ฟังไปแล้ว – Hyperspace งานใหม่ของเบ็ค ที่ยังคงล้ำตามที่ชื่อชุดบอกไว้

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

HYPERSPACE / Beck
[Fonograf Records/ Capital]

สตูดิโออัลบัมชุดที่ 14 นับจากมีอัลบัมชุดแรกกับค่ายเพลงอิสระในปี 1993 แล้วก็มีชื่อเสียงโด่งดัง กลายเป็นที่รู้จักจากอัลบัม Mellow Gold อัลบัมแรกที่ออกกับสังกัดเมเจอร์ – ดีจีซี เรคอร์ดส์ มาถึงตอนนี้ เบ็ค แฮนเซน หรือชื่อจริงๆ เบ็ค เดวิด แคมป์เบลล์ ที่คอเพลงทั้งหลายเรียกกันว่า เบ็ค คงไม่ต้องมีอะไรให้พิสูจน์อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในเรื่องความนิยมหรือว่าคุณภาพ

ด้วยวัยย่างครึ่งศตวรรษในปีนี้ ใครที่ฟังงานเพลงของหนุ่ม (ใหญ่) คนนี้ก็คงรู้แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นทางดนตรีแบบไหน แนวเพลงอะไร เบ็คสามารถทำออกมาได้อย่างลงตัว หรือหากจะผสมผสานก็ทำได้กลมกลืน เนียนหู ไม่ว่าจะเป็น งานทดลอง, งานโล-ไฟ, โฟล์ค, ฟังค์, โซล, ฮิพ-ฮ็อพ, อิเล็กทรอนิค, อัลเทอร์เนถีฟ, ร็อค, คันทรี หรือจะเพลงหลอนๆ แบบไซคีดีลิค เขาก็ทำได้ดี

ไม่เชื่อก็ลองคลิกชื่ออัลบัมต่างๆ ของเบ็คบนผู้ให้บริการสตรีมิงที่เป็นสมาชิกอยู่ หรือจะขนซีดีเป็นตั้งๆ มานั่งฟังก็ไม่ผิดอะไร จะพบว่าแทบทุกแนวดนตรีที่เป็นสากลก็ว่าได้ ล้วนมีให้ได้ยินในอัลบัมของเบ็ค

จากงานชุดก่อนหน้า Colors เมื่อปี 2017 อัลบัมที่เบ็คพาไปสนุกกับดนตรีเต้นรำ ฟังสนุกสนาน สราญใจ (อีกครั้ง) ในแบบที่สัมผัสได้ถึงอิทธิพลดนตรีจากยุค ’80s ที่ถูกปรุงแต่งให้ทันสมัย แล้วกับรูปลักษณ์ที่เป็นงานซินธ์-ป็อป Colors ไม่ได้ฟังซึมเคลิ้บเคลิ้ม หรือล่องลอยจนผล็อยหลับ หรือว่ามาเพียงมิติเดียวจนน่าเบื่อ แบบที่ได้ยินจากบรรดาวงซินธ์-ป็อปรุ่นใหม่ๆ ที่อยู่ในกระแสดนตรียุคปัจจุบัน บางทีพวกน้องๆ หลานๆ ควรจะหันไปมองงานของเบ็คแบบให้ลึก และให้ซึ้งมากขึ้นด้วย เพราะทั้งเต็มไปด้วยสีสัน สมกับเป็นงานของคนที่ ‘โต’ มากับดนตรีในยุคนั้นจริงๆ ทั้งสมกับเป็นอัลบัมของรุ่นใหญ่ ที่แม้จะเป็นทางเพลงในกระแส แต่ก็มี ‘ตัวตน’ ของตัวเองชัดเจน

เรียกว่าจะเอาร่วมสมัยก็มีให้ จะขายความเก๋า ก็เก๋าจริงไม่ใช่เก๋าเจ้ง เช่นที่ได้ยินใน “Dear Life” เพลงเต้นรำอารมณ์เรโทร ที่ฟังเท่ และไม่เอาท์ ผสมผสานดนตรีสดและของที่ต้องโปรแกรมได้เป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมทั้งมีอารมณ์ล่องลอยครบ หรือ “No Distraction” เบ็คก็แสดงให้เห็นว่า หากจะทำเพลงแบบ The Police ที่โมใหม่ ในแบบที่มีต้นฉบับเป็น Reference จริงๆ ไม่ใช่เอามาเป็นแม่พิมพ์ แกะแบบ แล้วบิดไปสักนิดสักหน่อย นั้นมันควรจะเป็นยังไง

นั่นคือ ที่เห็นและเป็นไปใน Colors อัลบัมชุดก่อนของเบ็ค ที่ไม่ลากยาวไปไกลกว่านี้ ก็เพราะเดี๋ยวจะสับสนปนสงสัยว่าตัวตนที่แท้จริงของเบ็คคืออะไร หากตอบไปว่า “อ่อ… ก็คนดนตรีของจริงนั่นละ” มันก็ฟังเหมือนกำปั้นทุบดิน หรือตอบส่งเดชไป แต่จริงๆ มันก็เป็นเช่นนั้นแหละ เพราะแกได้ทุกแนวทาง ทุกรูปแบบดนตรีจริงๆ

ความแตกต่างหรือว่าความเหมือนของแต่ละอัลบัม มันอยู่ที่ว่า ช่วงเวลานี้-โน้น-นั้น อะไรที่เขาสนใจ เพลงแบบไหนที่เขาอยากทำมากกว่า

