ตี เซคันด์ส ทู มาร์สก็ติดลมบน พวกเขาประสบความสำเร็จทั้งคำวิจารณ์และยอดขาย งานถูกนำไปเทียบกับวงรุ่นใหญ่มากมาย อาทิ Pink Floyd, The Cure, Tool และ U2 จากตัวอัลบัมที่มีการวางคอนเส็ปท์เอาไว้เป็นอย่างดี ขณะที่เนื้อเพลงก็มีความเป็นปรัชญาและมีเรื่องราวทางจิตวิญญาณ ดนตรีก็เปลี่ยนจากงานในแบบอัลเทอร์เนถีฟ ร็อค มาเป็นงานที่ฟัง “ใหญ่” มากขึ้น ใส่ซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์กว่าที่เคยเป็น แต่ที่ไม่ต่างไปเลยก็คือ พวกเขายังคงสนุกกับการทดลองทางด้านดนตรี

กับงานชุดที่ห้า America แม้จะดูเหมือนหาทางที่ใช่ หรือความลงตัวในงานตัวเองเจอแล้วจาก Love, Lust, Faith and Dreams แต่เลโทกับเพื่อนๆ ก็ยังไม่หยุดการทดลองทางดนตรี ที่อัลบัมชุดนี้ซาวนด์ดนตรีของพวกเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง ตัวดนตรีฟัง “เล็ก” ลง แต่ก็ยังคงความเป็นงานแบบดรามาติคเอาไว้ หากมีความเป็นงานตามยุคสมัยมากขึ้น ตัวคอนเส็ปท์นั้นแข็งแรง โดยเลโทพูดถึงงานชุดนี้ว่า “ผมอยากทำอัลบัมที่คอนเส็ปท์เป็นเรื่องอเมริกา เพื่อสำรวจความดี, เลว และอัปลักษณ์ของมัน”

จากเรื่องราวที่เลโทนำเสนอ ก็มีทั้งการเมือง จากซิงเกิลแรก “Walk on Water” งานเพลงอิเล็กทรอนิกส์ แบบงาน Anthem, เรื่องความสัมพันธ์ที่ไปด้วยกันไม่ได้ ที่นำชีวิตไปสู่อันตราย หรือความไม่มั่นคงใน “Dangerous Night” เพลงป็อปเน้นจังหวะจะโคนกับเสียงร้องของเลโทเป็นหลัก, “Rescue Me” เนื้อหาก็มาพร้อมกับแง่มุมในทางปรัชญา ที่ว่าด้วยความพยายามหลุดพ้นจากสิ่งต่างๆ ด้วยการขายตัวตนของตัวเอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ “ใช่” สักเท่าไหร่ เรียกได้ว่ามีทั้งเรื่องใหญ่ในระดับมหภาคและเรื่องเล็กๆ ในระดับเรื่องส่วนตัว

นอกจากซาวนด์ของงานจะฟังเล็กลง และเป็นงานตามเทรนด์แล้ว เป็นครั้งแรกที่เธอร์ตี เซคันด์ส ทู มาร์ส มีแขกรับเชิญในอัลบัมจริงๆ (ไม่นับการทำงานกับ Kanye West ในเพลง Hurricane ที่เป็นเพลงโบนัสแทร็ค ไม่ใช่เพลงในอัลบัม This Is War) คนแรกก็คือ A$AP Rocky – “One Mind Track” ดนตรีเนิบนาบ กับบีทหนืดๆ แบบงานฮิพ-ฮ็อพผสมอาร์แอนด์บี แต่ที่ทำให้เพลงนี้ชวนหูก็คือ เสียงกีตาร์โซโลในแบบคลาสสิคช่วงท้ายเพลง ส่วน “Love Is Madness” ที่ได้ Hasey มาร่วมงาน จะฟังป็อปมากกว่า หากก็ผสมผสามความหนักหน่วงแบบร็อค หรือซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ที่จริงจังลงมาในเพลง ทำให้หลุดไปจากการเป็นงานป็อปตามสมัย และมีตัวตนอยู่ในเนื้องาน

America อาจจะไม่ใช่งานที่ฟังสนุก ติดหู จากความพยายามผสมผสานสิ่งที่ต่างๆ เข้ามาไม่ต่างไปจากงานทดลอง แม้จะมีความเป็นงานในกระแสอยู่ก็ตาม แต่อย่าลืมว่าพวกเขาทำงานในลักษณะนี้มาโดยตลอด เพียงแต่คราวนี้อาจจะไม่ลงตัวนัก และไม่เข้าหู แต่ในแง่ของไอเดีย และคุณภาพของการเป็นศิลปินแล้ว ถือเป็นความพยายามที่หากไม่ได้คะแนนเต็มก็ให้ได้ใกล้ๆ ประมาณนั้น

โดย นพปฎล พลศิลป์ จากเรื่อง America งานใหม่กับเส้นทางที่เปลี่ยนไปของ Thirty Seconds to Mars คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 17 เมษายน 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 65
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    65
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On