มาถึง Hyperspace งานชุดใหม่ ที่ออกมาก่อนสิ้นปี 2019 ไม่นาน ชื่ออัลบัมเหมือนกับบอกว่า เบ็คน่าจะสนุกกับการทำงานอิเล็กทรอนิค หรือดนตรีอวกาศๆ แต่ปกอัลบัมที่ดูเรโทรๆ ทั้งพร็อบประกอบที่เป็นรถสปอร์ทคูเป การแต่งการของเจ้าของงาน ที่ราวกับหลุดมาจากยุค ‘80s แถมชื่ออัลบัมยังเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น ในสไตล์ที่อยู่ในยุคเดียวกันอีกต่างหาก กลับทำให้ไม่แน่ใจ

ใช่! ที่เบ็คยังติดลมอยู่กับงานอิเล็กทรอนิค แต่ไม่ใช่หากคิดว่าดนตรีในชุดนี้จะฟังหวือหวา วูบวาบ โดยภาพรวมของงานก็คือ เพลงในแบบซินธ์-ป็อป แต่เป็นซินธ์-ป็อปที่แตกต่างไปจากซินธ์-ป็อปในท้องตลาดโดยทั่วๆ ไป โดยเฉพาะการสัมผัสได้ถึงอารมณ์ทั้งจากเครื่องดนตรีสด ทั้งจากการเรียบเรียงที่ไม่ละทิ้งเรื่องความรู้สึกทั้งหลายไปไหน

ตัวงานฟังนวล ละมุน หลายๆ เพลงให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ฟังบางเบาตามภาษาที่ฝรั่งเรียกว่า Breezy หรือบางเพลงอาจจะไปไกลกว่านั้น เมื่อทำให้รู้สึกเคลิ้มฝัน ล่องลอย ในแบบ Psychedelia เช่น “Hyperspace” ที่เป็นชื่ออัลบัม รวมถึง “Stratosphere” แต่ก็ไม่ใช่อารมณ์ฟุ้งฝัน ฟังฟรุ้งฟริ้ง หรือเป็นดนตรีอิเล็กทรอนิคแข็งๆ อย่างที่ได้ยินกันบ่อยๆ

หากเทียบกับงานซินธ์-ป็อปที่มีกันในท้องตลาดยามนี้ Hyperspace คืองานที่ฟังดิบและมีพลังในตัวมากกว่า

แต่ที่ทำให้เห็นชั้นของคนทำงาน ที่ในอัลบัมชุดนี้ไม่ได้มีแค่เจ้าของอัลบัมแล้ว ยังมีฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์, เกร็ก เคิร์สติน, พอล เอ็ปเวิร์ธ เป็นเจ้าของเครดิทในเพลงต่างๆ โดยเฉพาะรายแรกที่ถือเป็นกำลังหลักของ Hyperspace รองมาจากเบ็คเลยก็ว่าได้ ก็คือ การเปลี่ยนรายละเอียดดนตรีไปสู่งานในรูปแบบต่างๆ ในแต่ละเพลง ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปโดยที่ฟังไม่สะดุด หรือสัมผัสได้ถึงความแตกต่างได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลของดนตรีอาร์แอนด์บี ที่หลอมรวมกับดนตรีที่ฟังล่องลอย ได้อย่างกลมกลืนใน “Chemical” ที่เพลงนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดี ของการหยิบใช้เครื่องดนตรีที่หลายต่อหลายครั้ง ดูจะเป็นเครื่องเคราที่ไม่น่าจะเข้ากันได้กับทางดนตรีหลักของอัลบัมหรือของเพลง แต่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันได้ โดยไม่ทำให้รู้สึกประดักประเดิด

รวมถึงแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลดนตรีที่รับมา แล้วหยิบมาใช้ เช่น “Stratosphere” ที่เหมือนงานของ Pink Floyd ในฉบับประหยัดหรือกระทัดรัด ส่วน “Saw Lightning” ก็ฟังคึกคักในระดับที่ทำให้นึกถึงความหรรษจาก “Blurred Lines” เพลงที่ฟาร์เรลล์ทำกับโรบิน ธิค ก็คือการจับเบ็คและฟาร์เรลล์ มากวนผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

แน่นอนว่า ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีบรรยากาศของดนตรียุค ’80s ให้รู้สึก ต่างกันก็แค่มากหรือน้อย นิดหรือเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาพปกของอัลบัมสื่อไว้เป็นนัยๆ และขอเดาไว้เลยล่วงหน้าว่า แพ็คเกจซีดีหรือว่าแผ่นเสียงของอัลบัมชุดนี้ จะต้องเป็นงานอาร์ทที่แสดงถึงอิทธิพลจากยุค ’80s ด้วยเช่นกัน และอย่างชัดเจนกว่าที่ภาพปกฟ้องเอาไว้เยอะ

อาจจะละเลย ไม่ว่ากันถึงเรื่องราวของเนื้อหาในอัลบัมชุดนี้ ว่าจะมีคอนเส็ปท์เช่นใดในเรื่องราว ซึ่งจากชื่อเพลงหากไล่ดู จาก “Hyperlife”, “Hyperspace”, “Stratosphere”, “Dark Place” หรือว่า “Star” เหล่านี้ล้วนบ่งบอกถึงบางอย่างที่เชื่อมโยงกันได้ แต่จากเสียงดนตรีแล้ว Hyperspace ก็ย่อมหมายความได้ถึงการเดินทางไปในมิติต่างๆ ของเสียงดนตรี ที่หลากหลาย

ซึ่งเบ็คพาคนฟังไปไหนต่อไหนได้อย่างสนุก และเพลิดเพลินเหลือเกิน

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน มกราคม 2563



SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On